เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น



ข่าว: SMF - Just Installed!




เชียร์บอล

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1

กระแสหลังเกมที่อาร์เซน่อลเปิดบ้านชนะ แอตเลติโก มาดริด 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อ เวย์น รูนีย์ มองว่าการฉลองของทีม “ปืนใหญ่” มากเกินไป ขณะที่ Football365 ชี้ว่าครั้งนี้เสียงตอบโต้กลับพุ่งไปยังฝ่ายที่พยายามจับผิดการฉลองมากกว่าตัวนักเตะอาร์เซน่อลเอง

รูนีย์ให้ความเห็นผ่าน Prime หลังเกมว่า “พวกเขาสมควรอยู่ในจุดนี้ แต่พวกเขายังไม่ได้แชมป์ ผมคิดว่าการฉลองมันมากไปหน่อย ฉลองตอนที่คว้าแชมป์สิ!”

ความเห็นดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการ “จับผิดการฉลอง” อีกครั้ง ทั้งที่อาร์เซน่อลเพิ่งผ่านเกมใหญ่ในยุโรปและคว้าชัยเหนือคู่แข่งระดับสูงเพื่อทะลุถึงนัดชิงชนะเลิศรายการใหญ่ที่สุดของสโมสรยุโรป

อีกด้านหนึ่ง เอียน ไรท์ ตำนานอาร์เซน่อล ออกมาหนุนให้ทุกฝ่ายสนุกกับช่วงเวลาสำคัญนี้ โดยกล่าวในวิดีโอบนโซเชียลมีเดียว่า “ตำรวจจับผิดการฉลองจะออกมาเต็มไปหมด อย่าโดนจับล่ะ! สนุกกันให้เต็มที่ ฟุตบอลคือเรื่องของโมเมนต์ และนี่คือโมเมนต์ใหญ่ จงสนุกกับมัน”

ประเด็นนี้ทำให้บรรยากาศการรายงานข่าวเปลี่ยนไปอย่างน่าสนใจ จากเดิมที่มักมีการวิจารณ์ทีมที่ฉลอง “มากเกินไป” กลายเป็นการตั้งคำถามกลับไปยังคนที่พยายามลดทอนความสุขของทีมและแฟนบอล

สำหรับอาร์เซน่อล การผ่านเข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีกคือค่ำคืนสำคัญที่พวกเขามีสิทธิ์ฉลองเต็มที่ เพราะในโลกฟุตบอล ชัยชนะและช่วงเวลาแบบนี้คือสิ่งที่ทำให้เกมยังคงมีชีวิตชีวา.
2

Goal รายงานว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ขยับเข้าใกล้การป้องกันแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หลังบุกเสมอ บาเยิร์น มิวนิค 1-1 ในเกมรอบรองชนะเลิศ นัดสอง พร้อมผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 6-5 เตรียมไปดวล อาร์เซนอล ในนัดชิงชนะเลิศที่บูดาเปสต์

หลังเกมแรกที่ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ยิงรวมกันถึง 9 ประตู หลายฝ่ายคาดหวังว่าเกมนี้จะดุเดือดไม่แพ้กัน และเปแอสเชก็ออกสตาร์ทได้อย่างเฉียบขาด เมื่อ อุสมาน เดมเบเล่ ยิงประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 3 จากจังหวะทำเกมยอดเยี่ยมทางฝั่งซ้ายของ ควิชา ควารัตสเคเลีย ก่อนปาดบอลให้จบสกอร์อย่างเด็ดขาด

จากนั้น บาเยิร์นพยายามโหมบุกใส่แชมป์เก่าอย่างหนัก แต่แนวรับของเปแอสเชที่นำโดย มาร์กินญอส เล่นได้อย่างมีวินัยและแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการรับมือเกมกลางอากาศและการคุมแนวรับตลอดทั้งเกม ก่อนที่ แฮร์รี เคน จะมายิงตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ หลังรับบอลจาก อัลฟอนโซ เดวีส์ ในเขตโทษ แต่ไม่ทันช่วยให้ทีมเสือใต้พลิกสถานการณ์ได้

