เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น



ข่าว: SMF - Just Installed!




เชียร์บอล

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1

โทบี้ คอลลีเยอร์ กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่น่าจับตาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังการอำลาของคาเซมิโร่เปิดช่องในแดนกลาง และเจ้าตัวหวังได้แบ่งนาทีลงสนามกับ "ปีศาจแดง" ในฤดูกาลหน้า

คอลลีเยอร์เคยถูกมองว่าอาจเป็นทายาทของคาเซมิโร่ตั้งแต่เกมที่แมนฯ ยูไนเต็ดโดนลิเวอร์พูลอัด 3-0 เมื่อเดือนกันยายน 2024 โดยเทน ฮากเปลี่ยนดาวเตะบราซิเลียนออกช่วงพักครึ่งแล้วส่งเจ้าหนูรายนี้ลงไปแทน แม้ผลการแข่งขันจะขายหน้า แต่ฟอร์มส่วนตัวของคอลลีเยอร์ไม่เลวเลย ทั้งเข้าสกัด 3 ครั้ง, เก็บบอลกลับมาได้ 3 หน, ชนะดวล 7 ครั้ง และเลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนครั้งนั้นไม่ได้พาเขาแจ้งเกิดทันที เทน ฮากโดนปลดในอีกหนึ่งเดือนต่อมา ส่วนคาเซมิโร่กลับมาคืนฟอร์มช่วงปลายเส้นทางกับสโมสร ก่อนมีบทบาทสำคัญช่วยแมนฯ ยูไนเต็ดกลับไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

รูเบน อโมริม เคยชมคอลลีเยอร์หลังได้รับโอกาสว่าเป็นแข้งที่มีพลังงานสูงและเข้าใจดีว่าการเล่นให้สโมสรนี้ต้องทำอะไรบ้าง ก่อนที่ซัมเมอร์ที่ผ่านมา "ผีแดง" จะตัดสินใจปล่อยยืม เพราะไม่มีเกมยุโรปและตัวเลือกแดนกลางยังพอมี

คอลลีเยอร์เลือกซบเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนแบบยืมตัว แต่ช่วงเวลากับ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ไม่เป็นไปตามแผนเพราะอาการเจ็บ ก่อนถูกเรียกกลับในเดือนมกราคม และย้ายต่อไปฮัลล์ ซิตี้ ซึ่งเขาเริ่มโชว์ของทันทีในเกมเสมอโคเวนทรี ซิตี้ 0-0 ด้วยผลงาน 74 นาทีที่น่าประทับใจ

"ผมมาที่นี่พร้อมความเชื่อใจเต็มที่จากทีมงานเบื้องบน มันไม่ใช่การเริ่มต้นที่ดีที่สุดในแง่สภาพร่างกาย ผมมีสะดุดเล็กน้อย แต่ก็พยายามสร้างตัวเองขึ้นมาอีกครั้งในการซ้อมและอดทนรอ" คอลลีเยอร์ เริ่มกล่าว

"ผมคิดว่าตัวเองทำได้ดี ต้องให้เครดิตผู้จัดการทีมที่ส่งผมลงในเวลาที่เหมาะสม ฟุตบอลมันเกี่ยวกับจังหวะเวลาด้วย ผมรู้สึกว่าจากสิ่งที่แสดงให้เห็นในการซ้อม ผมสมควรได้รับโอกาส และผมก็สนุกที่ได้กลับไปออกสตาร์ตอีกครั้ง" ดาวเตะวัย 22 ปี กล่าวต่อ

แม้คอลลีเยอร์จะลงเล่นให้ฮัลล์รวมแค่กว่า 350 นาที และพลาดช่วงท้ายซีซั่นเพราะข้อเท้าพลิก แต่ "เสือโคร่ง" ยังอยากดึงเขากลับไปใช้งานหลังเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ดเองกำลังเตรียมเปลี่ยนโฉมแดนกลาง โดยมีเอแดร์ซอนของอตาลันต้า และมาเตอุส แฟร์นันเดสของเวสต์แฮมอยู่ในเรดาร์ ทำให้อนาคตของคอลลีเยอร์ยังต้องรอดู แต่ช่องให้สอดแทรกในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดอาจไม่ได้ปิดตายเสียทีเดียว
2

