เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น



ข่าว: SMF - Just Installed!




เชียร์บอล

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
ข่าวฟุตบอลนอก / "ยามาล" เชื่อบาร์ซ่ายังมีโอกาสพลิกดับตราหมี
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ วันนี้ เวลา 06:04 am »

ลามีน ยามาล ปีกซุปตาร์ของบาร์เซโลน่า เชื่อว่าการคัมแบ็คกลับมาเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดสอง ไม่ใช่ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้

บาร์ซ่า แพ้คาบ้านเมื่อสัปดาห์ก่อน 0-2 และจะต้องเดินทางไปลงสนามที่เมโทรโปลิตาโน่ คืนวันอังคาร เพื่อรักษาความหวังในการผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ

"พวกเราต้องไม่คิดว่าการคัมแบ็คมันคือปาฏิหาริย์" ปีกทีมชาติสเปน กล่าว

"ผมโชคดีพอที่นับตั้งแต่เด็กนั้น ผมต้องมีภาระหน้าที่มากกว่าที่ควร ผมคุ้นเคยกับเรื่องนี้เป็นอย่างดี"

"ผมแค่โฟกัสกับการเอ็นจอยในสิ่งนี้ ไม่มองว่ามันคือปัญหา แต่เป็นความเข้มแข็ง ผมซาบซึ้งกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเองนะ"
2
ข่าวฟุตบอลนอก / ปืนต้องรอเช็ค "ไรซ์" ชวดซ้อมก่อนบู๊สปอร์ติ้ง
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ วันนี้ เวลา 06:03 am »

เดแคลน ไรซ์ กองกลางคนสำคัญของ อาร์เซน่อล พลาดการลงซ้อมกับทีม ก่อนหน้าการทำศึกกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในแชมเปี้ยนส์ลีกรอบก่อนรองชนะเลิศนัดสอง

การที่เขาหายหน้าไปจากการซ้อมทำให้เกิดความกังวลขึ้นมา หลัง อาร์เซน่อล กำลังเตรียมตัวเพื่อการลงเล่นในเกมสำคัญ

ไรซ์ ถอนตัวจากการช่วยทีมชาติ อังกฤษ ในเกมอุ่นเครื่องกับ ญี่ปุ่น เดือนที่แล้วก่อนจะกลับมาลงสนามให้ทีมได้ในเกมเจอ สปอร์ติ้ง เลกแรกสัปดาห์ก่อนและนัดพ่าย บอร์นมัธ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามแข้งวัย 27 ปีไม่ได้ปรากฏตัวในการซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมที่ ลอนดอน โคลนี่ย์ สนามซ้อมของสโมสรในวันนี้

มิเกล อาร์เตต้า ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมว่าจะต้องรอเช็ค ไรซ์ ในวันแข่งขันว่าพร้อมลงสนามขนาดไหน

"เราต้องรอดูในเช้าวันพรุ่งนี้ว่านักเตะบางคนจะเป็นยังไง แล้วผมจะได้ทำการตัดสินใจให้เหมาะสม" อาร์เตต้า บอกกับนักข่าว

เมื่อถามถึงอาการของ ไรซ์ เขาตอบว่า "เราต้องรอดูเขาในวันพรุ่งนี้นะ แต่แน่นอนว่าเขาลงซ้อมไม่ได้ เขาลงสนามมาหลายนัดและนั่นเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา"

หาก ไรซ์ มีปัญหาอาการเจ็บก็จะเป็นเรื่องเสียหายหนักสำหรับ "ปืนใหญ่" ที่ตอนนี้ไม่มีทั้ง บูคาโย่ ซาก้า, มาร์ติน โอเดการ์ด, ยูร์เรียน ทิมเบอร์ และ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่

ซาก้า พลาดการลงสนามตลอด 3 เกมหลังสุดในขณะที่ โอเดการ์ด ก็หายหน้าไปจากเกมที่พ่าย บอร์นมัธ หลังเขาพปัญหาเจ็บตามรบกวนอยู่เรื่อยๆในซีซั่นนี้

ทิมเบอร์ นักเตะที่โชว์ฟอร์มดีให้กับทีมนั้นก็ไม่ได้ลงสนามมานับตั้งแต่ชัยชนะเหนือ เอฟเวอร์ต้น ตั้งแต่เดือนที่แล้ว

