เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น



ข่าว: SMF - Just Installed!




เชียร์บอล

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
ข่าวฟุตบอลนอก / เมอร์สันชี้ วิลล่า-ฟอเรสต์เหมือนนัดชิงยูโรปา
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ วันนี้ เวลา 06:02 am »

พอล เมอร์สัน มองว่าศึกยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง แอสตัน วิลล่า กับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในวันพฤหัสบดีนี้ ให้ความรู้สึกเหมือน “นัดชิงชนะเลิศ” เพราะผู้ชนะมีโอกาสสูงที่จะคว้าแชมป์รายการนี้ พร้อมตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า ตามรายงานจาก Sky Sports Football

ฟอเรสต์กุมความได้เปรียบจากเกมแรก หลังได้ประตูชัยจากจุดโทษของ คริส วู้ด ในครึ่งหลัง ช่วยให้ทีมของ วิตอร์ เปเรยร่า ชนะ 1-0 และขยับเข้าใกล้การเข้าชิงฟุตบอลยุโรปครั้งแรกในรอบ 46 ปี โดยรอบชิงชนะเลิศที่อิสตันบูล วันที่ 20 พฤษภาคม จะพบกับ บราก้า หรือ ไฟร์บวร์ก ซึ่งบราก้านำอยู่ 2-1 จากเกมแรก

เมอร์สันกล่าวว่า “เกมนี้สำหรับผมให้ความรู้สึกเหมือนนัดชิง มันเหมือนผู้ชนะกินรวบ เพราะมีบราก้าหรือไฟร์บวร์กรออยู่ในรอบชิง นั่นหมายความว่าผู้ชนะในวันพฤหัสบดีนี้อาจกำลังจองที่ในแชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ตัวเอง”

อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เขาเชื่อว่า แอสตัน วิลล่า จะผ่าน ฟอเรสต์ ได้ตลอดสองนัด โดยเฉพาะหลังเห็นเกมลีกที่ซิตี้ กราวด์ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ซึ่งเขามองว่าวิลล่าทำได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปหลังฟอเรสต์ชนะเกมแรก และโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในการบุกชนะ เชลซี ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

เมอร์สันระบุว่า “ตอนนี้ผมคงช็อกถ้า แอสตัน วิลล่า ผ่านเข้ารอบ หลังจากได้เห็นทั้งสองทีมในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ผมรู้ว่าเชลซีเล่นแย่ แต่คุณก็ยังต้องบุกไปสแตมฟอร์ด บริดจ์ แล้วชนะให้ได้ พวกเขากำลังอยู่ในช่วงฟอร์มแรงจริง ๆ และต้องให้เครดิต วิตอร์ เปเรยร่า”

เขายังชื่นชมวิธีเล่นของฟอเรสต์ โดยเฉพาะการใช้กองหน้าสองคน ซึ่งทำให้แนวรับคู่แข่งรับมือยาก “ผมชอบมากที่พวกเขาเล่นด้วยกองหน้าสองคน และทีมต่าง ๆ ไม่รู้จะรับมืออย่างไร กองหลังยุคนี้เล่นมาทั้งชีวิตกับกองหน้าคนเดียว แต่พอเจอสองคน พวกเขาไม่รู้จะทำอย่างไร ทั้งคู่ต้องประกบคน และต้องถูกดึงให้ทำงานตลอด มันกำลังเล่นงานหลายทีม และผมชอบมาก”

ขณะเดียวกัน เมอร์สันยังพูดถึงการตัดสินใจของ อูไน เอเมรี่ ที่พักผู้เล่นหลายคนในเกมกับ สเปอร์ส โดยยอมรับว่าเขาแปลกใจ เพราะวิลล่าอาจปิดจ๊อบคว้าตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีก ผ่านลีกได้ แต่ก็เข้าใจเหตุผลของกุนซือชาวสแปนิช

“ฟุตบอลคือการคว้าแชมป์ เขาเป็นผู้จัดการทีมที่ต้องการคว้าถ้วย นั่นคือเหตุผลที่เขาทำแบบนั้นกับสเปอร์ส และผมตำหนิเขาไม่ได้” เมอร์สันกล่าว พร้อมเสริมว่า “สุดท้ายแล้ว คุณอยากจบอันดับห้าเพื่อไปแชมเปี้ยนส์ ลีก แล้วอาจตกรอบเร็วในฤดูกาลหน้า หรืออยากจบอันดับหก คว้าแชมป์ยูโรปา ลีก และได้ไปแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยเส้นทางนั้น ผมเลือกคว้าถ้วย และเอเมรี่ก็เช่นกัน”

วิลล่ายังมีโอกาสลุ้นตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีก ผ่านพรีเมียร์ลีก แม้แพ้มา 3 นัดติดต่อกัน โดยยังเหลือเกมยากกับ ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ซิตี้ รวมถึงเกมกับ เบิร์นลีย์ ที่เมอร์สันมองว่าควรเป็นนัดที่พวกเขาเก็บชัยได้ แต่สำหรับเขา เกมกับฟอเรสต์คือแมตช์สำคัญที่สุด เพราะมันอาจกำหนดทั้งถ้วยยุโรปและอนาคตในแชมเปี้ยนส์ ลีก ของทั้งสองทีมในคราวเดียว.
2
ข่าวฟุตบอลนอก / อาร์เซนอลชนเปแอสเช! ชิงเจ้ายุโรปที่บูดาเปสต์
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ วันนี้ เวลา 06:01 am »

