เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น



ข่าว: SMF - Just Installed!




เชียร์บอล

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
ข่าวฟุตบอลนอก / "แรมซี่ย์" ปิดฉากการค้าแข้งแขวนสตั๊ดในวัย 35
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ วันนี้ เวลา 06:09 am »

อารอน แรมซี่ย์ อดีตมิดฟิลด์ของ อาร์เซน่อล และ ยูเวนตุส ประกาศยุติเส้นทางการค้าแข้งของเขาลงเรียบร้อยแล้วในวัย 35 ปี

เกมทางการนัดสุดท้ายที่ แรมซี่ย์ ลงสนามต้องย้อนไปเดือนกันยายนปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นเขาเล่นให้กับ พูมาส ทีมในเม็กซิโกแต่ก็อำลาหลังลงสนามไปเพียงแค่ 6 นัดเท่านั้น

แรมซี่ย์ ยังเป็นตัวหลักให้กับทีมชาติ เวลส์ โดยพาทีมไปเล่นฟุตบอลทัวร์นาเมนต์เมเจอร์มา 3 หนและผ่านการลงสนามให้กับชาติของเขาไปทั้งหมด 86 นัดพร้อมทำได้ 21 ประตู

"ถือเป็นเกียรติสำหรับผมที่ได้สวมชุดแข่งทีมชาติ เวลส์ และพบกับช่วงเวลาอันไม่น่าเชื่อมากมายร่วมกับทีม" แรมซี่ย์ กล่าว

"มันคงไม่มีทางเป็นไปได้หากขาดความช่วยเหลืออันสุดยอดจากผู้จัดการทีมทุกคนที่ผมเคยร่วมงานและสตาฟฟ์ทุกคนที่คอยช่วยเหลือในหลายๆด้าน"

สำหรับเส้นทางอาชีพในระดับสโมสรของ แรมซี่ย์ นั้นเริ่มต้นกับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ แต่ก็ย้ายไปอยู่กับ อาร์เซน่อล ตั้งแต่อายุยังน้อยและผ่านการลงสนามให้พวกเขามากกว่า 250 นัดพร้อมทำไปได้ 40 ประตู

กระนั้นเขาเจอจุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางอาชีพตอนเล่นกับ "ปืนใหญ่" เพราะขาหักและต้องใช้เวลาพักรักษาตัวเกือบปี

เขากลับมาจารึกชื่อลงในประวัติศาสตร์สโมสรได้ด้วยการทำประตูชัยในเกมเอฟเอ คัพนัดชิงชนะเลิศถึง 2 หน

แรมซี่ย์ อำลาจากทีมดังแห่งลอนดอนเหนือในปี 2019 ก่อนจะย้ายไปเล่นกับ ยูเวนตุส, เรนเจอร์ส, นีซ และกลับสู่ คาร์ดิฟฟ์

"ผมขอขอบคุณทุกสโมสรที่ผมโชคดีเคยเล่นให้กับพวกเขา ขอบคุณผู้จัดการทีมและสตาฟฟ์ทุกคนที่ช่วยให้ผมได้ใช้ชีวิตตามความฝันและเล่นในระดับท็อป"

รวมแล้วเขาผ่านการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพไป 3 สมัยกับ อาร์เซน่อล ต่อด้วยแชมป์เซเรีย อาและโคปปา อิตาเลียกับ ยูเวนตุส รวมถึงสก็อตติช คัพกับ เรนเจอร์ส
2
ข่าวฟุตบอลนอก / ยังเห็นแวว! "สล็อท" มั่นใจ "หงส์" สู้ PSG ได้สูสี
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ วันนี้ เวลา 06:08 am »

อาร์เน่อ สล็อท กุนซือ ลิเวอร์พูล เผยฟอร์มลูกทีมในบางช่วงของเกมแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-0 ช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าจะสามารถรับมือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในศึก แชมป์เปี้ยนส์ ลีก วันพุธนี้

