เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น



ข่าว: SMF - Just Installed!




เชียร์บอล

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
ข่าวฟุตบอลนอก / "หงส์" เปิดโต๊ะถก "อิราโอล่า" แทนสล็อต
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ วันนี้ เวลา 05:56 am »

ลิเวอร์พูลเดินหน้าเปิดโต๊ะเจรจากับ อันโดนี่ อิราโอล่า เพื่อดึงมานั่งเก้าอี้เฮดโค้ชคนใหม่ หลัง "หงส์แดง" เพิ่งปลด อาร์เน่ สล็อต เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

กระบวนการครั้งนี้นำโดย ริชาร์ด ฮิวจ์ส ผู้อำนวยการกีฬา ซึ่งเป็นคนดึง อิราโอล่า ไปคุมบอร์นมัธเมื่อปี 2023 ก่อนที่ฮิวจ์สจะย้ายมาทำงานในถิ่นแอนฟิลด์ในปีถัดมา

เป้าหมายหลักของลิเวอร์พูลคือการเฟ้นหากุนซือที่เข้ากับสไตล์การเล่นที่สโมสรต้องการมากที่สุด แม้พวกเขาอยากปิดดีลให้เร็ว แต่ก็ย้ำว่าต้องเป็นการแต่งตั้งที่ถูกคน และผ่านขั้นตอนอย่างเหมาะสม

เวลานี้ "หงส์แดง" ยังไม่ได้ทาบทามใครเข้ามาเป็นทีมสตาฟฟ์โค้ช โดยการตัดสินใจเรื่องดังกล่าวจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการคุยกับ อิราโอล่า เข้าสู่ขั้นลึกกว่านี้

อิราโอล่าเคยถูกฮิวจ์สเจาะตัวไปยังบอร์นมัธ และทำผลงานสุดเข้าฝักในถิ่นไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม พา "เดอะ เชอร์รี่ส์" ไร้พ่าย 18 นัดติดในครึ่งหลังของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025/26 จบอันดับ 6 คว้าตั๋วยูโรป้าลีก แถมตามหลังลิเวอร์พูลเพียง 3 แต้มเท่านั้น

"เขาทำงานได้ยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก สิ่งที่บอร์นมัธทำได้มันสุดยอดมาก แต่ก็ยังมีเครื่องหมายคำถามใหญ่ ๆ อยู่ วิธีการเล่นของเขาคือแนวทางที่ลิเวอร์พูลอยากกลับไปหา ฟุตบอลความเข้มข้นสูง แต่การเป็นกุนซือลิเวอร์พูลมันไม่ได้มีแค่นั้น" เจมี่ คาร์ราเกอร์ เริ่มกล่าว

"สิ่งที่ผมห่วงคือ คุณจะเล่นด้วยความเข้มข้นแบบนั้นได้ไหมเมื่อต้องลงสนามทุก 3 วัน เพราะที่บอร์นมัธเขาเล่นสัปดาห์ละครั้ง มันต่างกันโดยสิ้นเชิง และเมื่อคุณดึงผู้จัดการทีมมาคุมสโมสรใหญ่ในอังกฤษ คำถามคือเขาพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้หรือไม่" อดีตกองหลังลิเวอร์พูล กล่าวต่อ

ด้าน เจมี่ เรดแนปป์ ชมเปาะว่า อิราโอล่าทำให้ผลงานของบอร์นมัธก้าวข้ามยุค เอ็ดดี้ ฮาว ได้สำเร็จ พร้อมมองว่าสไตล์เพรสซิ่ง ไล่บีบคู่แข่ง และพลังงานสูงคือสิ่งที่เดอะ ค็อป อยากเห็น แต่คำถามใหญ่คือการย้ายจากบอร์นมัธสู่ลิเวอร์พูลจะรับมือกับแรงกดดันได้แค่ไหน
2
ข่าวฟุตบอลนอก / "ผี" สะดุ้ง! ฮอลล์อาจทะลุ 50 ล้านปอนด์
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ วันนี้ เวลา 05:54 am »

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเริ่มมองหาแบ็กซ้ายคนใหม่เข้ามาเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ หลังทีมของไมเคิ่ล คาร์ริคกำลังเตรียมขุมกำลังให้พร้อมสำหรับฤดูกาลหน้า โดยเฉพาะเมื่อ “ปีศาจแดง” ได้กลับไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกอีกครั้ง