The Guardian Sport รายงานว่า คู่ชิงชนะเลิศถ้วยยุโรปที่บูดาเปสต์ถูกกำหนดเรียบร้อยแล้ว เมื่อปารีส แซงต์-แชร์กแมง จะดวลกับอาร์เซนอล ในเกมที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ความแค้น และเส้นทางพิสูจน์ตัวเองของทั้งสองทีมเป็นเดิมพัน

เปแอสเชผ่านบาเยิร์น มิวนิค มาได้ด้วยผลงานที่ต่างจากภาพจำทีมบุกแหลก หลุยส์ เอ็นริเก้ วางทีมอย่างมีวินัยในเกมรับ นักเตะแนวรุกช่วยเพรสซิ่งและปิดพื้นที่จนบาเยิร์นหาโอกาสเล่นถนัดได้ยาก แม้เกมที่มิวนิคจะมีการยิงรวมถึง 33 ครั้ง เทียบกับ 22 ครั้งในปารีส แต่เปแอสเชไม่ปล่อยให้สถานการณ์หลุดจากการควบคุม ก่อนแฮร์รี่ เคนจะยิงประตูช่วงท้าย

ควิชา ควารัตสเคเลียยังคงมีภาพของปีกคลาสสิก และเป็นคนตั้งให้ อุสมาน เดมเบเล่ ทำประตู แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็เป็นนักเตะยุคใหม่ที่เพรสสูงอย่างหนัก เปแอสเชชุดนี้ยังยึดสูตรใกล้เคียงกับฤดูกาลก่อน ทีมอายุมากขึ้นอีกปี แต่ยังเต็มไปด้วยพลังหนุ่ม และตอนนี้โปรเจกต์ที่ใช้เวลาหลายปีพร้อมเงินมหาศาลหลังการเข้ามาของทุนกาตาร์ในปี 2011 กำลังเริ่มให้ผลลัพธ์ตามที่เคยฝันไว้

มาร์กินญอส ซึ่งอยู่กับเปแอสเชมาตั้งแต่ปี 2013 เป็นหัวใจเกมรับในมิวนิค เขาช่วยจัดระเบียบแนวรับเพื่อหยุดภัยคุกคามจากเคน, มิชาเอล โอลิเซ่ และหลุยส์ ดิอาซ โดยมี วิลเลียน ปาโช เป็นคู่ข้างที่ไว้ใจได้ ขณะที่ วอร์เรน ซาอีร์-เอเมรี ต้องประคองบทบาทแบ็กขวาจำเป็น มาร์กินญอสกล่าวหลังเกมว่า “คืนนี้เราแสดงให้เห็นว่าเราก็รู้วิธีป้องกัน รู้วิธีสู้แบบบ้าคลั่งเหมือนกัน”

ฝั่งอาร์เซนอล เส้นทางในแชมเปียนส์ลีกเดินหน้าเป็นลำดับตลอดสามฤดูกาลหลัง จากรอบก่อนรองชนะเลิศ สู่รอบรองชนะเลิศ และตอนนี้ถึงรอบชิงชนะเลิศ หากพวกเขาเอาชนะเปแอสเชและเก็บชัยชนะอีกสามนัดในพรีเมียร์ลีกได้ เดือนพฤษภาคมนี้อาจกลายเป็นช่วงเวลายิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

มิเกล อาร์เตต้าเคยถูกตั้งคำถามหนัก แต่การยึดมั่นในแนวทางของเขากำลังตอบแทนผลลัพธ์ เธียร์รี อองรี อดีตกัปตันทีมชุดเข้าชิงปี 2006 กล่าวว่า “คุณต้องให้เครดิตผู้ชายคนนี้มาก ๆ เพราะเขาโดนวิจารณ์หนัก ผมเองก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย ผมจะพูดตรง ๆ ว่าเป็นอยู่นานมาก”

ความพิเศษของอาร์เซนอลยังอยู่ที่แกนผู้เล่นท้องถิ่นและเด็กปั้น บูกาโย ซาก้า เป็นคนยิงประตูตัดสินเกมกับแอตเลติโก มาดริด ขณะที่ ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี ได้รับโอกาสสำคัญในรอบรองชนะเลิศ แม้เพิ่งอายุ 19 ปี เขาจับคู่กับ เดแคลน ไรซ์ คุมพื้นที่กลางสนามและปิดเกมของแอตเลติโกได้อยู่หมัด แสดงให้เห็นว่าอาร์เตต้าไม่ได้กลัวการใช้งานดาวรุ่งอย่างที่ถูกมองเสมอไป

อย่างไรก็ตาม บาเยิร์นยังไม่พอใจกับการตัดสินในรอบรองชนะเลิศ แว็งซ็องต์ กอมปานี ระบุว่า “เราต้องดูบางจังหวะที่ถูกตัดสินโดยผู้ตัดสินตลอดสองเกม ซึ่ง...มันไม่เคยเป็นข้อแก้ตัวของทุกอย่าง แต่มันสำคัญ ถ้าดูทั้งสองนัด อาจมีหลายอย่างเกินไปที่ไม่เป็นใจให้เรา”