"หงส์แดง" ชนะแค่ 1 จาก 5 นัดหลังทุกรายการ และ สล็อท สัมภาษณ์ก่อนเยือนแชมป์เก่า ในเลกแรกรอบก่อนรองบอลยุโรปถ้วยใหญ่ ถูกถามวิธีที่ทีมจะคืนฟอร์ม

"เป็นเรื่องจริงที่ซีซั่นนี้ฟอร์มเราไม่สม่ำเสมอมาก แต่ผมคิดว่าคำตอบอยู่ในประวัติศาสตร์ ลิเวอร์พูล อยู่แล้ว" โค้ชชาวดัทช์ ให้คำตอบ

"สโมสรนี้แสดงให้เห็นหลายครั้งว่าสามารถคัมแบ็กหลังเจออุปสรรค แต่แน่นอนว่าการพูดง่ายกว่าทำ"

"ซีซั่นนี้เราแสดงให้เห็นเช่นกันว่าสามารถต่อสู้กับเหล่าทีมที่ดีสุดในยุโรป โดยมีข้อยกเว้นคือ 2 นัดที่ เอติฮัด"

เกมล่าสุดเมื่อวันเสาร์ ลิเวอร์พูล บุกพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-0 ตกรอบ เอฟเอ คัพ แต่ สล็อท ชี้ว่าสามารถใช้ต่อยอด:

"เรื่องดีคือปีนี้เรากลายเป็นทีมที่ค่อนข้างมีประสบการณ์ในแง่ลบ จากอุปสรรคที่เจอมาตลอดทั้งซีซั่น"

"35 นาทีแรกในเกมกับ ซิตี้ ช่วยมอบความมั่นใจให้ผมอย่างมากว่าเราจะสามารถต่อสู้กับ เปแอสเช ได้อย่างสูสี"

"เราเล่นได้ดีมากอยู่ 35 นาที แต่มี 20 นาทีที่เราหลุดฟอร์มและถูกลงโทษทันที ซิตี้ มีโอกาส 4 ครั้งและยิง 4 ประตู"

"ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันเกิดกับเรา และผมบอกได้เลยว่าถ้ามีช่วง 20 นาทีแบบนั้นอีกครั้ง เราจะโดน เปแอสเช ยิง 4 ประตูเช่นกัน"

"ดังนั้นมันคือความท้าทายในการรักษาระดับแบบ 35 นาทีแรกที่ ซิตี้ ให้ได้ตลอดทั้งเกม หากไม่ทำแบบนั้น เราจะมีค่ำคืนที่ยากลำบาก"

เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค เซ็นเตอร์แบ็คกัปตัน วิจารณ์เพื่อนร่วมทีม "ยอมแพ้" ในเกมกับ ซิตี้ แต่ สล็อท เห็นต่างไป:

"ผมไม่เห็นผู้เล่นยอมแพ้ แต่ผมคิดว่าเป็นเรื่องดีเช่นกันที่กัปตันทีมมีปฏิกิริยาที่ชัดเจนและเข้มแข็ง"
3

ออเรลิโอ เด ลอเรนติส ประธานสโมสร นาโปลี ยอมรับไม่คิดขวางทางหาก อันโตนิโอ คอนเต้ อยากลับไปเป็นกุนซือทีมชาติ อิตาลี

คอนเต้ เคยผ่านการเป็นกุนซือทีมชาติ อิตาลี ในระหว่างปี 2014-16 และเขากลับมาเป็นแคนดิเดตหลังจากที่ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ ออกจากตำแหน่งไป

กุนซือวัย 56 ปียอมรับว่าเขาสนใจการกลับไปเป็นกุนซือทีมชาติและ เด ลอเรนติส ก็พร้อมปล่อยให้เขาออกจากตำแหน่งไปกุมบังเหียน "อัซซูรี่"

"ถ้า อันโตนิโอ ขอร้องผม ผมก็คงตอบตกลงนะ" เด ลอเรนติส ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว

"แต่จากที่ คอนเต้ เป็นคนหลักแหลมมาก เขาคงพยายามไม่จินตนาการวา่ตัวเองจะกลายเป็นกุนซือของทีมที่เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง ยกเว้นแต่จะเกิดการพูดคุยอย่างจริงจังซึ่งตอนนี้ก็มีไม่มากนัก"