อาร์เซน่อล จะเล่นเลกสองใน เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม หลังจากเกมแรกบุกไปเอาชนะ สปอร์ติ้ง ได้ 1-0 ด้วยประตูจาก ไค ฮาแวร์ตซ์ ในช่วงทดเจ็บ

พวกเขาจำเป็นต้องคัมแบ็คจากความน่าผิดในเกมแพ้ บอร์นมัธ ซึ่งทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลดช่องว่างลงมาเหลือ 6 คะแนน

ส่วนในแชมเปี้ยนส์ลีกนั้นหากพวกเขาชนะ สปอร์ติ้ง ได้ก็จะเข้ารอบรองชนะเลิศไปเจอผู้ชนะระหว่าง แอตเลติโก้ มาดริด และ บาร์เซโลน่า
3
ข่าวฟุตบอลนอก / "กัคโป" ยังดีกว่า! วอร์น็อคจวก "อิซัค" ไร้ตัวตน
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ วันนี้ เวลา 06:01 am »

สตีเฟ่น วอร์น็อค อดีตกองหลังลิเวอร์พูล ออกมาวิจารณ์ฟอร์มของ อเล็กซานเดอร์ อิซัค หลังเกมที่แพ้คาบ้านให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 2-0

อาร์เน่อ สล็อท ให้โอกาส อิซัค ลงเป็นตัวจริงในเกมนี้ แต่จำเป็นต้องถนอมการใช้งานเลยเลือกเปลี่ยนตัวออกช่วงพักครึ่ง โดยให้ โคกี้ กัคโป ลงไปแทน

"ผมไม่รู้จะพูดยังไงเกี่ยวกับ อเล็กซานเดอร์ อิซัค จริง ๆ นะ ผมเคยดูเขาเล่นที่นี่ตอนเจอฟูแล่ม เกมนั้นเขาก็แย่มากแล้ว" วอร์น็อค กล่าวกับ BBC Radio 5 Live

"แต่นัดนี้คือแทบไม่มีตัวตนอยู่ในสนามเลย เขาไม่อยากปะทะกับ มาร์ควินญอส เลย เหมือนพยายามหลบ ๆ ไม่อยากชน ไม่มีความพยายามที่จะช่วยทีมพักบอล หรือสร้างจังหวะให้ทีมขึ้นเกมเลย"

"เชื่อไหมว่า โคดี้ กัคโป ลงมาแค่ 5 นาที ยังทำประโยชน์ได้มากกว่าที่ อิซัค ทำตลอดทั้งครึ่งแรกซะอีก คือเขาสภาพร่างกายไม่ไหวเลย ห่างไกลจากคำว่าฟิตมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะอาการบาดเจ็บในเกมกับสเปอร์สนั่นแหละ แต่การที่เขาพลาดช่วงพรีซีซั่นมาด้วย มันทำให้เขายังหาความฟิตไม่เจอเลยแม้แต่นิดเดียวในฤดูกาลนี้ และมันก็ฟ้องออกมาให้เห็นชัดเจนในสนาม"

"แล้วคุณจะส่งเขาลงไปเจอ เปแอสเช ในเกมที่สำคัญที่สุดของฤดูกาล เจอกับทีมที่ดีที่สุดในยุโรป แล้วหวังว่าเขาจะเล่นดีภายใน 45 นาที มันเป็นไปไม่ได้หรอก ฟอร์มมันไม่ใช่เปิด-ปิดได้ตามสั่งแบบนั้น"
4

อาร์เน่อ สล็อท ออกมาอัปเดตอาการบาดเจ็บที่น่ากังวลของ อูโก้ เอกิติเก้ พร้อมส่งสัญญาณบางอย่างถึงเจ้าของทีมลิเวอร์พูล หลังจบเกมแชมเปี้ยนส์ลีกที่พ่ายให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

"หงส์แดง" ตกอยู่ในที่นั่งลำบากตั้งแต่ความพ่ายแพ้ 2-0 ที่ฝรั่งเศสเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ความหวังที่จะคัมแบ็คกลับต้องพังครืนลงอย่างรวดเร็ว เมื่อ เอกิติเก้ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกหามลงเปลออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 30 ของเกม