เกมชิงที่บูดาเปสต์จึงไม่ใช่แค่ภาพของความแข็งแกร่งแบบอังกฤษเจอกับเกมรุกแบบฝรั่งเศส เพราะทั้งสองทีมต่างต้องการ “การควบคุม” ในแบบของตัวเอง สำหรับอาร์เซนอล นี่ยังมีเงาของนัดชิงปี 2006 กับบาร์เซโลนาตามหลอกหลอน รวมถึงโอกาสแก้แค้นเปแอสเชที่เคยเขี่ยพวกเขาตกรอบรองชนะเลิศเมื่อฤดูกาลก่อน

นัดนี้ยังจะเป็นรอบชิงชนะเลิศครั้งที่สี่ระหว่างสโมสรจากเมืองหลวงของยุโรป ต่อจาก เบนฟิก้า พบ เรอัล มาดริด ปี 1962, เรอัล มาดริด พบ ปาร์ติซาน เบลเกรด ปี 1966 และ อาแจ็กซ์ พบ พานาธิไนกอส ปี 1971 สำหรับเปแอสเช นี่คือโอกาสเป็นทีมแรกนอกเหนือจากเรอัล มาดริดที่คว้าแชมป์ยุโรปสองปีติดนับตั้งแต่มิลานปี 1990 ส่วนอาร์เซนอล นี่คือโอกาสลบแผลเก่าและคว้าเกียรติยศที่รอคอยมานานที่สุดครั้งหนึ่งของสโมสร.
3

Manchester Evening News รายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งขึ้นสำหรับตลาดนักเตะ หลังการันตีจบใน 5 อันดับแรกจากชัยชนะเหนือ ลิเวอร์พูล เมื่อวันอาทิตย์ และคว้าสิทธิ์กลับไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

หนึ่งในประเด็นสำคัญคืออนาคตของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีม ซึ่งยังคงได้รับความสนใจจาก กาลาตาซาราย ตามรายงานของ Sky Sport Deutschland อย่างไรก็ตาม สโมสรตุรกีถูกระบุว่ามองโอกาสคว้าตัวครั้งนี้ในแง่ลบมากขึ้น หลังยูไนเต็ดได้ตั๋วไปเล่นถ้วยยุโรปใบใหญ่

กาลาตาซาราย ซึ่งคว้าแชมป์ตุรกี ซูเปอร์ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน ปัจจุบันนำ เฟเนร์บาห์เช่ 4 คะแนน ขณะเหลือโปรแกรมอีก 2 นัด โดยมีรายงานว่าพวกเขาต้องการเสริมทั้งผู้เล่นหมายเลข 10 และกองกลางเชิงรับ แต่ความสนใจในตัว แฟร์นันด์ส ถูกมองว่าเป็นความหวังมากกว่าความเป็นไปได้จริง

สโมสรจากอิสตันบูลไม่ลังเลกับการลงทุนในตลาดช่วงหลัง หลังดึงผู้เล่นอย่าง วิคเตอร์ โอซิมเฮน และ เลรอย ซาเน่ เพื่อเพิ่มขุมกำลังสำหรับเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาเคยสำรวจโอกาสคว้า แฟร์นันด์ส มาก่อน แต่การที่ยูไนเต็ดกลับไปเล่นรายการเดียวกันทำให้ดีลนี้ยากขึ้นอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน ยูไนเต็ด ยังมีงานสำคัญนอกสนาม โดยการแต่งตั้งผู้จัดการทีมถาวรอาจเป็นเรื่องที่ต้องจัดการก่อน หลังบอร์ดยังต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้ากับ ไมเคิล คาร์ริค กุนซือชั่วคราวต่อไป หรือมองหาคนที่มีประสบการณ์ระดับลีกสูงสุดมากกว่าเดิ

ในส่วนของ คาเซมิโร่ อนาคตของเขากับยูไนเต็ดถูกมองว่าจะสิ้นสุดลงหลังจบฤดูกาล แม้เจ้าตัวทำผลงานได้ดีในช่วงครึ่งหลังของซีซั่น โดยมีข่าวเชื่อมโยงกับทั้งสหรัฐอเมริกาและซาอุดีอาระเบีย

อินเตอร์ ไมอามี่ เป็นหนึ่งในทีมที่อยู่ในข่ายสนใจ และรายงานระบุว่า คาเซมิโร่ พร้อมลดค่าเหนื่อยลงอย่างมากเพื่อย้ายไปร่วมทีมดังในฟลอริดา โดยมีเหตุผลทั้งเรื่องครอบครัว และความต้องการเล่นร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ หลังเคยดวลกันมายาวนานในฐานะคู่แข่งจากศึกเอล กลาซิโก้

อินเตอร์ ไมอามี่ กำลังมองหามิดฟิลด์ตัวรับคนใหม่หลัง เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ เลิกเล่น ขณะที่ แอลเอ กาแล็กซี่ ก็ถูกพูดถึงในฐานะอีกหนึ่งทีมที่อาจสนใจเช่นกัน ทำให้ซัมเมอร์นี้ของยูไนเต็ดมีทั้งภารกิจรั้งแกนหลัก และการปล่อยแข้งค่าเหนื่อยสูงออกจากทีมควบคู่กันไป.
4