แล้วถึงแม้ คอนเต้ จะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตหลักๆ แต่สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีจะไม่หากุนซือทีมชาติคนใหม่จนกว่าจะมีการเลือกตั้งประธานเสร็จสิ้นในวันที่ 22 มิถุนายน

อิตาลี จะมีเกมอุ่นเครื่อง 2 นัดในเดือนมิถุนายนและจะให้กุนซือชั่วคราวทำหน้าที่ในเกมเหล่านั้น ซึ่งคนที่ว่าน่าจะเป็น ซิลวิโอ บัลดินี่

นอกเหนือจากนี้ เด ลอเรนติส ยังยืนยันว่า โจวานนี่ มาลาโก คือตัวเลือกที่เขาโปรดปรานสำหรับตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีคนใหม่
4

หลุยส์ เอนริเก้ กุนซือของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ชี้การเจอกับ ลิเวอร์พูล ยังเป็นเกมที่ยากและเชื่อว่าไม่มีฝังไหนเป็นตัวเต็งเหนือกว่า สำหรับเกมรอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก

ฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล พบกับเสียงวิจารณ์อย่างหนักโดยเฉพาะ อาร์เน่ สล็อท เนื่องจากผลงานน่าผิดหวังและก็เพิ่งหมดลุ้นแชมป์ไปอีกรายการหลังแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-0 ตกรอบเอฟเอ คัพ

อย่างไรก็ตามแม้พวกเขาพบกับความกดดันมากขึ้นแต่ เอนริเก้ เตือน เปแอสเช ว่าเกมนี้จะเป็นเกมที่ยากเพราะ ลิเวอร์พูล มีทั้งนักเตะคุณภาพและโค้ชที่ดีมากๆ

"เราจะพยายามครองบอลให้มากกว่า ลิเวอร์พูล พวกเขาเป็นทีมที่ดีมากๆซึ่งมีทั้งนักเตะคุณภาพและโค้ชที่ดีมาก" เอนริเก้ ให้สัมภาษณ์

"จะเป็นเกมที่ยากนะ เกมนี้คือรอบก่อนรองชนะเลิศ มันเป็นเกมที่พิเศษเสมอเพราะเหลือทีมในการแข่งขันแค่ 8 ทีมเท่านั้น"

"เวลาคุณเริ่มคุ้นเคยกับการมาถึงฟุตบอลในระดับนี้ ก็ถือเป็นเรื่องยอดเยี่ยมสำหรับทีมนะ มันเป็นเรื่องดีแน่นอนที่จะแสดงสิ่งนั้นให้เห็นได้ในการเจอกับ ลิเวอร์พูล"

"สิ่งที่เราต้องการคือคุณภาพ เราตระหนักดีว่าเป็นเกมที่ยากแต่เราก็มีแรงกระตุ้น เราอยากจะเอ็นจอยกับการลงสนามใน ปาร์ก เดส์ แปรงซ์"

แล้วถึงแม้ เปแอสเช จะดูดีกว่า ลิเวอร์พูล เมื่อเทียบกันด้วยผลงานปัจจุบันแต่ เอนริเก้ ไม่คิดว่ามีฝั่งไหนเป็นตัวเต็งเหนือกว่าในการเข้ารอบ

"การแสดงถึงความมุ่งมั่นในการเล่นฟุตบอลจะเป็นเรื่องสำคัญนะ เพื่อเอ็นจอยกับการเล่นใน ปาร์ก เดส์ แปรงซ์, แฟนบอล, บรรยากาศ"

"นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราและแฟนบอลของเรา ต้องทุ่มเทเต็มร้อย หลังจากนั้นผลการแข่งขันเป็นยังไงเราต้องรอดู"

"ฤดูกาลที่แล้วเราเล่นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดของเราแต่ก็แพ้ (ที่ปาร์ก เดส์ แปรงซ์) ลิเวอร์พูล กลายเป็นเต็งแต่ เปแอสเช ผ่านเข้ารอบ"