กองหน้าเฟรนช์แมนดูมีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงขณะที่ทีมแพทย์เข้าปฐมพยาบาล ซึ่งหลังจบเกม สล็อท ยอมรับว่าสัญญาณแรกที่เห็นนั้น "ดูไม่ดีเลย"

"ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เราทุกคนเห็นตรงกันว่าภาพที่ออกมามันดูไม่จืดเลย ตอนนี้คงทำได้แค่รอเช็กอาการให้แน่ชัด ซึ่งในช่วงครึ่งหลังเขาก็เดินทางกลับบ้านไปแล้ว ผมยังไม่ได้เจอเขาเลย" สล็อท ให้สัมภาษณ์กับ Amazon Prime

"ดูเหมือนว่าการเสียนักเตะเพราะอาการบาดเจ็บจะเป็นสิ่งที่เราเจอมานับครั้งไม่ถ้วนในซีซั่นนี้ แต่มันน่าลำบากใจสำหรับตัวเขาเป็นพิเศษ เพราะไม่มีใครอยากเจ็บหรอกครับ โดยเฉพาะในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของฤดูกาลแบบนี้"

นอกจากนี้ สล็อท ยังได้พูดถึงรูปเกมในวันนี้เพิ่มเติมว่า "เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราแพ้แค่ 2-0 ทั้งที่จริง ๆ ควรจะโดนมากกว่านั้น เหมือนกับเมื่อฤดูกาลก่อนเลยครับ แต่ในทางกลับกัน วันนี้เรากลับได้ผลลัพธ์ที่น้อยกว่าสิ่งที่เราควรจะได้รับจริง ๆ เราควรจะเป็นผู้ชนะในแมตช์นี้ด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องยอมรับในคุณภาพของพวกเขาที่ทำให้เราเจาะไม่เข้า"

"ถ้าคุณมองย้อนดูภาพรวมซีซั่นนี้ ผมไม่แปลกใจเลยนะ เพราะมีคำตัดสินหลายครั้งมากที่ไม่เป็นใจให้เรา สำหรับผมมันง่ายมาก ถ้าผู้ตัดสินไม่เป่าจุดโทษตั้งแต่แรก VAR ก็คงไม่เข้ามาแทรกแซงหรอก"

"อย่างที่ผมบอก ผมไม่เซอร์ไพรส์กับสิ่งที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ ไม่ใช่แค่ในแชมเปี้ยนส์ลีกนะ แต่ในพรีเมียร์ลีกเองเราก็เจอคำตัดสินที่ค้านสายตาอยู่บ่อยครั้ง... วันนี้เราแค่ทำประตูไม่ได้ ทั้งที่มีโอกาสมากมายแท้ ๆ"
5
ข่าวฟุตบอลนอก / VvD เห็นด้วย "หงส์" ต้องท็อปฟอร์มพิชิต PSG
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ 14 เมษายน 2026 »

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ยอมรับว่า "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องโชว์ฟอร์มที่พิเศษมาก หากหวังจะรักษาความหวังในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ลิเวอร์พูลจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของแชมป์เก่าในเลกสอง คืนวันอังคารนี้ โดยตามหลังอยู่ 0-2 จากเกมแรกที่ฝรั่งเศส ซึ่งพวกเขาเป็นรองอย่างชัดเจน

ฟาน ไดจ์ค ในฐานะกัปตันทีมย้ำว่าทีมต้องยกระดับฟอร์มอย่างมาก และเรียกร้องให้แฟนบอลช่วยเป็นพลังสำคัญในการคัมแบ็ก

“เราต้องมีบางอย่างที่พิเศษจริงๆ เกิดขึ้น ไม่งั้นเราจะไม่มีโอกาสเลย ถ้าเราเล่นเหมือนเกมที่ปารีส ผมคิดว่าเราก็ไม่มีทางชนะอยู่ดี" ฟาน ไดจ์ค กล่าว

"แฟนบอลน่าจะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ร่วมกับฟอร์มการเล่นของเรา"

