แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกประเมินว่าจำเป็นต้องใช้งบเสริมทัพสูงถึง 445 ล้านปอนด์ในซัมเมอร์นี้ หากต้องการพาตัวเองเข้าไปอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ตามรายงานของ Manchester Evening News ที่อ้างอิงการวิเคราะห์จาก AceOddsการวิเคราะห์ดังกล่าวศึกษาค่าใช้จ่ายสุทธิเฉลี่ยของทีมลุ้นแชมป์ในช่วง 5 ฤดูกาลหลังสุด ร่วมกับคุณภาพนักเตะและระดับผลงาน ก่อนสรุปว่า ทีมของไมเคิล คาร์ริก ต้องใช้เงินอย่างน้อย 445 ล้านปอนด์ เพื่อมีโอกาสคว้าแชมป์ลีก 35%
ตัวเลขดังกล่าวจะทำให้ยูไนเต็ดมีโอกาสเหนือคู่แข่งอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หากทีมแชมป์เก่าไม่ใช้เงินเสริมทัพเลย โดยซิตี้จะมีโอกาสอยู่ที่ 26% ขณะที่อาร์เซนอล แม้ใช้เงิน 100 ล้านปอนด์ ก็ยังถูกประเมินว่ามีโอกาส 34%
ซัมเมอร์ที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้เงินไป 232.4 ล้านปอนด์ และได้เงินจากการขายนักเตะ 61.7 ล้านปอนด์ ทำให้มียอดใช้จ่ายสุทธิ 170.7 ล้านปอนด์ โดยมีการคว้าตัว ไบรอัน เอ็มเบอโม่, มาเตอุส คุนญ่า และ เซนเน่ ลัมเมนส์ ซึ่งต่างสร้างอิมแพ็กต์สำคัญต่อฤดูกาลนี้
อย่างไรก็ตาม หากคาร์ริกได้รับงานแบบถาวร เขาอาจต้องจัดการช่องว่างค่าเหนื่อยครั้งใหญ่จากการย้ายออกที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยคาเซมิโร่ยืนยันแล้วว่าจะอำลาสโมสรในช่วงซัมเมอร์ ขณะที่มานูเอล อูการ์เต้, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เจดอน ซานโช่ ต่างมีข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายทีม
คาเซมิโร่รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ส่วนแรชฟอร์ดจะรับ 315,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์หากกลับมายังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในซัมเมอร์นี้ แต่เจ้าตัวมีแผนอยู่กับบาร์เซโลน่าต่อ และต้องการย้ายออกจากสโมสรในวัยเด็กของตัวเอง
ยูไนเต็ดตกเป็นข่าวกับ เอลเลียต แอนเดอร์สัน, ราฟาเอล เลเอา และ บรูโน่ กิมาไรส์ เพื่อเข้ามาทดแทนแข้งที่อาจย้ายออก โดยทั้งหมดน่าจะต้องใช้ทั้งค่าตัวและค่าเหนื่อยไม่น้อย ขณะที่แฟนบอลย่อมคาดหวังการลงทุนครั้งใหญ่อีกครั้งเพื่อยกระดับทีมสู่การลุ้นแชมป์
ก่อนถึงจุดนั้น สโมสรยังต้องตัดสินใจเรื่องผู้จัดการทีมถาวรก่อน แต่จากการที่ยูไนเต็ดรั้งอันดับ 3 และกำลังลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีก คาร์ริกก็ทำให้ตัวเองกลายเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกจับตามองอย่างชัดเจน.