แม้คาร์ริคจะพาทีมตั้งหลักได้ในช่วงครึ่งหลังของซีซั่น แต่เขาได้ประโยชน์จากการโฟกัสแค่พรีเมียร์ลีกเป็นหลัก ฤดูกาลหน้าโปรแกรมจะหนักขึ้นทันที ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจำเป็นต้องเติมตัวเลือกแทบทุกโซนของสนาม

ตำแหน่งกองกลางยังเป็นเป้าหมายสำคัญ แต่แนวรับเริ่มถูกจับตาไม่แพ้กัน โดยลุค ชอว์ลงเล่นครบทั้ง 38 นัดในลีกซีซั่นล่าสุด ซึ่งถือว่าน่าทึ่งเมื่อเทียบกับประวัติอาการเจ็บที่ผ่านมา ขณะที่แพทริค ดอร์กูถูกมองเป็นตัวเลือกในพื้นที่สูงขึ้น และไทเรลล์ มาลาเซียถูกปล่อยออกจากทีมแล้ว

ตามรายงานจาก The Athletic หนึ่งในชื่อที่ “ผีแดง” กำลังพิจารณาคือลูอิส ฮอลล์ แบ็กซ้ายของนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งเติบโตมาจากอะคาเดมี่เชลซี และฉายแววเด่นจนกลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค

อย่างไรก็ตาม ดีลนี้ไม่ใช่งานง่าย เพราะดาวเตะวัย 21 ปีมีสัญญากับ “สาลิกาดง” ยาวถึงปี 2029 ทำให้ค่าตัวในซัมเมอร์นี้อาจต้องแตะอย่างน้อย 50 ล้านปอนด์ หรืออาจสูงกว่านั้น หากนิวคาสเซิ่ลไม่อยากปล่อยของดีออกจากทีม

ฮอลล์ยังเพิ่งสร้างความประหลาดใจให้หลายฝ่าย หลังโธมัส ทูเคิลหั่นชื่อเขาออกจากทีมชาติอังกฤษชุดฟุตบอลโลก โดยเลือกเจด สเปนซ์เป็นตัวสำรองของนิโก้ โอไรลี่แทน

แม้ราคาอาจทำเอาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องคิดหนัก แต่หากมองว่าเป็นการทุ่มเพื่อแบ็กซ้ายวัย 21 ปีที่เริ่มยืนระยะในพรีเมียร์ลีกได้แล้ว ดีลนี้ก็อาจเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าไม่น้อยสำหรับ “ปีศาจแดง”
3

มาร์คัส แรชฟอร์ด อาจต้องเจอซัมเมอร์ยาวแบบค้างเติ่ง หลังอนาคตกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังมืดมน แม้เจ้าตัวอยากปักหลักอยู่กับบาร์เซโลน่าแบบถาวรก็ตาม

เส้นทางของดาวยิงวัย 28 ปีเริ่มสั่นตั้งแต่รูเบน อโมริม หั่นชื่อเขาออกจากแผนทีมชุดใหญ่เมื่อเดือนธันวาคม 2024 ก่อนถูกปล่อยยืมไปแอสตัน วิลล่า และต่อด้วยบาร์เซโลน่า โดยฤดูกาลที่ผ่านมาเขาทำผลงานในลาลีกาได้ 8 ประตู 9 แอสซิสต์

แรชฟอร์ดเคยมีโมเมนต์สำคัญกับ “เจ้าบุญทุ่ม” หลังยิงฟรีคิกใส่เรอัล มาดริด ในเกมกลาซิโก้ที่ช่วยให้บาร์เซโลน่าคว้าแชมป์ลาลีกา และภายใต้ฮันซี่ ฟลิค เขาก็ถือว่ามีช่วงเวลาที่ไปได้สวยพอสมควร

"ผมไม่ใช่นักมายากล แต่ถ้าผมเป็น ผมก็คงอยู่ต่อ เราคงต้องรอดูกัน" แรชฟอร์ด เริ่มกล่าวหลังทำประตูใส่ “ราชันชุดขาว” เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม

ปัญหาคือความสนใจของบาร์เซโลน่ายังไม่ชัด แถมการมาของแอนโธนี่ กอร์ดอน จากนิวคาสเซิล ด้วยค่าตัว 69 ล้านปอนด์ ทำให้ภาพยิ่งซับซ้อน เพราะเป็นแนวรุกฝั่งซ้ายเหมือนกัน หาก “บาร์ซ่า” ยังอยากได้แรชฟอร์ด ก็ดูเหมือนจะเป็นดีลยืมตัวมากกว่าซื้อขาด