เจมส์ มิลเนอร์ อดีตแข้งทีมชาติอังกฤษ ประกาศแขวนสตั๊ดเรียบร้อย ปิดฉากเส้นทางพรีเมียร์ลีกยาวนาน 24 ปี หลังหมดสัญญากับ ไบรท์ตัน ที่ค้าแข้งด้วยตลอด 3 ฤดูกาลหลังสุด

ดาวเตะสารพัดประโยชน์วัย 40 ปี ผ่านการลงเล่นให้ 6 สโมสรในลีกสูงสุดอังกฤษ และเพิ่งทุบสถิติลงสนามพรีเมียร์ลีกมากที่สุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนจบเส้นทางด้วยตัวเลข 658 นัด หลังลงเล่นเกมสุดท้ายให้ทัพ "นกนางนวล" ในแมตช์ปิดฤดูกาล

มิลเนอร์เริ่มต้นกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด สโมสรที่เชียร์มาตั้งแต่เด็ก โดยประเดิมชุดใหญ่ตอนอายุ 16 ปีในเดือนพฤศจิกายน 2002 ซึ่งตอนนั้นเป็นนักเตะอายุน้อยสุดอันดับ 2 ที่ได้เล่นพรีเมียร์ลีก เดือนถัดมาเขากลายเป็นแข้งอายุน้อยสุดที่ยิงประตูในลีกได้ ก่อนปัจจุบันหล่นมาอยู่อันดับ 3 ตามหลัง แม็กซ์ ดาวแมน และ เจมส์ วอห์น

หลังจาก "ยูงทอง" ตกชั้นในปี 2004 มิลเนอร์ย้ายไป นิวคาสเซิ่ล ต่อด้วย แอสตัน วิลล่า, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ ไบรท์ตัน โดยเส้นทางนั้นเต็มไปด้วยแชมป์ ทั้งพรีเมียร์ลีก 3 สมัยกับ "เรือใบสีฟ้า" 2 ครั้ง และ "หงส์แดง" อีก 1 ครั้ง รวมถึงแชมเปียนส์ ลีก 2019, เอฟเอคัพ และลีกคัพกับทั้ง ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล

"ผมโชคดีมากพอที่ได้สัมผัสช่วงเวลาที่ไม่มีวันลืม ตั้งแต่การดิ้นรนหนีตกชั้น ไปจนถึงการคว้าแชมป์ เล่นฟุตบอลยุโรป และเป็นตัวแทนประเทศในยูโร 2 ครั้งกับฟุตบอลโลก 2 ครั้ง" มิลเนอร์ เริ่มกล่าว

"แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผู้คนและมิตรภาพที่ผมได้พบตลอดเส้นทางฟุตบอล คือสิ่งที่ผมจะเก็บไว้ตลอดไป" อดีตแข้ง "สิงโตคำราม" กล่าวต่อ

มิลเนอร์ประเดิมทีมชาติอังกฤษตอนอยู่กับ แอสตัน วิลล่า ในปี 2009 และปิดฉากการรับใช้ชาติที่ 61 นัด แม้ฤดูกาล 2024-25 จะเจ็บจนแทบไม่ได้ลงสนาม แต่เขายังคัมแบ็กมาลงเล่น 22 นัดรวมทุกรายการในซีซั่น 2025-26 พร้อมมีส่วนช่วย ไบรท์ตัน คว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์สโมสร

"ผมอำลาเกมนี้ด้วยความภูมิใจ ความขอบคุณ และความทรงจำที่จะอยู่กับผมไปตลอดชีวิต ฟุตบอลมอบให้ผมมากกว่าที่เคยจินตนาการไว้ และผมจะขอบคุณโอกาสเหล่านั้นเสมอ ขอบคุณทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้" มิลเนอร์ กล่าวทิ้งท้าย
3

ตลาดซัมเมอร์ยังไม่ทันเปิดเต็มตัว แต่กลิ่นดีลใหญ่เริ่มลอยมาแล้ว เมื่อ อาร์เซน่อล และ บาร์เซโลน่า ถูกระบุว่าเป็นสองทีมยักษ์ยุโรปที่ให้ความสนใจหัวหอกทีมชาติอาร์เจนตินาของ แอตเลติโก มาดริด

อย่างไรก็ตาม “ตราหมี” ไม่ได้มีแผนปล่อยดาวยิงรายนี้ออกจากทีมง่าย ๆ หลังนักเตะยังเหลือสัญญากับสโมสรอีกถึง 4 ปี ทำให้พวกเขาอยู่ในสถานะที่ถือไพ่เหนือกว่าเต็มมือ