"ในการแข่งขันรอบนี้น่ะไม่มีใครเป็นเต็งเหนือกว่าหรอกนะ สิ่งสำคัญคือพยายามคอนโทรลในสิ่งที่เราคอนโทรลได้ ลิเวอร์พูล เป็นทีมในระดับสูงมากๆ และการคิดว่าคุณคือทีมเต็งคือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับความล้มเหลว"

"การรู้ว่าใครคือทีมเต็งไมใช่สิ่งสำคัญสำหรับการแข่งขันรายการนี้ ไม่สำคัญกับเกมแบบนี้ เป็นไม่ได้หรอกที่จะมีทีมเต็ง สำหรับผมแล้วไม่มีใครเป็นตัวเต็ง"
5

วีเธนชอว์ เอฟซี เวตส์ สโมสรนอกลีกของอังกฤษ เพิ่มเติมการสะสมอดีตนักเตะพรีเมียร์ลีก ด้วยการเซ็นสัญญา อันโตนิโอ วาเลนเซีย อดีตปีกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้ามาอีกคน

สโมสรดังกล่าวสร้างความฮือฮาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยสร้างทีมที่มีนักเตะเคยผ่านการลงสนามในลีกสูงสุดมาแล้วรวมกันมากกว่า 1,800 นัด

นักเตะอย่าง สตีเฟ่น ไอร์แลนด์, แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ และปาปิส ซิสเซ่ เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งในนักเตะบิ๊กเนม ที่ผลัดกันมาลงสนามให้ทีมเป็นประจำในลีกระดับ 9 ของประเทศ

ไม่เท่านั้น ทีมจากเชสเชียร์ ยังเป็นไวรัลในช่วงเดือน ต.ค. และพ.ย. ปีก่อน หลังจากถล่มคู่แข่งเละเทะ อย่างชนะการชนะ เซาธ์ ลิเวอร์พูล 11-0 โดยซิสเซ่ ยิงคนเดียวครึ่งโหล

ราเวล มอร์ริสัน, แดนนี่ ซิมพ์สัน, ฟิล บาร์ดสลี่ย์, เดล สตีเฟ่นส์, เกล็น วีแลน, โจลีออน เลสค็อตต์, แดนนี่ เว็บเบอร์, ไมเนอร์ ฟิเกรัว, เอมิล เฮสกี้ย์ และจอร์จ บอยด์ ต่างก็เคยสวมเสื้อสโมสรลงสนามมาแล้วด้วย

ล่าสุด พวกเขาประกาศคว้าตัววาเลนเซีย ผ่านสื่อออนไลน์ โดยระบุว่า "เราภูมิใจต้อนรับอันโตนิโอ วาเลนเซีย แชมป์พรีเมียร์ลีก สู่วีเธนชอว์ เวตส์"

"ตำนานแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์ลีก ตอนนี้มาสวมตราของเรา ยินดีต้อนรับสู่สโมสรนะอันโตนิโอ!"

วาเลนเซียวัย 40 ปี เคยเซ็นสัญญาย้ายจากวีแกน แอธเลติก ไปอยู่ "ปีศาจแดง" ในปี 2009 และอยู่กับสโมสรยาวนานกว่าทศวรร์ และเป็นกัปตันทีมอีกต่างหาก

อดีตนักเตะทีมชาติเอกวาดอร์ ประกาศรีไทร์จากวงการไปเมื่อปี 2021 เนื่องจากอาการบาดเจ็บหัวเข่า โดยสโมสรสุดท้ายที่สังกัดคือกัวเรตาโร่ ในลีกเม็กซิโก
6

จอห์น บาร์นส์ เชื่อว่า ถึงเวลาเหมาะสมแล้วที่ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ จะอำลาลิเวอร์พูล แต่ยืนยันว่าในแง่ตำนานแอนฟิลด์ “เขาคือหนึ่งนักเตะที่ดีในที่สุด”

แข้งวัย 33 ปี ยืนยันเมื่อเดือนที่แล้วว่าเขาจะอำลาลิเวอร์พูลหลังจากค้าแข้งมา 9 ปี แต่อนาคตของเขาเริ่มสั่นคลอนตั้งแต่ให้สัมภาษณ์ตำหนิสโมสรและสล็อทหลังเกมกับลีดส์เมื่อเดือนธันวาคม