ฝั่ง “ปีศาจแดง” ต้องการค่าตัวถาวร 26 ล้านปอนด์ ก่อนสัญญานักเตะหมดในเดือนพฤษภาคม 2028 แต่ตัวเลขนี้ผูกกับภาระค่าเหนื่อยมหาศาลของเขา ซึ่งอยู่ที่ปีละ 17.5 ล้านปอนด์ หรือเหลือรวม 35 ล้านปอนด์ตามสัญญาปัจจุบัน

ทางกลับโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแทบไม่เปิด แม้อโมริมจะอำลาและไมเคิล คาร์ริคเข้ามาเป็นนายใหญ่ถาวรแล้วก็ตาม ส่วนปลายทางอื่นยังมีทั้ง “ปืนใหญ่”, “หงส์แดง”, แอสตัน วิลล่า รวมถึงโอกาสย้ายออกนอกอังกฤษ แต่ทุกทีมต้องชั่งใจเรื่องค่าเหนื่อยก้อนโต

ตลาดซื้อขายเปิดวันที่ 15 มิถุนายนนี้ อนาคตของแรชฟอร์ดน่าจะค่อยๆ ชัดขึ้น แต่ฟุตบอลโลกที่เขาถูกคาดว่าจะออกสตาร์ตให้ทีมชาติอังกฤษดวลโครเอเชีย วันที่ 17 มิถุนายน ที่ดัลลัส อาจเป็นเวทีชี้ชะตา หากเจ้าตัวโชว์ของได้ ค่าตัว 26 ล้านปอนด์อาจกลายเป็นดีลสุดคุ้มทันที
4

กระแสหึ่งจากสเปนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ว่า เรอัล มาดริด ตกลงสัญญากับ โชเซ่ มูรินโญ่ เพื่อดึงกลับมาคุมทีมอีกครั้ง และหากทุกอย่างประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อไร ตลาดซัมเมอร์ของ “ราชันชุดขาว” น่าจะเริ่มเดือดทันที

มูรินโญ่เตรียมหวนคืนกรุงมาดริดเป็นคำรบสอง หลังเคยอำลาทีมไปตั้งแต่ปี 2013 โดยช่วงแรกของเขากับสโมสรคว้าได้ทั้งแชมป์ลาลีกาและโกปา เดล เรย์ ส่วนฤดูกาลที่ผ่านมา กุนซือโปรตุกีสวัย 63 ปี คุมเบนฟิก้าแบบไม่แพ้ใครในลีก แต่จบเพียงอันดับ 3

สถานการณ์ของ เรอัล มาดริด ไม่ได้สวยหรูนัก หลังซีซั่นไร้แชมป์ทำให้ ชาบี อลอนโซ่ และ อัลบาโร่ อาร์เบลัว เจองานยากในการจัดการบรรดาซูเปอร์สตาร์ในห้องแต่งตัว อย่างไรก็ตาม เรื่องอีโก้ของนักเตะไม่น่าทำให้ “น้ามู” สะท้านมากนัก แต่เป้าหมายแรกที่เขาอยากดึงเข้ามาอาจไม่ใช่แข้งกาลาคติกอสแบบที่แฟนบอลคาดไว้

รายงานระบุว่า มูรินโญ่แจ้งกับ เรอัล มาดริด แล้วว่าอยากให้สโมสรเดินหน้าล่า มาเตอุส แฟร์นันเดส กองกลางของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดย “ขุนค้อน” จำเป็นต้องขายผู้เล่นมูลค่าสูง หลังตกชั้น และดาวเตะรายนี้กำลังอยู่ในเรดาร์หลายทีม

ก่อนหน้านี้ อาร์เซน่อล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวกับอดีตแข้งเซาแธมป์ตันอย่างหนัก ขณะที่ เปแอสเช แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ก็จับตาสถานการณ์เช่นกัน โดยมีการพูดถึงค่าตัวที่อาจพุ่งถึง 80 ล้านปอนด์

อีกปัจจัยสำคัญคืออนาคตของ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ หลังเคยมีเหตุปะทะรุนแรงกับ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ จนแข้งอุรุกวัยต้องเข้าโรงพยาบาล และทั้งคู่ถูกปรับเงิน ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกโยงว่าให้ความสนใจกองกลางฝรั่งเศสรายนี้อยู่