อาร์เซนอลกำลังอยู่ในช่วงสำคัญที่สุดของฤดูกาล หลังผ่านแอตเลติโก มาดริดด้วยสกอร์รวม 2-1 พร้อมคว้าตั๋วเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ขณะเดียวกัน ผลเสมอ 3-3 ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมเยือนเอฟเวอร์ตัน ทำให้เส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกของทีม “ปืนใหญ่” อยู่ในมือของพวกเขาเอง ตามรายงานของ GiveMeSport

Opta's Supercomputer ประเมินโอกาสคว้าแชมป์ของอาร์เซนอลในฤดูกาลนี้ โดยระบุว่าความเป็นไปได้ที่จะจบซีซันแบบไร้โทรฟี่มีเพียง 6.7% แม้จะเป็นฉากทัศน์ที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่ฟุตบอลก็ยังมีพื้นที่ให้ความเจ็บปวดเสมอ หากพวกเขาพลาดแชมป์ลีกในช่วงโค้งสุดท้าย และไปแพ้ในนัดชิงที่บูดาเปสต์ ฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความหวังก็อาจจบลงอย่างโหดร้าย

ตัวเลขที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุดคือ อาร์เซนอลคว้าได้ “หนึ่งแชมป์” ที่ 46.8% ซึ่งเฉือนความเป็นไปได้ในการคว้าดับเบิลแชมป์เพียงเล็กน้อย ในทางปฏิบัติ นั่นอาจหมายถึงการได้แชมป์พรีเมียร์ลีก แต่พลาดถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีกให้กับปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถึงอย่างนั้น การคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบกว่า 2 ทศวรรษก็ยังถือเป็นฤดูกาลประวัติศาสตร์สำหรับแฟนบอลอาร์เซนอล

อย่างไรก็ตาม โอกาสคว้าดับเบิลแชมป์ก็สูงมากเช่นกันที่ 46.5% แทบไม่ต่างจากการโยนเหรียญ หากทำสำเร็จ นี่จะเป็นดับเบิลแชมป์ครั้งแรกของสโมสรนับตั้งแต่ปี 2002 และอาร์เซนอลจะกลายเป็นหนึ่งในเพียง 6 สโมสรอังกฤษที่เคยคว้าทั้งพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลเดียวกัน

สำหรับถ้วยยุโรป ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ให้โอกาสอาร์เซนอลคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีกที่ 54.6% แต่ภารกิจไม่ง่าย เพราะคู่แข่งคือปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์เก่า ที่ผ่านบาเยิร์น มิวนิคมาได้ด้วยสกอร์รวม 6-5 ในรอบรองชนะเลิศ ทีมของหลุยส์ เอ็นริเก้ ยิงไปแล้ว 44 ประตูในรายการนี้ ซึ่งตามหลังสถิติสูงสุดตลอดกาลเพียงประตูเดียว

ส่วนพรีเมียร์ลีก อาร์เซนอลถูกประเมินว่ามีโอกาสคว้าแชมป์สูงถึง 85.2% หลังนำเป็นจ่าฝูงด้วยระยะห่าง 5 คะแนน และเหลือโปรแกรมพบเวสต์แฮม, เบิร์นลีย์ และคริสตัล พาเลซ หากชนะทั้งหมด โทรฟี่จะกลับไปยังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมแน่นอน

ตัวเลขทั้งหมดบอกว่าอาร์เซนอลใกล้ความยิ่งใหญ่กว่าที่เคย แต่จากนี้ไป ทุกเกมคือบทพิสูจน์ว่าทีมของมิเกล อาร์เตต้า จะเปลี่ยนโอกาสให้กลายเป็นประวัติศาสตร์ได้หรือไม่.
5

เมห์ดี ทาจ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิหร่าน ยืนยันว่าทีมชาติอิหร่านมอง “ฟีฟ่า” เป็นเจ้าภาพของฟุตบอลโลก ไม่ใช่ โดนัลด์ ทรัมป์ หรือสหรัฐอเมริกา พร้อมเรียกร้องให้มีหลักประกันเรื่องการปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่อิหร่านก่อนเดินทางไปแข่งขัน ตามรายงานจาก BBC Sport

สถานการณ์การเข้าร่วมฟุตบอลโลกของอิหร่านยังมีความไม่แน่นอนจากสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยก่อนหน้านี้ ทาจเป็นหนึ่งในคณะผู้แทนอิหร่านที่เดินทางไปเข้าร่วมประชุมฟีฟ่า คองเกรส ที่แวนคูเวอร์ แต่ตัดสินใจเดินทางกลับจากด่านพรมแดนแคนาดา หลังมองว่าถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองปฏิบัติอย่างไม่ให้เกียรติ

ทาจระบุว่าการกลับประเทศเป็นการตัดสินใจของฝ่ายอิหร่านเอง อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีตรวจคนเข้าเมืองของแคนาดายืนยันต่อรัฐสภาว่า วีซ่าของประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิหร่านถูกยกเลิกระหว่างที่เขาอยู่บนเครื่องบิน เนื่องจากความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ซึ่งถูกขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้ายทั้งในแคนาดาและสหรัฐฯ