รายงานระบุว่า แอตเลติโก มาดริด ประเมินค่าตัวของแนวรุก “ฟ้าขาว” เอาไว้สูงถึง 130 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นตัวเลขระดับโหดพอจะทำให้หลายทีมต้องคิดหนักก่อนขยับล่าแบบจริงจัง

สำหรับ อาร์เซน่อล การเสริมกองหน้าเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตาตลอดช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ บาร์ซ่า เองก็ยังมองหาทางยกระดับแนวรุก แต่ค่าตัวระดับนี้อาจทำให้ดีลต้องใช้ทั้งเงินและความใจถึงแบบสุด ๆ

สถานการณ์ตอนนี้จึงยังอยู่แค่ขั้นจับตา โดยหากไม่มีข้อเสนอมหาศาลยื่นเข้ามา “ตราหมี” ก็พร้อมเก็บหัวหอกรายนี้ไว้ใช้งานต่อ มากกว่าจะยอมปล่อยให้ทีมใหญ่ยุโรปมาฉกไปแบบง่าย ๆ
4
ข่าวฟุตบอลนอก / สยองขวัญค้อน! "โบเว่น" ซบสิงห์สะเทือนใจ
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ วันนี้ เวลา 06:21 am »

ข่าว เชลซี สนใจคว้า จาร์รอด โบเว่น ทำเอาแฟน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ใจหายไม่น้อย เพราะถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริง มันอาจกลายเป็นแผลใจแบบเดียวกับวันที่ โจ โคล ย้ายไปถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อปี 2003

ฤดูกาลล่าสุดของ “ขุนค้อน” ถูกมองว่ามีกลิ่นอายคล้ายซีซั่น 2002/03 ทั้งความชะล่าใจตั้งแต่ต้น การฮึดช่วงท้ายที่ไม่พอ และความรู้สึกว่าหายนะทั้งหมดหลีกเลี่ยงได้ หากมีการวางแผนล่วงหน้าที่ดีกว่านี้

ตอนนั้น เวสต์แฮม เสียแข้งดี ๆ ไปหลายราย เปาโล ดิ คานิโอ เตรียมลาอยู่แล้ว ส่วน เทรเวอร์ ซินแคลร์, เฟรเดริก กานูเต้ และ เดวิด เจมส์ แม้มีฝีเท้า แต่ยังพอทำใจได้ ทว่าการปล่อยเด็กปั้นอย่าง เกล็น จอห์นสัน, เจอร์เมน เดโฟ, ไมเคิ่ล คาร์ริค และโดยเฉพาะ โจ โคล ให้ เชลซี ด้วยค่าตัว 6.6 ล้านปอนด์ คือจุดที่ความอดทนของแฟนบอลพังลง

ผ่านมา 23 ปี โบเว่น กลายเป็นสัญลักษณ์ยุคใหม่ของ เวสต์แฮม ไม่ใช่แค่จากค่ำคืนแห่งความทรงจำที่ปราก หรือการเป็นลูกเขยของ แดนนี่ ไดเออร์ แต่เพราะสไตล์ไม่ฉูดฉาดที่สะท้อนตัวตนของสโมสรได้ชัดเจน

แม้ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลก่อน เจ้าตัวจะยิงฝืดลง แต่ทุกครั้งที่แนวรุกวัยใกล้ 30 ปีอยู่ในสนาม ยังมีโอกาสที่บางอย่างจะเกิดขึ้นเสมอ ในพรีเมียร์ลีก มีเพียง บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ รายาน แชร์กี้ ที่ทำแอสซิสต์มากกว่าเขา ทั้งที่ โบเว่น ต้องใช้เวลาครึ่งซีซั่นพยายามป้อนบอลให้ นิคลาส ฟูลล์ครูก

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมด้านการเงินที่มีหลุมดำราว 100 ล้านปอนด์ รวมถึงเจ้าของสโมสรที่ถูกมองว่าสนใจปกป้องตัวเองมากกว่า ทำให้สถานการณ์ชี้ไปทางเดียวกัน หากไม่นับ โทมัส ซูเช็ค และอาจรวมถึง ตาตี้ กาสเตยานอส แข้งชุดปัจจุบันของ “ขุนค้อน” แทบไม่มีใครที่แฟนบอลจะอาลัยหนักหากย้ายออก