"ผมโชคดีมากที่เคยได้สัมผัสค่ำคืนแบบนั้น ที่ความเชื่อมโยงระหว่างแฟนบอลกับผลงานในสนามมันยอดเยี่ยมมาก"

"นี่คือโอกาส ที่เราจะวางแผนให้ดี และสู้เต็มที่ตลอด 90 นาทีขึ้นไป"

"ผมตั้งตารอ มันเป็นเกียรติที่ได้มาถึงรอบก่อนรองฯ เราไม่ควรมองข้ามสิ่งนี้"

"เราต้องจำไว้ว่าเราคือลิเวอร์พูล และเราต้องทำให้มันเป็นค่ำคืนที่น่าจดจำ”
6

เวดัต มูริกี้ หอกเชิงสูง ขึ้นแท่นเป็นนักเตะ มาญอร์ก้า ที่ยิงประตูใน ลาลีก้า มากสุดตลอดกาล หลังเกมล่าสุดทำคนเดียงสองสกอร์เปิดบ้านถล่ม ราโย่ บาเญกาโน่ 3-0

ชัยชนะเกมวันอาทิตย์ที่ผ่านมาช่วยให้ มาญอร์ก้า ภายใต้กุนซือ มาร์ติน เดมิเคลิส ขยับขึ้นอันดับ 15 ห่างโซนแดง 3 คะแนน

แม้ทีมยังต้องลุ้นหนีตกชั้น แต่ฟอร์มส่วนตัวซีซั่นนี้ มูริกี้ รั้งอันดับสองดาวซัลโว ลาลีก้า ด้วยจำนวน 21 ประตูจาก 30 นัด เป็นรอง คีเลียน เอ็มบัปเป้ 2 ตุง

นับตั้งแต่ย้ายเข้ามาจาก ลาซิโอ เมื่อปี 2022 ด้วยค่าตัว 8 ล้านยูโร แข้งโคโซโววัย 31 ปี ลงเล่นให้ มาญอร์ก้า ในลีกสูงสุดไปแล้ว 139 นัดยิง 55 ประตู

จำนวนดังกล่าวแซงหน้าสถิติสูงสุดของ ซามูเอล เอโต้ ตำนานแคเมอรูน ผู้ลงให้ มาญอร์ก้า 133 นัดยิง 54 ประตู ช่วงปี 2000-2004

ดาวซัลโวตลอดกาล มาญอร์ก้า ลำดับถัดลงมาได้แก่ ฮวน อารันโก้ (45 ประตู), บิคตอร์ คาซาเดซุส (37 ประตู) และ ดาเนียล กีซ่า (28 ประตู)
7

บรูโน่ แฟร์นานเดส ยอมรับว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานโดยเฉพาะในครึ่งแรก สุดท้ายแพ้คาบ้านให้กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-1 เมื่อคืนที่ผ่านมา

"ปีศาจแดง" พลาดโอกาสทำแต้มหนี แอสตัน วิลล่า อันดับ 4 หลังโดน โนอาห์ โอคาฟอร์ด เหมาสองประตูตั้งแต่ครึ่งแรก แม้ว่า คาเซมิโร่ โหม่งตีไข่แตกในครึ่งแรก แต่ก็ไม่ทันการ

"เราปล่อยเกมนี้หลุดไปตั้งแต่ครึ่งแรกเลย เราไม่ได้เริ่มเกมด้วยความเข้มข้นที่ควรจะเป็น" คาเซมิโร่ กล่าวกับ สกาย สปอร์ตส์

"เรารู้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะเพรสแบบตัวต่อตัว เราต้องทำให้ดีกว่านี้กับจังหวะแรก และต้องดีกว่านี้อีกกับจังหวะสอง"

"เราทำได้ไม่ดีเลย ปล่อยพื้นที่ให้คู่แข่งเยอะเกินไป สุดท้ายก็โดนนำ 2-0 ทั้งที่ครึ่งหลังเรายังมีเวลาจะกลับมา แต่ก็ทำไม่สำเร็จ"

บรูโน่ พูดถึงสิ่งที่คุยกันในห้องแต่งตัวช่วงพักครึ่งว่า "เราต้องยกระดับความเข้มข้นของเกม ต้องเล่นให้ดุดันกว่านี้ แค่นั้นเลย"