ต่อให้ ชูอาเมนี่ ไม่ย้าย ดานี่ เซบายอส ก็ต้องการโบกมือลา และสัญญาของเขาเหลือถึงปี 2027 ทำให้การปล่อยออกซัมเมอร์นี้ยังพอเรียกค่าตัวได้ นั่นทำให้การเสริมแดนกลางของ “ราชันชุดขาว” แทบเป็นโจทย์ใหญ่ที่มูรินโญ่ต้องรีบเคลียร์

นอกจาก แฟร์นันเดส แล้ว โรดรี้ ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ถูกโยงเช่นกัน โดยมิดฟิลด์ทีมชาติสเปนวัย 29 ปี กำลังเข้าสู่ปีสุดท้ายของสัญญา แต่ “เรือใบสีฟ้า” คงไม่อยากเสียแกนเก๋าเพิ่ม หลังมีข่าวว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ จอห์น สโตนส์ ต่างเตรียมอำลาทีมในซัมเมอร์นี้
5
ข่าวฟุตบอลนอก / สุดคุ้ม! "ลัมเมนส์" ซิวดีลแห่งซีซั่นผี
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ 03 มิถุนายน 2026 »

เซนเน่ ลัมเมนส์ ปิดซีซั่นแรกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แบบหล่อจัด หลังถูกยกให้คว้ารางวัลการย้ายทีมยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล ตอกย้ำว่าดีลนี้ของ “ปีศาจแดง” ไม่ได้มาเพราะดวงล้วน ๆ

แม้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะจบเพียงอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีก แต่แข้งหลายรายยังโกยรางวัลส่วนตัวได้ต่อเนื่อง โดย บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซิวรางวัลเพลย์เมคเกอร์จากสถิติ 21 แอสซิสต์ รวมถึงผู้เล่นยอดเยี่ยมของลีก ก่อนที่ ลัมเมนส์ จะตามมาด้วยรางวัลสายตลาดซื้อขาย

มือกาวเบลเยียมวัย 23 ปี ย้ายจาก รอยัล อันท์เวิร์ป มาด้วยค่าตัว 18.2 ล้านปอนด์ เมื่อซัมเมอร์ 2025 ทั้งที่ตอนนั้นมีชื่อของ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ซึ่งมีประสบการณ์พรีเมียร์ลีกมากกว่าอยู่ในกระแส แต่ฝ่ายสรรหานักเตะของ “ผีแดง” เลือกเดินเกมระยะยาวกับ ลัมเมนส์

คนที่ดันดีลนี้หนักเป็นพิเศษคือ โทนี่ โคตัน แมวมองผู้รักษาประตูของสโมสร ซึ่งตามดู ลัมเมนส์ มานานถึง 6 ปี และเชื่อว่าเจ้าตัวพร้อมลงเฝ้าเสาได้ทันที แม้เพิ่งมีประสบการณ์เป็นมือหนึ่งในบ้านเกิดเพียงปีเดียว ก่อนนายด่านรายนี้จะได้ลงตัวจริงพบ ซันเดอร์แลนด์ ในเดือนตุลาคม แล้วแทบไม่หันหลังกลับ

"เซนเน่ เรามองหาผู้รักษาประตูที่มีศักยภาพสูงอยู่เสมอ และเซนเน่ก็เป็นคนที่คว้าตัวได้ เราตัดสินใจเดินหน้า แต่มันไม่ใช่การตัดสินใจแบบฉับพลัน" เจสัน วิลค็อกซ์ เริ่มกล่าว

"โทนี่ โคตัน เอาชื่อเซนเน่มาให้ผมจับตาตั้งแต่ 12 เดือนก่อน และเขาไม่ยอมลดละเลย เขาบอกว่า 'คนนี้จะเป็นการเซ็นสัญญาชั้นยอดของเรา' เขาเริ่มต้นได้ดี แต่ต้องทำต่อไป เขาเป็นคนทบทวนตัวเองเก่ง และมีความเป็นมืออาชีพมากในแนวทางของเขา" ผู้อำนวยการฟุตบอลของ ยูไนเต็ด กล่าวเสริม