ความหวังเดียวของสาวก เวสต์แฮม คือ โบเว่น จะเลือกปลายทางอื่นที่ไม่ใช่ เชลซี เพราะภาพเขากระชากบอลริมเส้นในเสื้อ “สิงห์บลูส์” อาจเจ็บยิ่งกว่าการตกชั้นเสียอีก
5
ข่าวฟุตบอลนอก / คาร์ร่าช็อก! "หงส์" เด้งสล็อตพ้นเก้าอี้
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ 01 มิถุนายน 2026 »

เจมี่ คาร์ราเกอร์ ยอมรับว่าเขาถึงกับช็อก หลัง ลิเวอร์พูล ตัดสินใจปลด อาร์เน่ สล็อต ออกจากตำแหน่งกุนซือเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทั้งที่เพิ่งพา "หงส์แดง" เถลิงแชมป์ลีกสมัยที่ 20 ในฤดูกาลแรก

สล็อตพาทีมจบอันดับ 5 พรีเมียร์ลีกในซีซั่นที่สอง พร้อมคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก แต่ตัวเลข 60 คะแนนถือเป็นผลงานรวมที่ต่ำที่สุดของสโมสรนับตั้งแต่ฤดูกาล 2015/16 ทำให้บอร์ดมองว่า “การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้สโมสรเดินหน้าต่อ”

เดิมที ลิเวอร์พูลไม่ได้ตั้งใจจะแยกทางกับกุนซือดัตช์ระหว่างฤดูกาล แต่หลังประเมินสถานการณ์เมื่อซีซั่นปิดฉาก สโมสรจึงตัดสินใจว่าต้องเปลี่ยนผู้นำทีม ซึ่งคาร์ราเกอร์มองว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ก็ยังแรงพอทำเอาตาค้าง

"ผมรู้สึกสองจิตสองใจกับ อาร์เน่ สล็อต ผมแทบจะหนุนได้ทุกการตัดสินใจ และมองเห็นเหตุผลทั้งสองฝั่ง แต่มันก็ยังเป็นเรื่องช็อกอยู่ดี" คาร์ราเกอร์ เริ่มกล่าว

"ผมคิดว่ากุนซือระดับสุดยอดจริง ๆ น่าจะหาทางแก้ปัญหาลิเวอร์พูลเมื่อฤดูกาลก่อนให้ดีขึ้นได้ในสักช่วงหนึ่ง แต่เขาก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือมากนักในเรื่องการเสริมทัพ" อดีตกองหลังลิเวอร์พูล กล่าวเสริม

คาร์ราเกอร์ยังชำแหละว่า นักเตะใหม่แทบไม่มีใครเล่นได้ดี นอกจาก อูโก้ เอกิติเก้ พร้อมตั้งคำถามทั้งตัวผู้จัดการทีม นักเตะ และคนระดับบริหารว่าต่างมีส่วนต้องรับผิดชอบกับฟอร์มที่สอบตกของทีม

อีกปัจจัยสำคัญคือกระแสแฟนบอลที่หันหลังให้สล็อตอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ รวมถึงกรณี โม ซาลาห์ มีปัญหาเปิดเผยกับเฮดโค้ช ซึ่งคาร์ราเกอร์มองว่าไม่ใช่ภาพที่ลิเวอร์พูลควรปล่อยให้เกิดขึ้น

ตอนนี้ อันโดนี่ อิราโอล่า อดีตนายใหญ่บอร์นมัธ ถูกมองเป็นตัวเต็งที่จะเข้ามารับงานต่อ โดยคาร์ราเกอร์เชื่อว่าสไตล์บอลเข้มข้นของเขาตรงกับดีเอ็นเอแอนฟิลด์ แต่ก็เตือนว่ายังเป็นดีลเสี่ยง เพราะการคุมทีมใหญ่ที่ต้องเล่นทุก 3 วันต่างจากการทำทีมอย่าง "เดอะ เชอร์รี่ส์" แบบคนละเรื่อง
6
ข่าวฟุตบอลนอก / "ผี" ลุ้นโกย! สิงห์แบะท่าปล่อย "การ์นาโช่"
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ 01 มิถุนายน 2026 »