บาร์นส์ มองว่าหากซาล่าห์ย้ายตอนนั้นก็น่าจะเหมาะสมกว่า และเห็นด้วยว่าการแยกทางกันในซัมเมอร์นี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด อดีตแข้งเชลซีและโรม่ากำลังอยู่ในเส้นทางของฤดูกาลที่ผลงานแย่ที่สุดกับลิเวอร์พูล โดยยิงได้ 10 ประตูจาก 35 เกม ก่อนเกมแชมเปี้ยนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง วันพุธนี้

“ผมคิดว่ามันคงเป็นเวลาที่เหมาะสม ส่วนหนึ่งเพราะฤดูกาลนี้เป็นอย่างไร และสิ่งที่เขาสามารถมอบให้ทีมได้”

“ผมคิดว่าหากเขาย้ายตอนปลายปีที่แล้วก็น่าจะดีกว่าสำหรับทั้งสองฝ่าย ความเห็นของเขาในตอนนั้นไม่ช่วยอะไรเลย และนี่คงเป็นเวลาที่ใช่ เพราะหากคุณต้องการความแข็งแกร่งในการแข่งขัน ลิเวอร์พูลจำเป็นต้องมีผู้เล่นที่ฟิตพร้อมสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นนักเตะที่รับค่าเหนื่อยสูงสุดของทีม”

“ปัญหาของซาล่าห์คือปัญหาเดียวกับทุกคน เมื่อคุณอายุถึง 34 ปี สิ่งเหล่านี้ก็เกิดขึ้นได้”

“หากผู้เล่นใหม่เหล่านั้นไม่ย้ายมา ผมก็ไม่คิดว่าซาล่าห์จะยิงได้ 25 หรือ 30 ประตูอยู่ดี สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือแผนการเล่นคงจะเน้นไปที่เขามากกว่าเดิม"

"แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำได้เหมือน 2–3 ปีที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลจำเป็นต้องเซ็นผู้เล่นเหล่านี้ เพราะไม่อย่างนั้นก็จะพลาดโอกาส หากไม่คว้าตัวตอนนี้ ปีหน้าก็อาจไม่ได้พวกเขาแล้วจะทำอย่างไร?”

“ดังนั้น ผมคิดว่าสิ่งที่ลิเวอร์พูลทำก็สมเหตุสมผล เมื่อมีโอกาสเซ็นผู้เล่นที่เหมาะสมก็ต้องคว้าไว้"

"ลิเวอร์พูลตั้งใจเซ็นอิซัคอยู่แล้ว ส่วนกรณีเอกิติเก้นั้นค่อนข้างกะทันหัน พอเดินหน้าอิซัคไปไกลแล้ว พอเอกิติเก้โผล่มา สโมสรเลยต้องเอาเขาด้วย”

“คุณอาจบอกได้ว่า จำเป็นต้องมีทั้ง 2 คนไหม? หากได้อิซัคก่อน ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะเอาเอกิติเก้ แต่ผมไม่บอกว่าซื้อเยอะเกินไปนะ เพียงแต่มันต้องใช้เวลาให้ผู้เล่นทั้งหมดปรับจูนกัน”

แม้จะมีปัญหาในฤดูกาลสุดท้ายของซาล่าห์ แต่บาร์นส์ไม่สงสัยเลยว่าแข้งหมายเลข 11 รายนี้ สมควรเป็นหนึ่งในตำนานของแอนฟิลด์

“เขาคือหนึ่งในที่สุดของสโมสร คุณพูดถึง สตีเว่น เจอร์ราร์ด คุณย้อนกลับไปพูดถึง เควิน คีแกน หรือเอียน คัลลาแกน ได้ นี่เป็นเรื่องของคนแต่ละยุค”