แมนฯ ยูไนเต็ด ได้พักนานถึง 24 วัน แต่มิดฟิลด์ชาวโปรตุกีสบอกว่า "มันก็เป็นแบบนั้นแหละ เราตกรอบเอฟเอ คัพ เอง ก็ต้องโทษตัวเองที่ไม่ได้ลงเล่นมานานแบบนี้ เราพยายามเตรียมตัวให้ดีที่สุดแล้ว แต่สุดท้ายมันยังไม่พอที่จะชนะเกมนี้"

ส่วนจังหวะใบแดงของ ลิซานโดร มาร์ติเนซ จากจังหวะดึงผม โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน เจ้าตัวเลือกไม่ขอพูดถึงผู้ตัดสิน

"ผมจะไม่พูดถึงกรรมการ ถ้าพูดไปผมมีปัญหาแน่ เพราะกฎมันถูกใช้ไม่เหมือนกันสำหรับทุกคน คุณก็เห็นจากใบเหลืองเหมือนกัน มันดีกว่าที่ผมจะไม่พูดอะไร" แข้งวัย 31 ปีกล่าวเสริม

และเมื่อถูกถามว่าผลการแข่งขันนี้จะกระทบเป้าหมายของทีมไหม บรูโน่ ตอบว่า "มันไม่เปลี่ยนเป้าหมายของเราเลย เรารู้ว่าเราต้องการจบท็อปโฟร์"

"ทุกอย่างยังอยู่ในมือเราเอง เราต้องชนะเกมของเราให้ได้ ถ้าทำได้ เราก็จะไปอยู่ในจุดที่เราต้องการตอนจบฤดูกาล"
8

ดาเนียล ฟาร์เก้ กุนซือลีดส์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่าภูมิใจกับผลงานของลูกทีม หลังบุกเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1

"ยูงทอง" คว้า 3 คะแนนสำคัญ ทำให้ห่างจากโซนตกชั้นเป็น 6 แต้มแล้ว ก่อนจะเปิดบ้านรับมือ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ในเกมหน้า

หลังเกม ฟาร์เก้ ให้สัมภาษณ์กับ สกาย สปอร์ตส์ ว่า "เหนื่อย โล่งใจ แล้วก็ภูมิใจกับลูกทีมมาก ฟอร์มวันนี้ยอดเยี่ยมจริง ๆ ตอนนี้มันเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลแล้ว สิ่งสำคัญคือคุณต้องคุมสติให้ได้ และยึดมั่นกับแผนที่วางไว้"

"ครึ่งแรกเรายอดเยี่ยมมาก จริง ๆ ควรจะนำมากกว่า 2-0 ด้วยซ้ำ เพราะเราพลาดโอกาสไปเยอะมาก ครึ่งหลังเริ่มต้นได้ดีเหมือนกัน เรื่องใบแดงบางทีมันเปลี่ยนเกมได้ แต่ผมไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยนะ"

"เราพลาดนิดหน่อยในจังหวะลูกตั้งเตะครั้งหนึ่ง แล้วก็ต้องยอมรับว่านี่คือสไตล์ของแมนฯ ยูไนเต็ดอยู่แล้ว มันไม่ง่ายเลยที่จะปิดเกม โดยเฉพาะกับทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา"

"ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่เรามาชนะที่นี่ได้ หลังจากรอมา 40 ปี มันยอดเยี่ยมมาก และถือเป็นก้าวสำคัญของพวกเรา"

"ดีใจแทนนักเตะมาก ประตูมันสำคัญต่อโมเมนตัมของเกมเสมอ มันแสดงให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วฟอร์มการเล่นของเราควรจะอยู่ในอันดับที่ดีกว่านี้ด้วยซ้ำ ถ้าเราเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้คมกว่านี้"

"อีกฝั่งคือทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับท็อป และยังมีตัวสำรองที่ลงมาเปลี่ยนเกมได้ ถ้าคุณปิดเกมไม่ได้ มันก็ยังมีโอกาสเกิดอะไรขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะทีมเจ้าบ้าน เราต้องถ่อมตัวเอาไว้"