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจได้ยิ้มมุมปากรับซัมเมอร์นี้ หลังอนาคตของ อเลฮานโดร การ์นาโช่ กับ เชลซี เริ่มไม่ชัดเจน และมีสิทธิ์ทำให้ "ปีศาจแดง" โกยเงินเพิ่มจากเงื่อนไขเก่าที่เคยใส่ไว้

การ์นาโช่ ย้ายจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ไปซบ "สิงห์บลูส์" ช่วงปลายซัมเมอร์ที่แล้ว ด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ หลังเจ้าตัวแสดงความต้องการอำลาสโมสรเก่า แต่ซีซั่นแรกในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ยังไม่เปรี้ยงนัก เมื่อทำได้ 8 ประตูรวมทุกรายการ และมีเพียงลูกเดียวในพรีเมียร์ลีก

ตามรายงานจาก The Sun เชลซี เปิดทางปล่อยแนวรุกทีมชาติอาร์เจนตินาออกจากทีมแบบถาวรในซัมเมอร์นี้ ทั้งที่เพิ่งคว้าตัวมาได้เพียง 12 เดือนเท่านั้น โดยสถานการณ์ของนักเตะยิ่งถูกจับตา หลังสโมสรมี ชาบี อลอนโซ่ เข้ามารับงานกุนซือถาวรต่อจาก เลียม โรซีเนียร์ ที่แยกทางไปเมื่อเดือนเมษายน

อีกด้านหนึ่ง ไซม่อน ฟิลลิปส์ เหยี่ยวข่าวสายเชลซี ระบุว่า "สิงห์น้ำเงินคราม" ต้องการค่าตัวราว 40 ล้านปอนด์ หากจะปล่อย การ์นาโช่ ออกจากทีม แต่ยังไม่มีการระบุว่ามีสโมสรใดแสดงความสนใจจริงจังในเวลานี้

ประเด็นนี้ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องตามดูแบบไม่กะพริบตา เพราะในดีลขายแข้งรายนี้ให้ เชลซี พวกเขาใส่เงื่อนไขส่วนแบ่งค่าตัวในอนาคตไว้ 10 เปอร์เซ็นต์ หากดีลเกิดขึ้นที่ราคา 40 ล้านปอนด์จริง "ผีแดง" จะได้รับเงินเพิ่มอีก 4 ล้านปอนด์เข้าคลัง

เวย์น บริดจ์ อดีตแข้งเชลซี เคยพูดถึงช่วงเวลาของ การ์นาโช่ กับสโมสร พร้อมชี้ว่าแข้งพรสวรรค์สูงบางคนอาจต้องการคนคอยประคองด้านจิตใจมากกว่าสิ่งอื่น

"บางครั้งผมมองนักเตะที่มีศักยภาพขนาดนั้น แล้วสงสัยว่าเขาอาจต้องการคนที่มีประสบการณ์ หรือเหมือนคนเป็นพ่อ มาช่วยดูแลเรื่องสภาพจิตใจหรือเปล่า ผมไม่ได้บอกว่านั่นคือสิ่งที่เขาต้องการแน่ๆ แต่ เกล็น ฮอดเดิล เคยช่วยผมไว้เยอะมากตอนผมยังเด็ก เขาเชื่อในตัวผม และให้ผมฝึกเรื่องการนึกภาพในหัวกับการทำสมาธิ" บริดจ์ เริ่มกล่าว

"ผมไม่รู้ว่า การ์นาโช่ ต้องการคนแบบนั้นเพื่อช่วยให้เขาตั้งสติและทำสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ แต่ศักยภาพของเขามีอยู่เยอะมาก บางครั้งนักเตะก็แค่ต้องการคำแนะนำ เพื่อให้เดินไปในทิศทางที่ถูกต้องต่อไป" อดีตแบ็คซ้าย กล่าวทิ้งท้าย
7

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวกำลังจับตา มาเทียส เฟร์นานเดซ-ปาร์โด้ แนวรุกดาวรุ่งของลีลล์ เพื่อเข้ามาเพิ่มมิติในเกมรุกช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก GiveMeSport

แม้เป้าหมายหลักของ "ปีศาจแดง" ในตลาดรอบนี้จะเป็นการเสริมแดนกลาง แต่แนวรุกก็ยังเป็นจุดที่ต้องขยับ หลังมีการระบุว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช่ และ ราสมุส ฮอยลุนด์ จะย้ายออกแบบถาวรในช่วงตลาดซื้อขาย