“ถ้ามองย้อนกลับไปทีละยุค ตั้งแต่ยุค 50s ที่มี บิลลี่ ลิดเดลล์, ต่อด้วย เอียน เซนต์ จอห์น หรือ โรเจอร์ ฮันต์ ในยุค 60s, เควิน คีแกน ในยุค 70s, ตัวผมในยุค 80s, เจอร์ราร์ด”

“ผมคิดว่า โม จะอยู่ระดับเดียวกับพวกเขา ผมไม่จัดอันดับว่าใครที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 เพราะมันไร้สาระ”

“เขาไม่ได้ดีกว่า เอียน คัลลาแกน หรือ บิลลี่ ลิดเดลล์ แต่ถ้าพูดถึงรายชื่อตัวท็อปของลิเวอร์พูล แน่นอน 100% ว่าเขาอยู่ตรงนั้น”
7

CaughtOffside สื่อฟุตบอลเผย ยูเวนตุส, แอสตัน วิลล่า, นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กำลังติดตามสถานการณ์ มานูเอล อูการ์เต้ มิดฟิลด์ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมขายออก 40 ล้านยูโร

ซีซั่นนี้ อูการ์เต้ ลงให้ "ปีศาจแดง" ไป 23 นัดทุกรายการเป็นตัวจริงแค่ 9 ครั้ง หลังถูกซื้อเข้ามาจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อ 2 ปีก่อนด้วยค่าตัว 50 ล้านยูโร

กองกลางอุรุกวัยวัย 24 ปี เหลือสัญญาถึง 2029 แต่รายงานต้นสัปดาห์ล่าสุดระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมปล่อยตัวออก เนื่องจากมองว่าไม่เข้าระบบ 4-2-3-1

ทางตัว อูการ์เต้ พิจารณาย้ายออกแบบยืมตัวมาแล้วในเดือนมกราคม และตอนนั้นยักษ์ใหญ่แมนเชสเตอร์ ขอรั้งเอาไว้ แต่ซัมเมอร์นี้ เปิดกว้างขายขาด ประเมินมูลค่าไว้ราว 40 ล้านยูโร

สำหรับจุดหมายปลายทาง ยูเวนตุส กำลังเป็นตัวเต็งโดย ยักษ์ใหญ่ เซเรียอา ชื่นชอบ อูการ์เต้ มาตั้งแต่สมัยนักเตะอยู่กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน

โปรแกรมทีมชาติรอบล่าสุด มาร์โก้ อ็อตโตลินี่ ผอ.กีฬา "ม้าลาย" ยังเดินทางไปดูฟอร์มของ อูการ์เต้ ด้วยตัวเองหลายครั้ง

คู่แข่งร่วม พรีเมียร์ ลีก อย่าง "สิงห์ผงาด" และ "สาลิกา" ก็จับตามอง อูการ์เต้ อยู่เช่นกันรวมไปถึง กาลาตาซาราย ทีมดังแดนตุรกี
8

Football Insider วงในลูกหนังรายงาน เชลซี กำลังพิจารณาทุ่ม 60 ล้านปอนด์ซื้อ โรบิน โรฟส์ จอมหนึบ ซันเดอร์แลนด์

โรฟส์ ประเดิมซีซั่นแรกใน พรีเมียร์ ลีก เฝ้าเสาไป 28 นัด เสีย 34 ประตูเก็บ 8 คลีนชีท ช่วย "แมวดำ" ทีมน้องใหม่รั้งอันดับ 11

แม้เจ็บแฮมสตริงไม่ได้ลง 3 เกมล่าสุด ทว่ารายงานวันจันทร์ที่ผ่านมาเปิดเผย ฟอร์มโดยรวมของโกล์วัย 23 ปี ยังทำให้ "สิงห์บลูส์" ประทับใจ

ยักษ์ใหญ่กรุงลอนดอน มีนายด่านอยู่แล้วทั้ง โรเบิร์ต ซานเชซ และ ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น แต่กำลังพิจารณาเซ็น โรฟส์ เข้ามายกระดับ

มือกาวชาวดัทช์ ยังเหลือสัญญาถึง 2030 ภายหลัง ซันเดอร์แลนด์ ซื้อเข้ามาจาก เอ็นอีซี ไนจ์เมเก้น เมื่อซัมเมอร์ปีก่อนด้วยค่าตัวราว 10 ล้านปอนด์