ทาจ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งระดับสูงใน IRGC ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐอิหร่านว่า เขาจะขอหลักประกันจากฟีฟ่าเกี่ยวกับการดูแลเจ้าหน้าที่อิหร่านในฟุตบอลโลก โดยกล่าวว่า “เราต้องการหลักประกันสำหรับการเดินทางของเรา ว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์ดูหมิ่นสัญลักษณ์ของระบบเรา โดยเฉพาะ IRGC”

เขากล่าวต่อว่า “นี่คือสิ่งที่พวกเขาต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง หากมีหลักประกันเช่นนั้น และมีการรับผิดชอบอย่างชัดเจน เหตุการณ์แบบที่เกิดขึ้นในแคนาดาก็จะไม่เกิดขึ้นอีก”

ฟุตบอลโลกจะจัดร่วมกันโดยสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม โดยอิหร่านมีโปรแกรมลงเล่นรอบแบ่งกลุ่มทั้งหมดในสหรัฐฯ เริ่มจากพบ นิวซีแลนด์ ที่ลอสแอนเจลิส วันที่ 15 มิถุนายน ต่อด้วยพบ เบลเยียม ที่ลอสแอนเจลิส วันที่ 21 มิถุนายน และพบ อียิปต์ ที่ซีแอตเทิล วันที่ 26 มิถุนายน

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า บุคคลใดที่มีความเกี่ยวข้องกับ IRGC จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสหรัฐฯ ขณะที่ทาจตอบโต้ว่า “เรากำลังไปฟุตบอลโลก ซึ่งเราได้สิทธิ์ผ่านการคัดเลือก และเจ้าภาพของเราคือฟีฟ่า ไม่ใช่คุณทรัมป์ หรืออเมริกา”

“หากพวกเขายอมรับการเป็นเจ้าภาพให้เรา พวกเขาก็ต้องยอมรับด้วยว่าต้องไม่ดูหมิ่นสถาบันทางทหารของเราในทางใดทางหนึ่ง เพราะถ้าพวกเขาทำ แน่นอนว่ามันอาจสร้างสถานการณ์แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในแคนาดา ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่เราอาจต้องเดินทางกลับ ดังนั้นต้องมีหลักประกันแบบนี้ เพื่อให้เราเดินทางไปได้อย่างสบายใจ” ทาจกล่าว

ฟีฟ่าได้ส่งจดหมายแสดงความเสียใจต่อ “ความไม่สะดวกและความผิดหวัง” ที่เกิดขึ้น พร้อมเชิญสหพันธ์ฟุตบอลอิหร่านไปประชุมที่ซูริกในวันที่ 20 พฤษภาคม เพื่อหารือเรื่องการเตรียมทีมสำหรับฟุตบอลโลก

อิหร่านเป็นสมาชิกฟีฟ่าเพียงชาติเดียวจากทั้งหมด 211 ชาติที่ไม่มีตัวแทนเข้าร่วมประชุมฟีฟ่า คองเกรส ที่แวนคูเวอร์ ขณะที่ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ยืนยันว่าอิหร่านจะเดินทางไปสหรัฐฯ และลงแข่งขันตามโปรแกรม แม้ก่อนหน้านี้อิหร่านเคยขอให้ย้ายเกมของพวกเขาไปเตะที่เม็กซิโกก็ตาม
6

Football365 วิเคราะห์ว่า วิคเตอร์ โยเคเรส คือหนึ่งในตัวอย่างชัดเจนของนักเตะค่าตัวสูงที่ฤดูกาลนี้ไม่ได้ล้มเหลว แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นยอดเยี่ยมแบบไร้ข้อกังขา หลังย้ายมาอาร์เซน่อลพร้อมความคาดหวังว่าจะเป็น “ชิ้นส่วนสุดท้าย” ที่พาทีมก้าวข้ามสถานะรองแชมป์

แม้หัวหอกทีมชาติสวีเดนยิงไปแล้ว 21 ประตูในฤดูกาลแรกที่อังกฤษ ซึ่งเป็นสถิติยิงดีที่สุดของนักเตะอาร์เซน่อลในหนึ่งฤดูกาลเต็มภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า แต่ภาพรวมของเขายังถูกมองแบบสองด้าน ทั้งช่วงที่โดนวิจารณ์ว่าเป็นกองหน้าที่เล่นดีเฉพาะกับทีมรอง หลังประตูแรกๆ ในพรีเมียร์ลีกมาจากเกมพบ ลีดส์ ยูไนเต็ด, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และเบิร์นลีย์ รวมถึงข้อครหาว่าตัวเลขของเขาถูกดันขึ้นจากจุดโทษ

อย่างไรก็ตาม ฟอร์มในช่วงท้ายฤดูกาล โดยเฉพาะเกมแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง กับแอตเลติโก มาดริด และเกมกับฟูแล่ม ทำให้เสียงวิจารณ์เริ่มเปลี่ยนทิศทาง หลังอาร์เตต้าเคยระบุไว้ตั้งแต่เดือนเมษายนว่า การประเมินผลงานของโยเคเรส “จะถูกกำหนดในช่วงเจ็ดหรือแปดสัปดาห์สุดท้าย”