ผู้เล่นเปแอสเชหลายรายมีบทบาทสำคัญในเกมนี้ มัตเวย์ ซาโฟนอฟ ทำไป 5 เซฟ และไม่อาจทำอะไรได้กับประตูของเคน ขณะที่ วาร์เรน ซาอีร์-เอเมรี ซึ่งถูกเลือกลงเล่นแบ็กขวาแทน อัชราฟ ฮาคิมี่ ที่บาดเจ็บ แม้มีช่วงลำบากในการรับมือ หลุยส์ ดิอาซ แต่ยังยืนหยัดได้ดีและมีส่วนช่วยเกมรุกด้วย

แดนกลางของเปแอสเชทำงานหนักตลอดเกม ฟาเบียน รุยซ์ เป็นคนจ่ายบอลแรกอย่างยอดเยี่ยมให้ควารัตสเคเลียหลุดไปสร้างประตูขึ้นนำ ส่วนเกมรับยังมีจังหวะสำคัญในการหยุด จามาล มูเซียลา ขณะที่ นูโน เมนเดส แม้เจองานหนักกับ ไมเคิล โอลิเซ และโดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าปะทะรุนแรง แต่ท้ายที่สุดสามารถลดอันตรายจากฝั่งนั้นลงได้มาก

ด้านเกมรุก ควารัตสเคเลียโดดเด่นที่สุดจากการดวลตัวต่อตัวที่แทบหยุดไม่อยู่ ทั้งยังทำงานหนักเพื่อทีมตลอดเกม ส่วนเดมเบเล่ตอบแทนโอกาสด้วยประตูสำคัญ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกกลางครึ่งหลัง ขณะที่ หลุยส์ เอ็นริเก้ ได้รับเครดิตจากการวางแท็กติกเกมเยือนอย่างรัดกุม หลังจากทีมเพิ่งชนะเกมยิงกันสนั่นในปารีส และยังแสดงให้เห็นว่าเปแอสเชชุดนี้ไม่ได้มีดีแค่เกมรุก แต่ยังป้องกันได้อย่างแข็งแกร่งในคืนที่ต้องการผลการแข่งขันมากที่สุด

ชัยชนะด้วยสกอร์รวมครั้งนี้ทำให้เปแอสเชมีโอกาสคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่สอง เพียง 12 เดือนหลังจากได้แชมป์สมัยแรก โดยด่านสุดท้ายคือการพบกับอาร์เซนอลในบูดาเปสต์
3

ดาเนียล เปเรตซ์ ผู้รักษาประตูที่เซาแธมป์ตันยืมตัวมาจากบาเยิร์น มิวนิค เมื่อเดือนมกราคม กลายเป็นหนึ่งในดีลสำคัญของทีมอย่างรวดเร็ว โดย GiveMeSport รายงานอัปเดตจากอดัม แบล็กมอร์ ผู้สื่อข่าว BBC Radio Solent ว่า “นักบุญ” อาจมีเงื่อนไขต้องซื้อขาดนายด่านรายนี้ หากพวกเขาเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

เปเรตซ์ย้ายมาถึงเซนต์ แมรีส์ หลังเซาแธมป์ตันเพิ่งแพ้มิดเดิลสโบรห์ 0-4 ในช่วงต้นเดือนมกราคม และเข้ามาแทนที่กาวิน บาซูนู ทันที ขณะนั้นทีมรั้งอันดับ 15 ของแชมเปี้ยนชิพ และตามหลังพื้นที่เพลย์ออฟ 8 คะแนน แต่สถานการณ์พลิกกลับอย่างยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทีมของทอนดา เอ็คเคิร์ต ในปี 2026

เซาแธมป์ตันจบฤดูกาลอันดับ 4 แซงมิดเดิลสโบรห์ด้วยผลต่างประตูได้เสีย หลังทำผลงานไร้พ่ายในลีก 19 นัดติดต่อกัน โดยตอนนี้ทั้งสองทีมต้องพบกันอีกครั้งในรอบรองชนะเลิศเพลย์ออฟ นัดแรกจะเล่นที่ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม วันเสาร์ช่วงเที่ยง ก่อนกลับมาเตะนัดสองที่เซนต์ แมรีส์ ในวันอังคารถัดไป

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเซาแธมป์ตันจะต้องเซ็นสัญญาถาวรกับไซล์ ลาริน หากเลื่อนชั้นสำเร็จ เนื่องจากออปชันในสัญญายืมตัวจะกลายเป็นข้อบังคับซื้อขาด และแบล็กมอร์ระบุผ่าน X ว่าเงื่อนไขของเปเรตซ์อาจอยู่ในลักษณะเดียวกัน ขณะที่ฟาบริซิโอ โรมาโน เคยรายงานตอนย้ายทีมว่า เซาแธมป์ตันมีออปชันซื้อขาดนายด่านบาเยิร์นที่ 8.5 ล้านยูโร