นอกจาก เชลซี แล้วแหล่งข่าวระบุชื่ออีก 2 ยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ที่กำลังติดตามสถานการณ์ของ โรฟส์ อยู่เช่นกัน
9

แจ๊ค วิลเชียร์ บอกทีมชาติ อังกฤษ ควรเรียก แม็กซ์ ดาวแมน ไปเป็นส่วนหนึ่งของชุดลุยฟุตบอลโลก โดยชี้ว่าชาติอย่าง สเปน ไม่ลังเลที่จะหนีบแข้งดาวโรจน์พรสวรรค์สูงไปด้วย

ปัจจุบัน วิลเชียร์ ผันตัวมาเป็นกุนซือให้กับ ลูตัน ทาวน์ และเขาเชื่อว่า ดาวแมน มีศักยภาพที่เหนือกว่าเขาในสมัยที่ยังอายุเท่าๆกัน

วิลเชียร์ จับตาดูการพัฒนาฝีเท้าของ ดาวแมน มาตั้งแต่อายุเพียง 13 ปีหลังเคยเป็นโค้ชให้เขาในระดับอคาเดมี่

เขาเปิดเผยว่าถึงกับโทรไปหาพ่อเพื่อบอกว่า ดาวแมน อาจมีพรสวรรค์มากยิ่งกว่าเขาอีกหลังจากได้เห็นฝีเท้าด้วยตาตัวเอง

"ผมจำได้ว่าผมโทรไปหาพ่อแล้วบอกว่า 'พ่อ พ่อต้องมาดูไอ้หนูคนนี้นะ ผมว่าเขาเก่งกว่าผมอีก'" วิลเชียร์ ให้สัมภาษณ์กับ เดอะ เทเลกราฟ

"พ่อผมน่ะลำเอียงเข้าข้างผม เขาคิดว่าผมคือนักเตะที่ดีที่สุด อันที่จริงบางครั้งผมต้องเถียงกับเขา ผมไม่อยากเพิ่มความกดดันให้กับ ดาวแมน แต่เขาก็พบกับความกดดันมากมายอยู่แล้ว"

ดาวแมน เพิ่งยิงประตูแรกในพรีเมียร์ลีกไปในเกมที่พบกับ เอฟเวอร์ตัน และ วิลเชียร์ กล่าว่า "ตอนผมอายุ 16 ผมยิงประตูแบบนั้นยังไม่ได้เลย"

"ดูสภาพร่างกายของเขาสิ ตอนเขาอายุ 13-14 เขาก็มีสถิติสปรินท์และวิ่งหนักๆระดับเดียวกับสถิติสูงสุดของรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี"

"เขาเป็นคนที่ร่างกายกำยำ เขาโดนนักเตะอายุ 4-5 ปีมากกว่าเขาไล่เตะ ปกติแล้วผมพยายามเชียร์เขานะ เกือบๆจะเป็นอาจารย์ให้เขา และผมเข้าใจว่าสุดท้ายแล้ว มิเกล ต้องการอะไรจากเขา"

"แต่ส่วนที่เหลือน่ะ เทคนิคของเขาก็เป็นไปอย่างธรรมชาติ ทักษะการเลี้ยงบอลเอย, การกะจังหวะเวลาเอย ใช่ เขาอยู่ในระดับที่แตกต่างจากทุกคน"

แล้วอดีตแข้งวัย 34 ปีก็เชื่อว่า อังกฤษ ควรดู สเปน ไว้เป็นแบบอย่างหลังพวกเขาให้โอกาส ลามีน ยามาล ไปเล่นฟุตบอลยูโร 2024

"สิ่งเดียวที่ผมจะพูดก็คือถ้าเป็น สเปน ก็คงหนีบเขาไปด้วย นั่นคือสิ่งที่ผมคิด หลายครั้งในทีมชาติ อังกฤษ น่ะเรามีแนวทางของการปั้นดาวรุ่งขึ้นมาแต่จากนั้นก็ปกป้องพวกเขา"