พื้นที่ริมเส้นฝั่งซ้ายถูกมองเป็นตำแหน่งสำคัญที่แมนฯ ยูไนเต็ดอยากเติมก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ และชื่อของ เฟร์นานเดซ-ปาร์โด้ วัย 21 ปี ก็โผล่เข้ามาอยู่ในเรดาร์ หลังเจ้าตัวฟอร์มแรงกับลีลล์ ทำไป 8 ประตู 6 แอสซิสต์ จาก 40 นัดรวมทุกรายการ

ดาวเตะเบลเยียมรายนี้ถูกคาดหมายว่าจะโบกมือลาลีลล์ในซัมเมอร์นี้ โดย "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ก็วางเขาเป็นเป้าหมายหลักเพื่อแทนที่ แอนโธนี่ กอร์ดอน ซึ่งย้ายไปบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัว 70 ล้านปอนด์

ลีลล์เองจำเป็นต้องขายนักเตะเพื่อระดมทุน และปีกวัย 21 ปีถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่ปล่อยออกได้ง่ายที่สุด แม้มีรายงานว่าถูกปักป้ายไว้ราว 50 ล้านยูโร หรือ 43.2 ล้านปอนด์ แต่แมนฯ ยูไนเต็ดอาจพร้อมทุ่ม หากมองว่าเขาจะเข้ามาแย่งตำแหน่งกับ มาเตอุส คุนญ่า, ไบรอัน เอ็มเบอโม่, อาหมัด ดิยัลโล่ และ แพทริค ดอร์กู ได้ทันที

นอกจาก "ผีแดง" แล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ถูกระบุว่าสนใจเช่นกัน โดยจุดเด่นของ เฟร์นานเดซ-ปาร์โด้ คือความยืดหยุ่น เล่นได้ทั้งริมเส้นและขยับเข้ามาตรงกลางแนวรุก อีกทั้งยังมีชื่อติดทีมชาติเบลเยียมชุดลุยฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งลีลล์หวังว่าเจ้าตัวจะโชว์ของเพื่อดันค่าตัวให้สูงขึ้น

ไมเคิล คาร์ริค เคยยอมรับเมื่อหลายเดือนก่อนว่าปีกซ้ายคือจุดที่แมนฯ ยูไนเต็ดต้องเสริม และเมื่อเขาได้รับบทบาทแบบถาวรแล้ว ดีลนี้จึงอาจกลายเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญช่วงต้นตลาดซัมเมอร์ของถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
8

"โจช โครเอนเก้ ประกาศชัด อาร์เซน่อลจะไม่หยุดเสริมทัพ แม้หากผงาดคว้าแชมป์ยุโรปครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร พร้อมย้ำว่าการต่อสัญญาใหม่ให้ มิเกล อาร์เตต้า คือเรื่องสำคัญระดับต้น ๆ ของบอร์ดบริหาร

“ปืนใหญ่” มีคิวดวล ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่กรุงบูดาเปสต์ คืนวันเสาร์เวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยนี่คือการเข้าชิงถ้วยใบใหญ่ยุโรปหนที่ 2 ของสโมสร หลังเคยอกหักต่อ บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2006

ซัมเมอร์ที่ผ่านมา อาร์เซน่อลทุ่มเงินมากกว่า 250 ล้านปอนด์ เพื่อเสริมขุมกำลัง และแข้งชุดดังกล่าวช่วยให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 22 ปี โดย โจช และ สแตน โครเอนเก้ สองเจ้าของร่วมชาวอเมริกัน เดินทางไปชมเกมกับ คริสตัล พาเลซ เมื่อวันอาทิตย์ และนำถ้วยแชมป์ลงสู่สนามก่อนมอบให้ มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีม

อาณาจักรกีฬา โครเอนเก้ สปอร์ตส์ แอนด์ เอนเตอร์เทนเมนต์ เคยกวาดความสำเร็จในสหรัฐฯ ทั้งซูเปอร์โบวล์ 2 สมัย, สแตนลีย์ คัพ 2 สมัย และแชมป์เอ็นบีเอ แต่ โครเอนเก้ ยืนยันว่า “ทัพปืนใหญ่” จะไม่มีทางย่ำอยู่กับที่
เป้าหมายที่เราประกาศไว้คือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เพราะถ้าคุณพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ คุณก็จะอยู่ในจุดที่ลุ้นทุกอย่างได้เช่นกัน ในแง่หนึ่ง เราบรรลุเป้าหมายไปแล้วหนึ่งอย่าง และยังมีอีกอย่างรออยู่ในวันเสาร์" โครเอนเก้ เริ่มกล่าว