ทั้งเปเรตซ์และลารินถูกมองว่าเป็นการเสริมทัพที่เปลี่ยนโฉมเซาแธมป์ตันในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล โดยเฉพาะเปเรตซ์ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แนวรับ สื่อสารตลอดเกม และยังมีจังหวะเซฟระดับสูง เช่น ลูกยิงของแจ็ค คลาร์ก ในเกมกับอิปสวิชเมื่อสัปดาห์ก่อน

หลังจากมีบทบาทสำคัญต่อการพุ่งขึ้นมาลุ้นเลื่อนชั้นของเซาแธมป์ตัน อนาคตของเปเรตซ์จึงกลายเป็นประเด็นที่น่าจับตาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหาก “นักบุญ” ปิดงานในเพลย์ออฟได้สำเร็จ.
4

อาร์เซน่อลขยับเข้าใกล้ตั๋วสู่รอบชิงชนะเลิศ Champions League หลังขึ้นนำแอตเลติโก มาดริด 1-0 ในเกมรอบรองชนะเลิศ นัดสอง ที่เอมิเรตส์ สเตเดียม ทำให้สกอร์รวมเป็น 2-1 หลังนัดแรกเสมอกันมา 1-1 ตามรายงานสดของ The Guardian Sport

ประตูสำคัญเกิดขึ้นช่วงทดเวลาครึ่งแรก เมื่อวิคตอร์ โยเคเรสไล่บอลทางขวาและเกือบหลบยาน โอบลัคได้ ก่อนเปิดเข้ากลางให้เลอันโดร ทรอสซาร์พักอกแล้วยิงต่ำ โอบลัคปัดออกมาเข้าทางบูกาโย ซาก้า ซ้ำจ่อ ๆ เข้าไปจากระยะไม่กี่หลา

ก่อนหน้านั้น แอตเลติโกเริ่มเกมได้น่ากลัวกว่า โดยอองตวน กรีซมันน์มีจังหวะเปิดให้ซิเมโอเน่เข้าชาร์จแต่โดนเดแคลน ไรซ์ขวางจนยิงหลุดกรอบ ขณะที่ฮูเลียน อัลวาเรซก็มีโอกาสสะกิดบอลหลุดเสาออกไป อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อลค่อย ๆ ครองเกมมากขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อเนื่องในช่วงท้ายครึ่งแรก

อาร์เซน่อลยังมีจังหวะลุ้นจุดโทษสองครั้งติด จากจังหวะทรอสซาร์โดนกรีซมันน์เบียดด้านหลัง และลูกยิงของไรซ์ที่ไปติดดาบิด ฮันโก้ แต่ VAR ตรวจแล้วให้เล่นต่อ โดยมองว่าจังหวะแรกเบาเกินไป ส่วนอีกจังหวะบอลโดนหน้าอกไม่ใช่แขน

เกมนี้มิเกล อาร์เตต้าส่งไมล์ส ลูอิส-สเคลลีลงตัวจริงในแดนกลาง พร้อมเปลี่ยนทีม 5 ตำแหน่งจากนัดแรก โดยเอเบเรชี เอเซ่, ซาก้า, ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ และทรอสซาร์ได้ออกสตาร์ต ส่วนมาร์ติน โอเดการ์ด, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, โนนี่ มาดูเอเก้ และมาร์ติน ซูบิเมนดี้มีชื่อเป็นตัวสำรอง ขณะที่ไค ฮาแวร์ตซ์ฟิตพอมีชื่อบนม้านั่ง

ฝั่งแอตเลติโกได้ข่าวดีเมื่อฮูเลียน อัลวาเรซฟิตทันลงตัวจริง หลังมีปัญหาบาดเจ็บข้อเท้าจากนัดแรก โดยดีเอโก้ ซิเมโอเน่เปลี่ยนทีมเพียงตำแหน่งเดียว ส่งโรบิน เลอ นอร์กม็องด์ลงแทนจอห์นนี่ การ์โดโซ่