แก่นของประเด็นคือ โยเคเรสไม่ได้แย่อย่างที่ฝ่ายวิจารณ์เคยตัดสิน และก็ยังไม่ได้ยอดเยี่ยมถึงขั้นที่กระแสยกย่องระยะหลังพยายามชี้ เขาอยู่ตรงกลางแบบไม่หวือหวา แต่ความ “พอดี” นั้นอาจเป็นสิ่งที่อาร์เซน่อลต้องการเพื่อขยับเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้น

ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ถูกยกมาอยู่ในกลุ่มเดียวกัน แม้แนวคิดที่ว่าสโมสรอาจมองหาตัวแทนของเขาแล้วจะถูกมองว่าเกินจริง แต่ฤดูกาลแรกของแนวรุกทีมชาติแคเมอรูนก็ยังไม่เด่นเท่าที่ช่วงออกสตาร์ตเคยทำให้คาดหวังไว้ เขาไม่ยิงมา 10 นัดติดต่อกัน และ 8 นัดหลังสุดในช่วงนั้นก็ไม่มีแอสซิสต์ด้วย

ตัวเลข 9 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ถือว่าไม่เลว แต่ยังไม่เหนือกว่าผลงานของเขาตอนอยู่เบรนท์ฟอร์ดในฤดูกาล 2022/23 ที่ทำ 9 ประตูกับ 8 แอสซิสต์ หรือฤดูกาล 2023/24 ที่ทำ 9 ประตูกับ 7 แอสซิสต์ ขณะที่ฤดูกาลก่อนเขาเคยกดไปถึง 20 ประตูกับ 8 แอสซิสต์

ส่วน มิลอส เคอร์เคซ ถูกมองว่าเป็นดีลที่ไม่น่าเสี่ยงที่สุดในตลาดซัมเมอร์ครั้งใหญ่ของลิเวอร์พูล เพราะย้ายมาเร็ว มีประสบการณ์พรีเมียร์ลีกกับบอร์นมัธสองฤดูกาล และมีเส้นทางชัดเจนในการแย่งตำแหน่งจาก แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แต่เจ้าตัวกลับเจอกับช่วงปรับตัวที่หนักหนาในฤดูกาลที่ลิเวอร์พูลเองก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย

เจมี่ คาร์ราเกอร์ เคยเปรียบเทียบแบบเจ็บแสบว่า “บางครั้งเวลาคุณดูเคอร์เคซ มันเหมือนมี ดาร์วิน นูนเญซ เล่นแบ็กซ้าย” ขณะที่ แกรี่ เนวิลล์ มองเกมรับของเขาว่า “ไร้เดียงสา” เหมือน “นักเตะทีมเยาวชน” และแม้จะเริ่มมีจังหวะช่วยเก็บงานให้ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ จากม้านั่งสำรอง แต่ภาพรวมก็ยังสะท้อนว่าเขายังต้องเรียนรู้อีกมาก

ในฝั่งเอฟเวอร์ตัน กองหน้าดาวรุ่งที่ถูกพูดถึงทำไป 8 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่พอรับได้สำหรับนักเตะที่ถูกเซ็นเข้ามาพร้อมความคาดหวังด้านศักยภาพ โดยการเหมาสองประตูใส่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกิดขึ้นหลังจากไม่ยิงมา 7 นัด และประตูแรกของฤดูกาลก็มาถึงในเดือนธันวาคม

เดวิด มอยส์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “เราลองเสี่ยงกับกองหน้าหนุ่มที่กำลังขึ้นมา เราพยายามดึงเขาเข้ามาเร็วและตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อดูว่าเขาเป็นอย่างไร เขาไม่ได้แย่ ผมคิดจริงๆ ว่าเขากำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ฤดูกาลแรกในพรีเมียร์ลีก มันไม่ง่ายนัก” พร้อมชี้ว่า “แฟนบอลฟุตบอลในยุคนี้ไม่ค่อยมีความอดทนกับหลายสิ่ง” และ “มีความคาดหวังมากขึ้นว่าเราต้องการทุกอย่างเดี๋ยวนี้ อยากให้มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว”

อีกรายคือ อูอัตตารา ซึ่งเบรนท์ฟอร์ดจ่ายค่าตัวเบื้องต้น 37 ล้านปอนด์ พร้อมโบนัสอีก 5 ล้านปอนด์ ในดีลสถิติสโมสร แม้เขาทำผลงานได้ดีระดับหนึ่งกับ “เดอะ บีส์” แต่ตัวเลข 5 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ยังเหลือพื้นที่ให้พัฒนาอีกมาก โดยเฉพาะเมื่อทีมยังเกี่ยวข้องกับการลุ้นพื้นที่ยุโรป และดีลนี้อาจมีผลต่อโบนัสที่บอร์นมัธจะได้รับในอนาคต

ภาพรวมของนักเตะเหล่านี้จึงไม่ใช่เรื่องของคำว่า “ล้มเหลว” หรือ “สุดยอด” แบบขาวดำ แต่เป็นฤดูกาลที่อยู่ตรงกลางอย่างแท้จริง ผลงานมีดี มีแผ่ว และยังต้องรอเวลาเป็นตัวตัดสินว่าค่าตัวก้อนโตเหล่านั้นจะคุ้มค่าจริงหรือไม่.
7