ตลอดซีซั่น ลัมเมนส์ มีพลาดชัด ๆ หนหนึ่งในเกมกับ ลิเวอร์พูล แต่ภาพรวมถือว่าโชว์ของเต็มตา และอาจเป็นคำตอบระยะยาวในตำแหน่งที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ตามหามานาน หาก ยูไนเต็ด ทำดีลแบบนี้ซ้ำได้อีก ไม่ว่าจะกับ เอแดร์ซอน ในแดนกลาง หรือผู้สืบทอด ลุค ชอว์ ทางแบ็กซ้าย ตลาดรอบต่อไปก็น่าจับตาไม่น้อย
6
ข่าวฟุตบอลนอก / หึ่ง "ม้าลาย" เหล่โกเก้เติมคาแรกเตอร์
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ 03 มิถุนายน 2026 »

ยูเวนตุสตกเป็นข่าวกำลังเดินหน้ามองหาผู้นำเพิ่มตามโจทย์ของ ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ โดยเป้าหมายใหม่ของพวกเขาพูดภาษาสเปน และชื่อที่โผล่เข้ามาในเรดาร์คือ โกเก้ กัปตันจอมเก๋าของแอตเลติโก มาดริด

ตามรายงานจากสื่ออิตาลี “ม้าลาย” ต้องการมอบแข้งระดับผู้นำให้ สปัลเล็ตติ อย่างน้อยหนึ่งคนในแต่ละแดน หลังนายใหญ่รายนี้ต้องการทั้งคาแรกเตอร์และบารมีในห้องแต่งตัว ไม่ใช่แค่ฝีเท้าในสนาม

โกเก้ วัย 34 ปี ถือเป็นหนึ่งในลูกทีมคู่ใจของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ หรือ “เอล โชโล่” ที่แอตเลติโก มาดริด มาอย่างยาวนาน และด้วยประสบการณ์ระดับสูงของดาวเตะสแปนิช ทำให้เขาถูกมองว่าอาจเข้ามาเติมความนิ่งและความเป็นผู้นำให้ทีมดังแห่งตูรินได้

รายงานยังระบุว่า ชื่อของโกเก้ถูกหยิบเข้าไปอยู่ในวงเจรจาที่เกี่ยวข้องกับ นิโก้ กอนซาเลซ ทำให้ตลาดของยูเวนตุสเริ่มมีประเด็นให้แฟนบอลจับตากันมากขึ้น เพราะนี่อาจไม่ใช่แค่การล่าแข้งใหม่ธรรมดา แต่เป็นการเสริมบุคลิกให้ทีมทั้งชุด

สำหรับ “ตราหมี” โกเก้คือแข้งคนสำคัญที่ผูกพันกับแนวทางของซิเมโอเน่มานาน ดังนั้นหากยูเวนตุสคิดจะปิดดีลจริง งานนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ชื่อของเขาก็สะท้อนชัดว่า สปัลเล็ตติอยากได้คนที่พร้อมนำทีมทันที ไม่ใช่แค่เข้ามาเป็นอะไหล่
7
ข่าวฟุตบอลนอก / ผียอมมั้ย?! "โอซิมเฮน" เป้าหลักซัมเมอร์
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ 03 มิถุนายน 2026 »

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวหึ่งอีกครั้งกับ วิคเตอร์ โอซิมเฮน หลังมีรายงานว่า “ปีศาจแดง” วางหัวหอกกาลาตาซารายเป็นเป้าหมายลำดับต้น ๆ สำหรับตลาดซัมเมอร์นี้ เพื่อเติมความดุในแดนหน้า

รายงานจากสื่อสเปน AS ระบุว่า แอตเลติโก มาดริด ได้สอบถามความเป็นไปได้ในการคว้าดาวยิงทีมชาติไนจีเรียเช่นกัน แต่ต้องเจอคู่แข่งสำคัญอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มอง โอซิมเฮน เป็นคีย์แมนในแผนเสริมทัพรอบหน้า

ดาวเตะวัย 27 ปี โชว์ของได้ชัดเจนนับตั้งแต่ย้ายจาก นาโปลี ไปเล่นกับ กาลาตาซาราย เริ่มจากสัญญายืมตัว ก่อนดีลถูกทำถาวรเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว ด้วยค่าตัว 64.8 ล้านปอนด์

ฤดูกาลที่ผ่านมา โอซิมเฮน กดไป 22 ประตูจาก 33 นัดรวมทุกรายการ พร้อมทำอีก 8 แอสซิสต์ ส่วนในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เขาลงเล่น 10 นัด ยิง 7 ประตู และทำ 3 แอสซิสต์ ถือเป็นตัวเลขที่ทำให้หลายทีมต้องเหลียวมอง