ก่อนเกม อาร์เตต้ากล่าวกับ TNT Sports ว่า “ผมไม่เคยเห็นบรรยากาศแบบนี้มาก่อน ตอนที่เราเข้าสนาม ยอดเยี่ยมมากที่ได้เห็นความกระตือรือร้น เราต้องปรับตัวได้มาก ๆ ต้องดุดันกับบอล ผมหวังว่าซาก้าจะรักษาฟอร์มที่เขาแสดงให้เห็นเมื่อไม่กี่วันก่อนได้ และช่วยให้เราชนะเกมนี้”

ครึ่งหลังเริ่มต้นแล้วโดยไม่มีการเปลี่ยนตัว และหากสกอร์นี้คงอยู่ อาร์เซน่อลจะเป็นฝ่ายเดินหน้าสู่บูดาเปสต์ แต่ด้วยสกอร์รวมที่ยังห่างกันเพียงลูกเดียว เกมนี้ยังไม่มีพื้นที่ให้ผิดพลาดแม้แต่น้อย.
5

อาร์เซน่อลของ มิเกล อาร์เตต้า ก้าวสู่รอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เป็นครั้งแรกในรอบสองทศวรรษ หลังผ่านด่าน แอตเลติโก มาดริด ในรอบรองชนะเลิศ นัดสอง โดย Football365 ระบุว่า จากนี้เหลือเพียง 4 เกมใน 25 วัน ที่จะตัดสินว่าฤดูกาลนี้จะกลายเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรหรือไม่

สถานการณ์ของ “ปืนใหญ่” เปลี่ยนไปอย่างมหาศาลภายในไม่กี่วัน จากทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกที่ยังมีความกดดัน และทีมที่ยังต้องลุ้นหนักในถ้วยยุโรป ตอนนี้พวกเขามองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้นแล้ว โดยโปรแกรมที่เหลือคือ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด นอกบ้าน, เบิร์นลีย์ ในบ้าน, คริสตัล พาเลซ นอกบ้าน และรอบชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกที่บูดาเปสต์ ซึ่งจะพบ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หรือ บาเยิร์น มิวนิค

อาร์เตต้า ยอมรับหลังเกมว่าเขา “ไม่เคยเห็นหรือรู้สึกถึงบรรยากาศแบบนี้มาก่อน” หลังแฟนบอลอาร์เซน่อลสร้างพลังมหาศาลตั้งแต่การต้อนรับรถบัส, การแสดงทิโฟ ไปจนถึงเสียงเชียร์ตลอดเกม ก่อนที่ทีมจะปิดงานและฉลองการเข้าชิงร่วมกับแฟนบอลอย่างเต็มอารมณ์

กุนซือชาวสเปนกล่าวอีกว่า “เราสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งร่วมกัน” หลังทีมเก็บชัยชนะนัดที่ 41 ของฤดูกาล ซึ่งเทียบเท่าสถิติสูงสุดของสโมสร

ในเกมกับแอตเลติโก ทีมเยือนเริ่มต้นได้วูบวาบ โดยมีโอกาสจาก จูเลียโน่ ซิเมโอเน่ และ ฮูเลียน อัลวาเรซ แต่ถูก ดีแคลน ไรซ์ และ วิลเลียม ซาลิบา ขัดขวางไว้ได้ จากนั้นอาร์เซน่อลค่อย ๆ คุมเกม และได้ประตูจาก บูกาโย่ ซาก้า ที่ตามซ้ำจังหวะเซฟของ ยาน โอบลัค ในระยะเผาขน

วิคตอร์ เยอเคเรส ยังมีบทบาทสำคัญด้วยการวิ่งไล่กดดันและพักบอลอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ เลอันโดร ทรอสซาร์ ใช้ความคล่องตัวช่วยสร้างจังหวะก่อนประตูสำคัญ แม้อาร์เซน่อลต้องรอดจากหลายสถานการณ์หวาดเสียว รวมถึงโอกาสทองที่ อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ ยิงพลาดช่วงท้ายเกม แต่พวกเขายังไม่ถอยลงไปตั้งรับอย่างเดียว และพยายามปิดเกมด้วยประตูเพิ่ม

จากทีมที่เคยถูกตั้งคำถามเรื่องความกังวลในสนามเอมิเรตส์ ตอนนี้อาร์เซน่อลกลับมาเชื่อมต่อกับแฟนบอลได้อีกครั้งอย่างชัดเจน และเมื่อเหลือเพียง 4 เกมก่อนเส้นชัย ฤดูกาลที่เคยดูไกลเกินเอื้อม กำลังอยู่ใกล้กว่าที่เคยสำหรับทีมของอาร์เตต้า.
6