กระแสหลังเกมที่อาร์เซน่อลเปิดบ้านชนะ แอตเลติโก มาดริด 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อ เวย์น รูนีย์ มองว่าการฉลองของทีม “ปืนใหญ่” มากเกินไป ขณะที่ Football365 ชี้ว่าครั้งนี้เสียงตอบโต้กลับพุ่งไปยังฝ่ายที่พยายามจับผิดการฉลองมากกว่าตัวนักเตะอาร์เซน่อลเอง

รูนีย์ให้ความเห็นผ่าน Prime หลังเกมว่า “พวกเขาสมควรอยู่ในจุดนี้ แต่พวกเขายังไม่ได้แชมป์ ผมคิดว่าการฉลองมันมากไปหน่อย ฉลองตอนที่คว้าแชมป์สิ!”

ความเห็นดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการ “จับผิดการฉลอง” อีกครั้ง ทั้งที่อาร์เซน่อลเพิ่งผ่านเกมใหญ่ในยุโรปและคว้าชัยเหนือคู่แข่งระดับสูงเพื่อทะลุถึงนัดชิงชนะเลิศรายการใหญ่ที่สุดของสโมสรยุโรป

อีกด้านหนึ่ง เอียน ไรท์ ตำนานอาร์เซน่อล ออกมาหนุนให้ทุกฝ่ายสนุกกับช่วงเวลาสำคัญนี้ โดยกล่าวในวิดีโอบนโซเชียลมีเดียว่า “ตำรวจจับผิดการฉลองจะออกมาเต็มไปหมด อย่าโดนจับล่ะ! สนุกกันให้เต็มที่ ฟุตบอลคือเรื่องของโมเมนต์ และนี่คือโมเมนต์ใหญ่ จงสนุกกับมัน”

ประเด็นนี้ทำให้บรรยากาศการรายงานข่าวเปลี่ยนไปอย่างน่าสนใจ จากเดิมที่มักมีการวิจารณ์ทีมที่ฉลอง “มากเกินไป” กลายเป็นการตั้งคำถามกลับไปยังคนที่พยายามลดทอนความสุขของทีมและแฟนบอล

สำหรับอาร์เซน่อล การผ่านเข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีกคือค่ำคืนสำคัญที่พวกเขามีสิทธิ์ฉลองเต็มที่ เพราะในโลกฟุตบอล ชัยชนะและช่วงเวลาแบบนี้คือสิ่งที่ทำให้เกมยังคงมีชีวิตชีวา.
8

Goal รายงานว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ขยับเข้าใกล้การป้องกันแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หลังบุกเสมอ บาเยิร์น มิวนิค 1-1 ในเกมรอบรองชนะเลิศ นัดสอง พร้อมผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 6-5 เตรียมไปดวล อาร์เซนอล ในนัดชิงชนะเลิศที่บูดาเปสต์

หลังเกมแรกที่ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ยิงรวมกันถึง 9 ประตู หลายฝ่ายคาดหวังว่าเกมนี้จะดุเดือดไม่แพ้กัน และเปแอสเชก็ออกสตาร์ทได้อย่างเฉียบขาด เมื่อ อุสมาน เดมเบเล่ ยิงประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 3 จากจังหวะทำเกมยอดเยี่ยมทางฝั่งซ้ายของ ควิชา ควารัตสเคเลีย ก่อนปาดบอลให้จบสกอร์อย่างเด็ดขาด

จากนั้น บาเยิร์นพยายามโหมบุกใส่แชมป์เก่าอย่างหนัก แต่แนวรับของเปแอสเชที่นำโดย มาร์กินญอส เล่นได้อย่างมีวินัยและแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการรับมือเกมกลางอากาศและการคุมแนวรับตลอดทั้งเกม ก่อนที่ แฮร์รี เคน จะมายิงตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ หลังรับบอลจาก อัลฟอนโซ เดวีส์ ในเขตโทษ แต่ไม่ทันช่วยให้ทีมเสือใต้พลิกสถานการณ์ได้

ผู้เล่นเปแอสเชหลายรายมีบทบาทสำคัญในเกมนี้ มัตเวย์ ซาโฟนอฟ ทำไป 5 เซฟ และไม่อาจทำอะไรได้กับประตูของเคน ขณะที่ วาร์เรน ซาอีร์-เอเมรี ซึ่งถูกเลือกลงเล่นแบ็กขวาแทน อัชราฟ ฮาคิมี่ ที่บาดเจ็บ แม้มีช่วงลำบากในการรับมือ หลุยส์ ดิอาซ แต่ยังยืนหยัดได้ดีและมีส่วนช่วยเกมรุกด้วย

แดนกลางของเปแอสเชทำงานหนักตลอดเกม ฟาเบียน รุยซ์ เป็นคนจ่ายบอลแรกอย่างยอดเยี่ยมให้ควารัตสเคเลียหลุดไปสร้างประตูขึ้นนำ ส่วนเกมรับยังมีจังหวะสำคัญในการหยุด จามาล มูเซียลา ขณะที่ นูโน เมนเดส แม้เจองานหนักกับ ไมเคิล โอลิเซ และโดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าปะทะรุนแรง แต่ท้ายที่สุดสามารถลดอันตรายจากฝั่งนั้นลงได้มาก