อย่างไรก็ตาม กาลาตาซาราย ไม่ได้มีท่าทีอยากปล่อยตัวง่าย ๆ และคาดว่าจะเรียกค่าตัวก้อนโตหากมีข้อเสนอจริงจังเข้ามา ขณะเดียวกันค่าเหนื่อยปีละ 15 ล้านยูโร หรือราว 13 ล้านปอนด์ของนักเตะ ก็อาจเป็นโจทย์หนักสำหรับทีมที่คิดจะล่าเขาไปร่วมทัพ

ตอนนี้ “ผีแดง” มี เบนจามิน เชชโก้ และ โจชัว เซิร์กซี เป็นกองหน้าตัวเป้าอาชีพในทีมชุดใหญ่ แม้ มาเตอุส คุนญ่า กับ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ จะเคยเล่นบทบาทดังกล่าวเมื่อฤดูกาลก่อน แต่อนาคตของ เซิร์กซี ยังไม่ชัดเจน และมีข่าวว่าอาจโบกมือลาในซัมเมอร์นี้

"พวกเขาต้องการมิดฟิลด์ตัวใหญ่สักสองคน ต้องการกองหลังตัวใหญ่สักสองคน และถ้าพวกเขาได้กองหน้าประเภทเพชฌฆาตมา พวกเขาจะเป็นทีมที่น่ากลัวจริง ๆ ในฤดูกาลหน้า" เบน ฟอสเตอร์ อดีตผู้รักษาประตูพรีเมียร์ลีก เริ่มกล่าว

"เลวานดอฟสกี้กำลังจะหมดสัญญา เขาจะออกจากบาร์เซโลน่าหลังจบฤดูกาลนี้ คนแบบนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด มีประวัติในการเซ็นนักเตะแบบนี้ด้วยสัญญาปีเดียว เพื่อดึงประสบการณ์ระดับสูงเข้ามา" อดีตนายด่านรายเดิม กล่าวต่อ
8

ซาวินโญ่ กำลังกลายเป็นอีกเคสชวนจับตาของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังผ่าน 2 ฤดูกาลกับทีม แต่อนาคตยังไม่ชัด เมื่อ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กลับมาอยู่ในวงล่าอีกครั้ง

ตลาดนักเตะของ “เรือใบสีฟ้า” ไม่ได้แม่นทุกครั้ง แม้เป็นสโมสรที่ขึ้นชื่อเรื่องการวางแผนละเอียดระดับแชมป์ก็ตาม ภายในสโมสรเองก็มีความเห็นต่างได้ ตั้งแต่กุนซือ ผู้อำนวยการกีฬา ผู้บริหาร ไปจนถึงทีมสเกาต์ และบางครั้งต้องรอเวลาพิสูจน์ว่าใครคิดถูก

ตัวอย่างชัดคือปี 2019 เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องการเซ็นเตอร์แบ็กมาแทน แว็งซ็องต์ กอมปานี แต่ ชิกี เบกิริสไตน์ ไม่ยอมทุ่ม 80 ล้านปอนด์ตามที่ เลสเตอร์ เรียกค่าตัว แฮร์รี่ แม็กไกวร์ จากนั้น อายเมริค ลาปอร์ต มาเจ็บหนักช่วงท้ายตลาด และ แมนฯ ซิตี้ ก็เสียแชมป์พรีเมียร์ลีก ก่อนปีถัดมาจะปิดดีล รูเบน ดิอาส แล้วต่อยอดคว้าแชมป์ลีก 4 สมัยติด

ขยับมาปี 2024 เป๊ปก็เคยไม่เห็นด้วยกับมุมมองที่ว่าทีมต้องรื้อใหญ่หลังครองลีกมา 4 ปีติด เขาเชื่อว่าลูกทีมชุดเดิมยังไปต่อได้ แต่สุดท้ายมารู้ตัวช้าในฤดูกาลว่าประเมินสถานการณ์พลาดไป

กรณีของ ซาวินโญ่ จึงน่าสนใจไม่แพ้กัน ซัมเมอร์ก่อน “ไก่เดือยทอง” แสดงความสนใจจริงจัง และแข้งบราซิเลียนก็แบะท่าพร้อมย้าย จนมีการพูดคุยเกิดขึ้น ก่อนที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะตัดสินใจเบรกเรื่องดังกล่าว