คีเลียน เอ็มบัปเป้ ออกมาปกป้องความประพฤติของตัวเองอย่างหนักแน่น หลังมีรายงานเรื่อง “ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น” ระหว่างดาวยิงชาวฝรั่งเศสกับ เรอัล มาดริด ท่ามกลางกระแสไม่พอใจจากแฟนบอล ก่อนเกม เอล กลาซิโก กับ บาร์เซโลนา สุดสัปดาห์นี้ ตามรายงานของ Daily Mail

เอ็มบัปเป้ วัย 27 ปี ถูกวิจารณ์เรื่องทัศนคติในช่วงหลัง โดยมีรายงานว่าเขามีปากเสียงอย่างดุเดือดกับหนึ่งในทีมงานของ อัลบาโร อาร์เบโลอา ระหว่างการซ้อม หลังทีมงานรายดังกล่าวทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินในเกมซ้อม และเหตุการณ์นี้ถูกมองว่ามีส่วนทำให้บรรยากาศระหว่างเขากับสโมสรแย่ลง

นอกจากนั้น ดาวเตะที่อยู่ในช่วงบาดเจ็บยังถูกแฟนบอลตำหนิ หลังมีภาพไปพักผ่อนบนเรือยอชต์หรูกับแฟนสาวคนใหม่ เอสเตอร์ เอ็กซ์โปซิโต นักแสดงชาวสเปน ขณะที่เพื่อนร่วมทีมกำลังเตรียมตัวเจอ บาร์เซโลนา ในเกมสำคัญ ซึ่ง เรอัล มาดริด มีโอกาสเสียแชมป์ลาลีกาให้คู่ปรับเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกันในทางคณิตศาสตร์

กระแสต่อต้านรุนแรงขึ้นเมื่อแฟน เรอัล มาดริด มากกว่า 250,000 คน ร่วมลงชื่อในคำร้องเรียกร้องให้ เอ็มบัปเป้ ออกจากสโมสร หลังสองฤดูกาลนับตั้งแต่ย้ายมาแบบไม่มีค่าตัวจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เขาและทีมยังไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้

อย่างไรก็ตาม ฝั่งของ เอ็มบัปเป้ ยืนยันว่าเสียงวิจารณ์จำนวนหนึ่งไม่ตรงกับความจริง โดยโฆษกของเขากล่าวกับ AFP ว่า “ส่วนหนึ่งของคำวิจารณ์มาจากการตีความเกินจริงต่อองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับช่วงฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวดของสโมสร”

โฆษกคนเดิมยังระบุอีกว่า “สิ่งนี้ไม่ตรงกับความเป็นจริงของความมุ่งมั่นและงานที่ คีเลียน ทำทุกวันเพื่อประโยชน์ของทีม”

หลังภาพทริปที่ซาร์ดิเนียถูกเผยแพร่ออกมา แฟนบอลจำนวนมากพากันโพสต์ข้อความ “fuera” หรือ “Mbappe out” บน X ขณะที่ในสเปนมีการตั้งคำถามถึงการเดินทางไปอิตาลีของเขา แม้เจ้าตัวจะกลับมาซ้อมเมื่อวันจันทร์แล้วก็ตาม สถานการณ์ของ เอ็มบัปเป้ กับ เรอัล มาดริด จึงยังเป็นประเด็นร้อนก่อนเกมใหญ่ที่อาจชี้ชะตาฤดูกาลของทีม.
7
ข่าวฟุตบอลนอก / สเปอร์สพร้อมขาย ดรากูซิน ซัมเมอร์นี้
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ 05 พฤษภาคม 2026 »

ตามรายงานจาก GiveMeSport ที่อ้างข้อมูลจาก Sports Boom ระบุว่า ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ตัดสินใจแล้วว่า ราดู ดรากูซิน สามารถย้ายออกจากทีมได้ในช่วงซัมเมอร์นี้ ไม่ว่าสโมสรจะตกชั้นหรืออยู่รอดในพรีเมียร์ลีกก็ตาม

สเปอร์สเพิ่งขยับพ้นโซนตกชั้นหลังบุกชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้พวกเขานำ เวสต์แฮม 1 คะแนน โดยเหลือโปรแกรมอีก 3 นัด ขณะที่ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ พาทีมคว้าชัย 2 เกมติดต่อกัน

