อาร์เซน่อลของ มิเกล อาร์เตต้า ก้าวสู่รอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เป็นครั้งแรกในรอบสองทศวรรษ หลังผ่านด่าน แอตเลติโก มาดริด ในรอบรองชนะเลิศ นัดสอง โดย Football365 ระบุว่า จากนี้เหลือเพียง 4 เกมใน 25 วัน ที่จะตัดสินว่าฤดูกาลนี้จะกลายเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรหรือไม่สถานการณ์ของ “ปืนใหญ่” เปลี่ยนไปอย่างมหาศาลภายในไม่กี่วัน จากทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกที่ยังมีความกดดัน และทีมที่ยังต้องลุ้นหนักในถ้วยยุโรป ตอนนี้พวกเขามองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้นแล้ว โดยโปรแกรมที่เหลือคือ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด นอกบ้าน, เบิร์นลีย์ ในบ้าน, คริสตัล พาเลซ นอกบ้าน และรอบชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกที่บูดาเปสต์ ซึ่งจะพบ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หรือ บาเยิร์น มิวนิค
อาร์เตต้า ยอมรับหลังเกมว่าเขา “ไม่เคยเห็นหรือรู้สึกถึงบรรยากาศแบบนี้มาก่อน” หลังแฟนบอลอาร์เซน่อลสร้างพลังมหาศาลตั้งแต่การต้อนรับรถบัส, การแสดงทิโฟ ไปจนถึงเสียงเชียร์ตลอดเกม ก่อนที่ทีมจะปิดงานและฉลองการเข้าชิงร่วมกับแฟนบอลอย่างเต็มอารมณ์
กุนซือชาวสเปนกล่าวอีกว่า “เราสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งร่วมกัน” หลังทีมเก็บชัยชนะนัดที่ 41 ของฤดูกาล ซึ่งเทียบเท่าสถิติสูงสุดของสโมสร
ในเกมกับแอตเลติโก ทีมเยือนเริ่มต้นได้วูบวาบ โดยมีโอกาสจาก จูเลียโน่ ซิเมโอเน่ และ ฮูเลียน อัลวาเรซ แต่ถูก ดีแคลน ไรซ์ และ วิลเลียม ซาลิบา ขัดขวางไว้ได้ จากนั้นอาร์เซน่อลค่อย ๆ คุมเกม และได้ประตูจาก บูกาโย่ ซาก้า ที่ตามซ้ำจังหวะเซฟของ ยาน โอบลัค ในระยะเผาขน
วิคตอร์ เยอเคเรส ยังมีบทบาทสำคัญด้วยการวิ่งไล่กดดันและพักบอลอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ เลอันโดร ทรอสซาร์ ใช้ความคล่องตัวช่วยสร้างจังหวะก่อนประตูสำคัญ แม้อาร์เซน่อลต้องรอดจากหลายสถานการณ์หวาดเสียว รวมถึงโอกาสทองที่ อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ ยิงพลาดช่วงท้ายเกม แต่พวกเขายังไม่ถอยลงไปตั้งรับอย่างเดียว และพยายามปิดเกมด้วยประตูเพิ่ม
จากทีมที่เคยถูกตั้งคำถามเรื่องความกังวลในสนามเอมิเรตส์ ตอนนี้อาร์เซน่อลกลับมาเชื่อมต่อกับแฟนบอลได้อีกครั้งอย่างชัดเจน และเมื่อเหลือเพียง 4 เกมก่อนเส้นชัย ฤดูกาลที่เคยดูไกลเกินเอื้อม กำลังอยู่ใกล้กว่าที่เคยสำหรับทีมของอาร์เตต้า.