"ถ้าเราได้ผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม มันจะไม่เปลี่ยนหรือส่งผลต่อสิ่งที่เราเป็น" ผู้บริหารอาร์เซน่อล กล่าวต่อ

อีกประเด็นใหญ่คืออนาคตของ อาร์เตต้า โดย โครเอนเก้ มองว่าการตอบแทนนายใหญ่ชาวสแปนิชด้วยสัญญาใหม่คือ "ความสำคัญสูงสุด" หลังพาทีมคืนชีพจนกลับมาเป็นเบอร์ต้นของอังกฤษ และตอนนี้มีโอกาสเขียนหน้าประวัติศาสตร์ยุโรปกับ “ปืนใหญ่” ในบูดาเปสต์
9

การกลับมาคุม เรอัล มาดริด ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่ได้มีแค่เรื่องแท็กติกให้แฟนบอลลุ้น แต่ประเด็นที่ถูกจับตาหนักคือความสัมพันธ์กับ วินิซิอุส แนวรุกตัวจี๊ดของ "ราชันชุดขาว"

มูรินโญ่ วัย 63 ปี เซ็นสัญญา 3 ปีเพื่อกลับไปนั่งเก้าอี้นายใหญ่ในถิ่นเบร์นาเบว แต่ดีลนี้จะมีผลก็ต่อเมื่อ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรคนปัจจุบัน ชนะการเลือกตั้งวันที่ 7 มิถุนายน

ชนวนเดิมเกิดจากเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ระหว่าง เรอัล มาดริด กับ เบนฟิก้า ซึ่งตอนนั้น มูรินโญ่ ยังเป็นกุนซือ "เหยี่ยวลิสบอน" ขณะที่ วินิซิอุส ยิงให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ก่อนโดนใบเหลืองจากการฉลองประตูด้วยการเต้นแถวธงมุม

ไม่นานหลังจากนั้น ดาวเตะบราซิลวิ่งไปหาเปาในสนาม พร้อมชี้ไปทาง จานลูก้า เปรสติอันนี่ ปีกของเบนฟิก้า โดยระบุว่าถูกเหยียดเชื้อชาติ ทำให้ผู้ตัดสินใช้สัญญาณตามมาตรการต่อต้านเหยียดผิวของยูฟ่า และเกมต้องหยุดเกือบ 10 นาที ท่ามกลางบรรยากาศเดือดในสนาม

ท้ายที่สุด เปรสติอันนี่ ถูกแบน 6 นัด แต่ไม่ใช่จากข้อหาเหยียดเชื้อชาติ เพราะยูฟ่าระบุว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ทว่าเป็นโทษจากคำพูดเชิงเหยียดเพศซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าใช้กับ วินิซิอุส

"คุณยิงประตูจากอีกโลกหนึ่งได้ แล้วทำไมต้องฉลองแบบนั้น? เรื่องแบบเดิมเกิดขึ้นในหลายสนาม เขาเป็นนักเตะนอกโลก ผมรักเขา วินิซิอุสบอกผมอย่างหนึ่ง เปรสติอันนี่บอกผมอีกอย่าง ผมอยากยืนอยู่บนความสมดุล" มูรินโญ่ เริ่มกล่าวหลังเกมในตอนนั้น

คำพูดดังกล่าวทำให้กุนซือโปรตุกีสโดนวิจารณ์หนัก โดย คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ อดีตกองกลาง เรอัล มาดริด มองว่าเป็นการสื่อสารที่พลาด เพราะไม่มีเหตุผลใดควรใช้เพื่ออธิบายหรือแก้ต่างให้การเหยียดเชื้อชาติ ขณะที่ ธีโอ วัลคอตต์ ก็มองว่าเป็นค่ำคืนที่ มูรินโญ่ ไม่ควรออกมาพูดหน้ากล้อง

อนาคตของ วินิซิอุส เองยังไม่ชัด แม้มีสัญญาถึงปี 2027 แต่การคุยสัญญาใหม่สะดุดจากเรื่องค่าเหนื่อยและสถานะภายในทีม โดยแข้งวัย 25 ปีต้องการการยอมรับในฐานะสตาร์เบอร์ต้นของสโมสร หลังแบกทีมมาหลายปีก่อน คีเลียน เอ็มบั๊ปเป้ ย้ายมา