อย่างไรก็ตาม แม้อนาคตในพรีเมียร์ลีกของทีมยังไม่แน่นอน แต่ เด แซร์บี้ ได้ตัดสินใจแล้วว่า ดรากูซิน ไม่อยู่ในแผนการทำทีมระยะยาว โดยสโมสรพร้อมรับฟังข้อเสนอสำหรับกองหลังทีมชาติโรมาเนียรายนี้

เซ็นเตอร์แบ็กวัย 24 ปี ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเร็ว เคยฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บเข่ารุนแรงในฤดูกาลนี้ แต่ปัจจุบันกลายเป็นตัวเลือกอันดับ 4 ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ต่อจาก คริสเตียน โรเมโร, มิกกี้ ฟาน เดอ เฟน และ เควิน ดันโซ โดยภายใต้การคุมทีมของ เด แซร์บี้ เขาได้ลงเล่นเพียงครั้งเดียวในฐานะตัวสำรองช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เกมชนะ วูล์ฟส์ 1-0

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเอเยนต์ของ ดรากูซิน เตรียมเดินทางมายังสหราชอาณาจักรเพื่อหารือเรื่องอนาคตของนักเตะ และตอนนี้ดูเหมือนว่าการย้ายทีมมีโอกาสเกิดขึ้นจริง โดยสเปอร์สตั้งค่าตัวไว้ที่ 17.2 ล้านปอนด์ ก่อนตลาดซื้อขายจะเปิดทำการ

มีสโมสรจากอิตาลีและเยอรมนีให้ความสนใจ ดรากูซิน ซึ่งต้องการโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่สเปอร์สเองก็มีแนวโน้มปรับแนวรับในช่วงซัมเมอร์ โดย ฟาน เดอ เฟน และ โรเมโร ต่างตกเป็นข่าวย้ายทีมเช่นกัน

ดรากูซิน ย้ายมาสเปอร์สในยุคของ แอนจ์ ปอสเตโคกลู ด้วยโปรไฟล์ทางร่างกายที่ดูเหมาะกับสไตล์การเล่น และเคยถูกมองว่าเป็นตัวสำรองที่ดีของ ฟาน เดอ เฟน กับ โรเมโร แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปหลังอาการเจ็บเข่า และการแยกทางอาจเป็นทางออกที่เหมาะสมทั้งกับนักเตะและสโมสรในซัมเมอร์ที่กำลังจะมาถึง
8

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมดวลกันถึง 2 เกมใหญ่ในระดับอะคาเดมี หลังทีมยู-21 ของ “ปีศาจแดง” บุกชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 พร้อมผ่านเข้าไปเจอ “เรือใบสีฟ้า” ในรอบรองชนะเลิศ พรีเมียร์ลีก 2 ตามรายงานของ Manchester Evening News

เกมของยูไนเต็ดลงเล่นเมื่อคืนวันจันทร์ที่สนามของซัตตัน ยูไนเต็ด โดย แดเนียล อาร์เมอร์ ยิงให้ทีมขึ้นนำในครึ่งแรก ก่อนที่ ชิโด โอบี จะมาซัดประตูปิดท้ายในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมคว้าชัยและตีตั๋วเข้าสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ

ก่อนหน้านั้น ซิตี้ผ่านเข้ารอบไปตั้งแต่คืนวันศุกร์ หลังบุกชนะ แอสตัน วิลลา 3-2 โดยได้ประตูจาก มามัด ซ็องกาเร, ฟลอยด์ ซัมบา และ เคเดน เบรธเวตต์ ในเกมที่พวกเขาต้องตามตีเสมอถึง 2 ครั้งก่อนพลิกคว้าชัย

ในตารางฤดูกาลปกติ ยูไนเต็ดจบอันดับ 2 โดยมีแต้มมากกว่าซิตี้ 3 คะแนน และอยู่เหนือกว่า 1 อันดับ ขณะที่การพบกันในลีกซีซั่นนี้เป็นยูไนเต็ดที่เอาชนะไป 2-1

เกมรอบรองชนะเลิศดาร์บี้แมตช์จะเล่นที่ Joie Stadium แต่วันแข่งขัน เวลาเตะ และรายละเอียดตั๋วยังไม่ได้รับการยืนยัน ส่วนรอบรองฯ อีกคู่ สเปอร์สจะพบผู้ชนะระหว่าง ไบรท์ตัน กับ เวสต์แฮม