ผ่านไปหนึ่งปี ท็อตแน่มกลับมามองอีกหน และ “เรือใบ” ก็ยังไม่ได้ปิดประตูใส่นักเตะรายนี้ ฤดูกาลล่าสุดของปีกแซมบ้ายังมีทั้งเกมที่โชว์ของจนแฟนตาค้าง แต่ภาพรวมกลับสะดุดเรื่องความสม่ำเสมอ จนยึดตำแหน่งตัวจริงแบบยาวๆ ไม่ได้

นี่ไม่ได้แปลว่า ซาวินโญ่ ควรถูกขายตั้งแต่ปีก่อน หรือจำเป็นต้องโบกมือลาคราวนี้ แต่ถ้า แมนฯ ซิตี้ ยอมปล่อยจริง นั่นจะเป็นสัญญาณว่าฝั่งผู้บริหารเลือกขยับจากความเชื่อเดิมไปอีกทาง และหวังว่าหากพลาด ก็ต้องไม่แพงเกินไปในระยะยาว
9

โทบี้ คอลลีเยอร์ กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่น่าจับตาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังการอำลาของคาเซมิโร่เปิดช่องในแดนกลาง และเจ้าตัวหวังได้แบ่งนาทีลงสนามกับ "ปีศาจแดง" ในฤดูกาลหน้า

คอลลีเยอร์เคยถูกมองว่าอาจเป็นทายาทของคาเซมิโร่ตั้งแต่เกมที่แมนฯ ยูไนเต็ดโดนลิเวอร์พูลอัด 3-0 เมื่อเดือนกันยายน 2024 โดยเทน ฮากเปลี่ยนดาวเตะบราซิเลียนออกช่วงพักครึ่งแล้วส่งเจ้าหนูรายนี้ลงไปแทน แม้ผลการแข่งขันจะขายหน้า แต่ฟอร์มส่วนตัวของคอลลีเยอร์ไม่เลวเลย ทั้งเข้าสกัด 3 ครั้ง, เก็บบอลกลับมาได้ 3 หน, ชนะดวล 7 ครั้ง และเลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนครั้งนั้นไม่ได้พาเขาแจ้งเกิดทันที เทน ฮากโดนปลดในอีกหนึ่งเดือนต่อมา ส่วนคาเซมิโร่กลับมาคืนฟอร์มช่วงปลายเส้นทางกับสโมสร ก่อนมีบทบาทสำคัญช่วยแมนฯ ยูไนเต็ดกลับไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

รูเบน อโมริม เคยชมคอลลีเยอร์หลังได้รับโอกาสว่าเป็นแข้งที่มีพลังงานสูงและเข้าใจดีว่าการเล่นให้สโมสรนี้ต้องทำอะไรบ้าง ก่อนที่ซัมเมอร์ที่ผ่านมา "ผีแดง" จะตัดสินใจปล่อยยืม เพราะไม่มีเกมยุโรปและตัวเลือกแดนกลางยังพอมี

คอลลีเยอร์เลือกซบเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนแบบยืมตัว แต่ช่วงเวลากับ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ไม่เป็นไปตามแผนเพราะอาการเจ็บ ก่อนถูกเรียกกลับในเดือนมกราคม และย้ายต่อไปฮัลล์ ซิตี้ ซึ่งเขาเริ่มโชว์ของทันทีในเกมเสมอโคเวนทรี ซิตี้ 0-0 ด้วยผลงาน 74 นาทีที่น่าประทับใจ

"ผมมาที่นี่พร้อมความเชื่อใจเต็มที่จากทีมงานเบื้องบน มันไม่ใช่การเริ่มต้นที่ดีที่สุดในแง่สภาพร่างกาย ผมมีสะดุดเล็กน้อย แต่ก็พยายามสร้างตัวเองขึ้นมาอีกครั้งในการซ้อมและอดทนรอ" คอลลีเยอร์ เริ่มกล่าว

"ผมคิดว่าตัวเองทำได้ดี ต้องให้เครดิตผู้จัดการทีมที่ส่งผมลงในเวลาที่เหมาะสม ฟุตบอลมันเกี่ยวกับจังหวะเวลาด้วย ผมรู้สึกว่าจากสิ่งที่แสดงให้เห็นในการซ้อม ผมสมควรได้รับโอกาส และผมก็สนุกที่ได้กลับไปออกสตาร์ตอีกครั้ง" ดาวเตะวัย 22 ปี กล่าวต่อ