"คุณติดหล่มอยู่กับความคิดว่า 'ถ้าเขาถูกหนีบไปด้วยแล้วคนจะพูดยังไง?' ดาวแมน เก่งพออย่างแน่นอนต่อให้เขาไปและเขาไม่ได้ลงสนามเยอะ ซึ่งผมคิดว่าเขาลงสนามได้นะ ผมคิดว่าเขาดีพอ"

"สุดท้ายแล้วเขาจะไปถึงจุดนั้น ผมเข้าใจที่คนพูดว่า 'อาจจะยังไม่ถึงเวลา' แต่ผมก็คิดเช่นกันว่า ยามาล ได้ไปเล่น (ยูโร 2024) ตอนอายุ 16 และเขาก็เป็นนักเตะที่ดีที่สุดในทัวร์นาเมนต์"
10

มีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เข้าทาบทาม จาร์ราด แบรนท์เวท เซ็นเตอร์แบ็กของ เอฟเวอร์ตัน อีกครั้ง

กองหลังวัย 23 ปีรายนี้ลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียง 5 นัดในฤดูกาลนี้ เนื่องจากอาการบาดเจ็บแฮมสตริงที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดในเดือนตุลาคม

แบรนท์เวท ลงเล่นนัดแรกของฤดูกาลในเดือนมกราคม และ เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน ต้องการบริหารจัดการเวลาการลงเล่นของกองหลังรายนี้มาตั้งแต่เขากลับมาลงสนาม

ขณะเดียวกัน ยูไนเต็ด เคยยื่นข้อเสนอขอซื้อตัว แบรนท์เวท สองครั้งในปี 2024 แต่ถูกปฏิเสธ รวมถึงข้อเสนอ 50 ล้านปอนด์

ณ ขณะนั้น เอฟเวอร์ตัน หัวเด็ดตีนขาดค่าตัวที่ 70 ล้านปอนด์ และในที่สุด ยูไนเต็ด พับเสื่อหันไปคว้าตัว มัทไธส์ เดอ ลิกต์ จากบาเยิร์น มิวนิค และ เลนี โยโร่ จากลีลล์ แทน

แต่ตามรายงานของ เบน เจคอบส์ จาก talkSPORT ระบุว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงติดต่อกับ แบรนท์เวท อยู่ก่อนตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้จะเปิดขึ้น

“พวกเขา [ยูไนเต็ด] ชอบ จาร์ราด แบรนท์เวท ไม่มีใครปฏิเสธได้” เจคอบส์ กล่าวกับ The United Stand

“ข้อดีของการต่อสัญญากับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ คือพวกเขาสามารถประวิงเวลาในการเสริมทัพกองหลังได้ ไม่ว่าจะตอนนี้หรืออีกหนึ่งปีข้างหน้า”

“มีการหารือกับทีมงานของ แบรนท์เวท ในเดือนกุมภาพันธ์ และทางฝั่งนักเตะได้ย้ำอีกครั้งว่าความสนใจของเขาที่มีต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่หายไป”

“เอฟเวอร์ตัน รู้สึกสบายใจกับสถานการณ์นี้ และ แบรนท์เวท ก็กำลังโฟกัสไปที่ตัวเอง การฟื้นฟูร่างกาย และทุกสิ่งที่นักฟุตบอลควรทำ”

“ดังนั้น การย้ายทีมจึงไม่ได้เป็นหัวข้อสนทนา เพราะเขายังคงมุ่งมั่นที่จะอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน ต่อไป ดังนั้นเราจะรอดูว่าจะเป็นช่วงซัมเมอร์นี้หรือซัมเมอร์หน้า”

“ผมคิดว่าส่วนหนึ่งของเหตุผลที่ แม็กไกวร์ อยู่ต่อก็คือ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการที่จะเป็นเหมือนลิเวอร์พูลในแง่ของการหาตัวแทนก่อนที่ตัวแทนตัวจริงจะอำลาทีมไป ดังนั้นคุณอาจเริ่มเห็นการทับซ้อนกันในตลาดซื้อขายมากขึ้น”
หน้า: [1] 2 3 ... 10