วินิซิอุส เคยย้ำว่า มาดริด คือ "สโมสรในฝัน" และหวังอยู่ต่ออีกหลายปี แต่ความสัมพันธ์กับ มูรินโญ่ อาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญ หากทั้งคู่จูนกันติดและมีจุดยืนชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเจอประเด็นอ่อนไหวในอนาคต โอกาสต่อสัญญาของดาวเตะแซมบ้าก็อาจสดใสขึ้น
10

อนาคตของ มาร์คัส แรชฟอร์ด กลับมาแขวนบนเส้นด้ายอีกครั้ง หลังดีลย้ายถาวรจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป บาร์เซโลน่า เริ่มดูห่างไกลกว่าเดิม ทั้งที่เจ้าตัวเคยเหมือนจะได้ปักหลักในถิ่นคัมป์ นูตามฝัน

ตอนที่ “ปีศาจแดง” ปล่อย แรชฟอร์ด ให้ “เจ้าบุญทุ่ม” ยืมตัวเมื่อซัมเมอร์ก่อน พร้อมใส่ออปชั่นซื้อขาด 26 ล้านปอนด์ แฟนบอลยูไนเต็ดจำนวนไม่น้อยมองว่าสโมสรตั้งราคาถูกเกินไป เพราะนี่คือแข้งที่ยังมีชื่อชั้นและศักยภาพระดับท็อป

หลังจากนั้น ดาวเตะอังกฤษทำผลงานมีส่วนร่วมกับประตูรวม 28 ครั้ง พร้อมถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษชุดลุยฟุตบอลโลก ยิ่งทำให้เสียงบ่นตอนแรกดูมีน้ำหนักขึ้นไปอีก ทว่า บาร์เซโลน่า กลับยังไม่รีบปิดดีล ทั้งที่ออปชั่นดังกล่าวเหลือเวลาอีกเพียงราว 2 สัปดาห์ก่อนหมดอายุ

ฝั่ง บาร์ซ่า ยังมีข่าวกับ แอนโธนี่ กอร์ดอน ซึ่งค่าตัวอาจสูงกว่า แรชฟอร์ด เกือบ 3 เท่า ทำให้สถานการณ์ยิ่งน่าจับตา หากนี่ไม่ใช่แค่การเบี่ยงประเด็นเพื่อรอเปิดตัว “เสี่ยแรช” แบบเซอร์ไพรส์ ดีลนี้ก็อาจส่อแววล่มจริงจัง

แม้ แรชฟอร์ด จะมีส่วนช่วยทีมซิวแชมป์ลาลีกา และ เดโก้ ผู้อำนวยการกีฬาของ บาร์เซโลน่า เคยชมว่าเขามีฤดูกาลที่ “ดีมาก” ในสเปน แต่ตอนนี้แข้งที่ถูกยืมตัวจากยูไนเต็ดกลับเหมือนติดอยู่กลางทาง ไม่ชัดว่าจะได้อยู่ต่อหรือขนกระเป๋ากลับอังกฤษ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนกรานมาตลอดว่าจะไม่ลดค่าตัว และไม่สนใจปล่อยยืมซ้ำอีกครั้ง พูดง่าย ๆ คือจ่าย 26 ล้านปอนด์ หรือแยกย้าย ซึ่งท่าทีแข็งแบบนี้ถือว่าน่าชม หลังสโมสรเคยโดนตั้งคำถามเรื่องการเจรจาตลาดนักเตะมาหลายปี

ปัญหาคือถ้า บาร์เซโลน่า ไม่ซื้อจริง ยูไนเต็ด จะหาทางปล่อย แรชฟอร์ด ไปที่ไหน เพราะตลาดซัมเมอร์นี้มีแนวรุกหลายรายจ่อโยกย้าย ทั้ง ยาน ดิโอม็องด์, ราฟาเอล เลเอา, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, แจ็ค กรีลิช, ซาวินโญ่ และ มอร์แกน โรเจอร์ส ที่ต่างอยู่ในกระแสของตลาด หาก แรชฟอร์ด อยากเพิ่มทางเลือกให้ตัวเอง ฟุตบอลโลกอาจเป็นเวทีสำคัญที่เขาต้องโชว์ของให้โลกรู้
หน้า: [1] 2 3 ... 10