แม้คอลลีเยอร์จะลงเล่นให้ฮัลล์รวมแค่กว่า 350 นาที และพลาดช่วงท้ายซีซั่นเพราะข้อเท้าพลิก แต่ "เสือโคร่ง" ยังอยากดึงเขากลับไปใช้งานหลังเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ดเองกำลังเตรียมเปลี่ยนโฉมแดนกลาง โดยมีเอแดร์ซอนของอตาลันต้า และมาเตอุส แฟร์นันเดสของเวสต์แฮมอยู่ในเรดาร์ ทำให้อนาคตของคอลลีเยอร์ยังต้องรอดู แต่ช่องให้สอดแทรกในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดอาจไม่ได้ปิดตายเสียทีเดียว
10

เจมส์ มิลเนอร์ อดีตแข้งทีมชาติอังกฤษ ประกาศแขวนสตั๊ดเรียบร้อย ปิดฉากเส้นทางพรีเมียร์ลีกยาวนาน 24 ปี หลังหมดสัญญากับ ไบรท์ตัน ที่ค้าแข้งด้วยตลอด 3 ฤดูกาลหลังสุด

ดาวเตะสารพัดประโยชน์วัย 40 ปี ผ่านการลงเล่นให้ 6 สโมสรในลีกสูงสุดอังกฤษ และเพิ่งทุบสถิติลงสนามพรีเมียร์ลีกมากที่สุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนจบเส้นทางด้วยตัวเลข 658 นัด หลังลงเล่นเกมสุดท้ายให้ทัพ "นกนางนวล" ในแมตช์ปิดฤดูกาล

มิลเนอร์เริ่มต้นกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด สโมสรที่เชียร์มาตั้งแต่เด็ก โดยประเดิมชุดใหญ่ตอนอายุ 16 ปีในเดือนพฤศจิกายน 2002 ซึ่งตอนนั้นเป็นนักเตะอายุน้อยสุดอันดับ 2 ที่ได้เล่นพรีเมียร์ลีก เดือนถัดมาเขากลายเป็นแข้งอายุน้อยสุดที่ยิงประตูในลีกได้ ก่อนปัจจุบันหล่นมาอยู่อันดับ 3 ตามหลัง แม็กซ์ ดาวแมน และ เจมส์ วอห์น

หลังจาก "ยูงทอง" ตกชั้นในปี 2004 มิลเนอร์ย้ายไป นิวคาสเซิ่ล ต่อด้วย แอสตัน วิลล่า, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ ไบรท์ตัน โดยเส้นทางนั้นเต็มไปด้วยแชมป์ ทั้งพรีเมียร์ลีก 3 สมัยกับ "เรือใบสีฟ้า" 2 ครั้ง และ "หงส์แดง" อีก 1 ครั้ง รวมถึงแชมเปียนส์ ลีก 2019, เอฟเอคัพ และลีกคัพกับทั้ง ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล

"ผมโชคดีมากพอที่ได้สัมผัสช่วงเวลาที่ไม่มีวันลืม ตั้งแต่การดิ้นรนหนีตกชั้น ไปจนถึงการคว้าแชมป์ เล่นฟุตบอลยุโรป และเป็นตัวแทนประเทศในยูโร 2 ครั้งกับฟุตบอลโลก 2 ครั้ง" มิลเนอร์ เริ่มกล่าว

"แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผู้คนและมิตรภาพที่ผมได้พบตลอดเส้นทางฟุตบอล คือสิ่งที่ผมจะเก็บไว้ตลอดไป" อดีตแข้ง "สิงโตคำราม" กล่าวต่อ

มิลเนอร์ประเดิมทีมชาติอังกฤษตอนอยู่กับ แอสตัน วิลล่า ในปี 2009 และปิดฉากการรับใช้ชาติที่ 61 นัด แม้ฤดูกาล 2024-25 จะเจ็บจนแทบไม่ได้ลงสนาม แต่เขายังคัมแบ็กมาลงเล่น 22 นัดรวมทุกรายการในซีซั่น 2025-26 พร้อมมีส่วนช่วย ไบรท์ตัน คว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์สโมสร

"ผมอำลาเกมนี้ด้วยความภูมิใจ ความขอบคุณ และความทรงจำที่จะอยู่กับผมไปตลอดชีวิต ฟุตบอลมอบให้ผมมากกว่าที่เคยจินตนาการไว้ และผมจะขอบคุณโอกาสเหล่านั้นเสมอ ขอบคุณทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้" มิลเนอร์ กล่าวทิ้งท้าย
หน้า: [1] 2 3 ... 10