นอกจากนี้ แมนฯ ซิตี้ และ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังจะเจอกันในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ ยูธ คัพ เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี โดยเกมดังกล่าวซิตี้จะเป็นเจ้าภาพ แต่วันแข่งและสนามยังรอการยืนยันเช่นกัน ทำให้ศึกระดับเยาวชนของแมนเชสเตอร์กำลังร้อนแรงไม่แพ้ทีมชุดใหญ่เลยทีเดียว
9

Sky Sports Football รายงานว่า เจมี่ คาร์ราเกอร์ มองว่า เชลซี กำลังดูเหมือน “สโมสรที่พังแล้ว” หลังโดนแฟนบอลตัวเองโห่ใส่ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ จากเกมพรีเมียร์ลีกที่แพ้ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-3 นับเป็นความพ่ายแพ้ในลีก 6 นัดติดต่อกันของทีม

ผลการแข่งขันถือเป็นเรื่องช็อกไม่น้อย เพราะ ฟอเรสต์ ซึ่งยังต้องดิ้นรนหนีตกชั้น ส่งทีมที่มีการเปลี่ยนตัวจริงถึง 8 ตำแหน่ง ก่อนเกมยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง กับ แอสตัน วิลลา ในวันพฤหัสบดี แต่เชลซีกลับตามหลังตั้งแต่นาทีที่ 97 วินาทีแรก โดนนำ 2-0 ภายใน 15 นาที และเสียประตูที่สามหลังเริ่มครึ่งหลังเพียง 7 นาที ก่อนที่ลูกจักรยานอากาศช่วงทดเวลาของ เจา เปโดร จะเป็นแค่ประตูปลอบใจ

คาร์ราเกอร์กล่าวว่า “มันน่าตกใจ และมันมาจากข้างบน มีนักเตะระดับท็อป 5 หรือ 6 คนอยู่ในสนามวันนี้ แต่พวกเขาแพ้ทีมชุดบีของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์”

“ไม่ถึง 12 เดือนก่อน พวกเขายังถล่มเปแอสเชอยู่เลย ไม่มีความเชื่อมโยงระหว่างนักเตะกับสตาฟฟ์ นักเตะกับแฟนบอล”

“ในบางแง่ มันก็เป็นเรื่องดี เพราะมันบอกคุณว่าฟุตบอลไม่ได้มีแค่การใช้เงิน ซื้อนักเตะ และประตูหมุนแบบนี้ แต่มันคือการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน และตรงนั้นไม่มีอะไรเลย พวกเขาดูเหมือนสโมสรฟุตบอลที่พังแล้วในตอนนี้”

เชลซี ภายใต้การคุมทีมชั่วคราวของ คาลัม แม็คฟาร์เลน รั้งอันดับ 9 ของพรีเมียร์ลีก ตามหลัง แอสตัน วิลลา อันดับ 5 ซึ่งเป็นโควตาแชมเปียนส์ลีกสุดท้ายอยู่ 10 คะแนน และไม่สามารถไล่ทันได้แล้วเมื่อเหลืออีก 3 นัด ส่วนโอกาสไปยุโรปยังอยู่ในความเสี่ยง แม้กรณีที่ วิลลา คว้าแชมป์ยูโรปา ลีก และจบอันดับ 5 อาจทำให้ทีมอันดับ 6 ได้ไปแชมเปียนส์ลีก โดยตอนนี้เชลซีตามหลัง บอร์นมัธ ทีมอันดับ 6 อยู่ 4 คะแนน

แม็คฟาร์เลนยอมรับว่าช่วง 15 นาทีแรกของทีม “ยอมรับไม่ได้” ซึ่งเป็นคำเดียวกับที่ เลียม โรซีเนียร์ เคยใช้หลังเกมพรีเมียร์ลีกที่แพ้ ไบรท์ตัน 0-3 ก่อนถูกปลดออกจากตำแหน่ง

“ผิดหวังมากกับฟอร์มการเล่น ผิดหวังกับผลการแข่งขัน ผมไม่คิดว่าเราเคยไปถึงระดับที่เรารู้ว่าเราทำได้เลยในวันนี้” แม็คฟาร์เลนกล่าว

“ผมคิดว่า 15 นาทีแรกเราอยู่ห่างจากระดับที่ควรเป็นมาก ประตูแรกเร็วมากเหมือนเป็นหมัดที่ทำให้เสียหลัก และดูเหมือนเราไม่ฟื้นจากจังหวะนั้นเลย”