"เรายังไม่ใช่ทีมที่สมบูรณ์แบบ ยังไม่ใช่เวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง แต่เรากำลังเดินมาถูกทาง และกำลังมุ่งไปสู่สิ่งดี ๆ ในฤดูกาลนี้"

ฟาร์เก้ ยังพูดถึงใบแดงของ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ด้วยว่า "ผมยังไม่ได้ย้อนดูนะ แต่ถ้ามันเป็นการดึงผม แล้ว VAR เช็คแล้วโอเค และกรรมการไปดูจอเอง สุดท้ายให้ใบแดง ก็ต้องยอมรับตามนั้น ผมยังไม่ได้เห็นชัด ๆ"

"ผมแอบกังวลเหมือนกัน เพราะตอนนั้นเรากำลังมีโมเมนตัมที่ดี และบางทีสถานการณ์แบบนี้มันเปลี่ยนเกมได้ ผมจริง ๆ อยากให้เล่น 11 ต่อ 11 มากกว่า แต่ก็อย่างที่เห็น สุดท้ายเราชนะ ผมก็ไม่มีอะไรจะบ่น"
9

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เชื่อว่าประสบการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลที่แทบจะไม่พลาดเลย อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ทีมได้เปรียบ อาร์เซน่อล ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกปีนี้

หลังจากที่ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า พลาดโอกาสทิ้งห่าง 12 แต้ม เพราะดันแพ้ บอร์นมัธ 1-2 คาบ้าน ทำให้สถานการณ์ลุ้นแชมป์กลับมาเปิดกว้างอีกครั้ง

กวาร์ดิโอล่า มองว่า แมนฯ ซิตี้ จำเป็นต้องชนะทุกนัดใน 8 เกมที่เหลือ ถ้าหวังจะแซง อาร์เซน่อล ให้ได้ โดยจะเริ่มจากเกมบุกไปเยือน เชลซี วันอาทิตย์นี้ ซึ่งย้อนกลับไปฤดูกาล 2023-24 พวกเขาเคยชนะรวด 9 นัดท้าย แซงคว้าแชมป์ตัดหน้าอาร์เซน่อลมาแล้ว

และเจ้าตัวเชื่อว่า ประสบการณ์แบบนั้นแหละ อาจเป็นตัวตัดสิน โดยเฉพาะเกมชี้ชะตาที่ทั้งสองทีมจะเจอกันเองที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม วันที่ 19 เมษายนนี้

เป๊ป กล่าวว่า "คุณต้องชนะทุกเกมจริง ๆ และเราก็เคยทำมาแล้ว เพราะงั้นเรารู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะคว้าแชมป์ได้ ตอนนี้เราไม่ได้อยู่อันดับ 7 หรือ 8 เหมือนปีก่อนนะ เราอยู่อันดับ 2 และกำลังลุ้นแชมป์อยู่"

ขณะที่ฝั่ง อาร์เซน่อล ฟอร์มเริ่มแผ่วลง แต่ซิตี้กลับดูเหมือนกำลังเข้าฟอร์มพอดี โดยทีมของอาร์เตต้าแพ้ 3 จาก 4 เกมหลังสุดรวมทุกรายการ ส่วน แมนฯ ซิตี้ โชว์ฟอร์มดีต่อเนื่อง ทั้งในเกมชนะ "ปืนใหญ่" นัดชิงคาราบาว คัพ และชนะ ลิเวอร์พูล ในเอฟเอ คัพ

เป๊ป พูดถึงจังหวะเข้าที่เข้าทางของทีมว่า "จริง ๆ มันควรจะเข้าที่เร็วกว่านี้นะ จะได้มีโอกาสมากกว่านี้ แต่มันก็เป็นแบบนี้แหละ ยิ่งเราทำได้มากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งทำได้ต่อไป"

"แต่ถ้าจะเป็นแชมป์ คุณต้องทำแบบนี้ได้ทุก ๆ สามวัน ซึ่งฤดูกาลนี้เรายังทำไม่ได้ตลอด แต่เราก็ยังอยู่ตรงนี้ เรายังมีเอฟเอคัพรอบรองฯ ให้ลุ้นเข้าชิง และพรีเมียร์ลีกก็ยังไม่จบ ทุกอย่างยังไม่จบ"
10

โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ เตรียมตั้งเป้าให้ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ เรียกฟอร์มเก่งแบบสมัยอยู่ เชลซี กลับมาให้ได้ เพื่อช่วยให้ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ รอดพ้นจากโซนตกชั้นในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

ตอนนี้เส้นทางอาชีพของ กัลลาเกอร์ เริ่มสะดุด หลังย้ายออกจากสแตมฟอร์ด บริดจ์เมื่อ 2 ปีก่อน และการย้ายมาอยู่กับ สเปอร์ส ด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์จาก แอตเลติโก้ มาดริด เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก็ยังไม่เป็นไปตามที่หวัง ทั้งในมุมของตัวนักเตะและสโมสร

มิดฟิลด์วัย 26 ปี หวังว่าการกลับมาลอนดอนจะช่วยเพิ่มโอกาสในการติดทีมชาติอังกฤษลุยฟุตบอลโลก แต่ดันมาเจอสถานการณ์ทีมที่กำลังวิกฤต ฟอร์มช่วงแรกก็ยังไม่ค่อยมีอิมแพคมากนัก จนถูกกุนซือขัดตาทัพอย่าง อิกอร์ ตูดอร์ ดร็อปออกจากทีม

เกมล่าสุดที่เขาลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษต้องย้อนไปเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นนัดที่ 22 ของเขา และเป็นเกมอุ่นเครื่องที่แพ้ เซเนกัล

เด แซร์บี้ ซึ่งเพิ่งเข้ามาคุมทีม ยอมรับว่าช่วงเวลานี้ไม่ง่ายสำหรับ กัลลาเกอร์ พร้อมย้ำว่าเขาต้องช่วยเรียกความมั่นใจของนักเตะกลับมาให้ได้

"สำหรับกัลลาเกอร์ มันไม่ง่ายเลย เขาอยู่กับเชลซีมานาน จากนั้นย้ายไปแอตเลติโก มาดริด แล้วตอนนี้ก็มาอยู่กับท็อตแน่ม ในช่วงเวลาที่ทีมกำลังเจอสถานการณ์แบบนี้" เด แซร์บี้ กล่าว

"ตอนอยู่เชลซี เขาเป็นผู้นำของทีม แต่ตอนนี้เขาต้องปรับตัวกับสโมสรใหม่ เพื่อนร่วมทีมใหม่ สนามใหม่ ทุกอย่างใหม่หมด หน้าที่ของผมคือช่วยเขา และตั้งเป้าหมายให้เขากลับไปเป็นกัลลาเกอร์คนเดิมในสมัยเชลซีให้ได้"

ย้อนกลับไปตอนที่ เด แซร์บี้ คุม ไบรท์ตัน เขาเคยพยายามดึงตัว กัลลาเกอร์ ไปร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ปี 2023 แต่ไม่สำเร็จ หลังทีมขายมิดฟิลด์ตัวหลักอย่าง มอยเซส ไคเซโด้ และ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ออกไป ซึ่งตอนนั้น กัลลาเกอร์ ถูกมองว่าเหมาะกับสไตล์บอลพลังงานสูงของเขา

กุนซือชาวอิตาเลียนวัย 46 ปี ยังเชื่อว่าขุมกำลังในทีมสเปอร์สตอนนี้มีนักเตะที่เข้ากับสไตล์ของเขาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น กัลลาเกอร์ รวมถึง ชาบี้ ซิมอนส์ อีกหนึ่งดีลใหญ่ 55 ล้านปอนด์ ที่ย้ายมาจาก แอร์เบ ไลป์ซิก แต่ยังไม่ได้ถูกใช้งานในแบบที่ถนัดมากนักในยุคของ โธมัส แฟร้งค์ หรือ ทูดอร์

เด แซร์บี้ พูดถึงแนวทางการเล่นของทีมก่อนเกมแรกของเขากับสเปอร์สที่จะบุกไปเยือน ซันเดอร์แลนด์ ว่า "ดีเอ็นเอของนักเตะชุดนี้ ของสโมสรนี้ คือการครองบอล และพยายามสร้างสรรค์เกมเพื่อทำประตู"
หน้า: [1] 2 3 ... 10