กุนซือชั่วคราวของเชลซียังชี้ถึงจังหวะเสียประตูว่า “มันเป็นสถานการณ์สามต่อหนึ่งที่เสาไกล เรารู้ว่าพวกเขาชอบครอสไปเสาไกล เรารู้ว่าหมายเลข 9 ชอบถอยไปที่เสาไกล และเราควรป้องกันจังหวะนั้นให้ดีกว่านี้ น่าผิดหวังมาก”

อย่างไรก็ตาม แม็คฟาร์เลนยังยืนยันว่าทีมต้องเดินหน้าสู้ต่อในช่วงที่เหลือของฤดูกาล โดยกล่าวว่า “ผมรู้จักกลุ่มนี้ ผมรู้จักพวกเขามาสักพักแล้ว พวกเขามีแรงผลักดัน พวกเขาต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสโมสรนี้ และเราจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อพยายามชนะทุกเกมตั้งแต่ตอนนี้จนจบฤดูกาล”Sky Sports Football รายงานว่า เจมี่ คาร์ราเกอร์ มองว่า เชลซี กำลังดูเหมือน “สโมสรที่พังแล้ว” หลังโดนแฟนบอลตัวเองโห่ใส่ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ จากเกมพรีเมียร์ลีกที่แพ้ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-3 นับเป็นความพ่ายแพ้ในลีก 6 นัดติดต่อกันของทีม
10

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเดินหน้าเสริมทัพครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ หลังการันตีตั๋วลุยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า จากชัยชนะเหนือ ลิเวอร์พูล 3-2 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด โดยตามรายงานของ GiveMeSport ระบุว่า “ปีศาจแดง” ให้ความสนใจ อายูบ บูอัดดี มิดฟิลด์ดาวรุ่งของลีลล์ และพร้อมใช้บารมีของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ช่วยโน้มน้าวนักเตะ

อับเดลลาห์ บูลมา ผู้สื่อข่าว ระบุว่า บูอัดดี กำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสรใหญ่ทั่วยุโรป โดยเฉพาะ แมนฯ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และบาเยิร์น มิวนิค ขณะที่ทีมจากโอลด์ แทรฟฟอร์ดพยายามหลายครั้งในการนัดพบตัวแทนของนักเตะ เพื่อโน้มน้าวให้เลือกย้ายมาร่วมทีม

กองกลางวัย 18 ปีของลีลล์ใกล้ลงสนามครบ 100 นัดให้สโมสร ก่อนอายุครบ 19 ปี และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของยุโรปในเวลานี้ โดยเขายังเป็นนักเตะทีมชาติฝรั่งเศสชุดอายุไม่เกิน 21 ปีด้วย

แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกระบุว่าต้องการเซ็นสัญญากองกลางตัวกลางอย่างน้อย 2 รายในซัมเมอร์นี้ โดยต้องการตัวแทนระดับท็อปของคาเซมิโร่ที่เตรียมอำลาทีม ขณะที่มานูเอล อูการ์เต ก็ถูกคาดหมายว่าจะย้ายออกจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังทำผลงานได้ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของสโมสรคือการตัดสินใจเรื่องผู้จัดการทีมถาวรคนใหม่ หลังไมเคิล คาร์ริคทำผลงานโดดเด่นนับตั้งแต่เข้ามาแทนรูเบน อโมริมเมื่อเดือนมกราคม โดยพาทีมชนะทั้งอาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี และลิเวอร์พูล พร้อมมีลุ้นจบอันดับ 3

ชัยชนะเหนือลิเวอร์พูลยังตอกย้ำพัฒนาการของค็อบบี้ ไมนู หลังเจ้าตัวยิงประตูชัยในเกมดังกล่าว และกลายเป็นกองกลางคนสำคัญที่ยูไนเต็ดต้องการหาคู่หูในแดนกลางให้ในตลาดซัมเมอร์นี้ ส่วนบูอัดดีอาจยังไม่ใช่ตัวเลือกตัวจริงทันที แต่ศักยภาพและประสบการณ์ที่มีตั้งแต่อายุยังน้อยทำให้เขาถูกมองว่าอาจเป็น “ไมนูคนต่อไป” ของโอลด์ แทรฟฟอร์ดได้ในอนาคต.a
หน้า: [1] 2 3 ... 10