ด้านเกมรุก ควารัตสเคเลียโดดเด่นที่สุดจากการดวลตัวต่อตัวที่แทบหยุดไม่อยู่ ทั้งยังทำงานหนักเพื่อทีมตลอดเกม ส่วนเดมเบเล่ตอบแทนโอกาสด้วยประตูสำคัญ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกกลางครึ่งหลัง ขณะที่ หลุยส์ เอ็นริเก้ ได้รับเครดิตจากการวางแท็กติกเกมเยือนอย่างรัดกุม หลังจากทีมเพิ่งชนะเกมยิงกันสนั่นในปารีส และยังแสดงให้เห็นว่าเปแอสเชชุดนี้ไม่ได้มีดีแค่เกมรุก แต่ยังป้องกันได้อย่างแข็งแกร่งในคืนที่ต้องการผลการแข่งขันมากที่สุด

ชัยชนะด้วยสกอร์รวมครั้งนี้ทำให้เปแอสเชมีโอกาสคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่สอง เพียง 12 เดือนหลังจากได้แชมป์สมัยแรก โดยด่านสุดท้ายคือการพบกับอาร์เซนอลในบูดาเปสต์
9

ดาเนียล เปเรตซ์ ผู้รักษาประตูที่เซาแธมป์ตันยืมตัวมาจากบาเยิร์น มิวนิค เมื่อเดือนมกราคม กลายเป็นหนึ่งในดีลสำคัญของทีมอย่างรวดเร็ว โดย GiveMeSport รายงานอัปเดตจากอดัม แบล็กมอร์ ผู้สื่อข่าว BBC Radio Solent ว่า “นักบุญ” อาจมีเงื่อนไขต้องซื้อขาดนายด่านรายนี้ หากพวกเขาเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

เปเรตซ์ย้ายมาถึงเซนต์ แมรีส์ หลังเซาแธมป์ตันเพิ่งแพ้มิดเดิลสโบรห์ 0-4 ในช่วงต้นเดือนมกราคม และเข้ามาแทนที่กาวิน บาซูนู ทันที ขณะนั้นทีมรั้งอันดับ 15 ของแชมเปี้ยนชิพ และตามหลังพื้นที่เพลย์ออฟ 8 คะแนน แต่สถานการณ์พลิกกลับอย่างยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทีมของทอนดา เอ็คเคิร์ต ในปี 2026

เซาแธมป์ตันจบฤดูกาลอันดับ 4 แซงมิดเดิลสโบรห์ด้วยผลต่างประตูได้เสีย หลังทำผลงานไร้พ่ายในลีก 19 นัดติดต่อกัน โดยตอนนี้ทั้งสองทีมต้องพบกันอีกครั้งในรอบรองชนะเลิศเพลย์ออฟ นัดแรกจะเล่นที่ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม วันเสาร์ช่วงเที่ยง ก่อนกลับมาเตะนัดสองที่เซนต์ แมรีส์ ในวันอังคารถัดไป

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเซาแธมป์ตันจะต้องเซ็นสัญญาถาวรกับไซล์ ลาริน หากเลื่อนชั้นสำเร็จ เนื่องจากออปชันในสัญญายืมตัวจะกลายเป็นข้อบังคับซื้อขาด และแบล็กมอร์ระบุผ่าน X ว่าเงื่อนไขของเปเรตซ์อาจอยู่ในลักษณะเดียวกัน ขณะที่ฟาบริซิโอ โรมาโน เคยรายงานตอนย้ายทีมว่า เซาแธมป์ตันมีออปชันซื้อขาดนายด่านบาเยิร์นที่ 8.5 ล้านยูโร

ทั้งเปเรตซ์และลารินถูกมองว่าเป็นการเสริมทัพที่เปลี่ยนโฉมเซาแธมป์ตันในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล โดยเฉพาะเปเรตซ์ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แนวรับ สื่อสารตลอดเกม และยังมีจังหวะเซฟระดับสูง เช่น ลูกยิงของแจ็ค คลาร์ก ในเกมกับอิปสวิชเมื่อสัปดาห์ก่อน

หลังจากมีบทบาทสำคัญต่อการพุ่งขึ้นมาลุ้นเลื่อนชั้นของเซาแธมป์ตัน อนาคตของเปเรตซ์จึงกลายเป็นประเด็นที่น่าจับตาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหาก “นักบุญ” ปิดงานในเพลย์ออฟได้สำเร็จ.
10

อาร์เซน่อลขยับเข้าใกล้ตั๋วสู่รอบชิงชนะเลิศ Champions League หลังขึ้นนำแอตเลติโก มาดริด 1-0 ในเกมรอบรองชนะเลิศ นัดสอง ที่เอมิเรตส์ สเตเดียม ทำให้สกอร์รวมเป็น 2-1 หลังนัดแรกเสมอกันมา 1-1 ตามรายงานสดของ The Guardian Sport

ประตูสำคัญเกิดขึ้นช่วงทดเวลาครึ่งแรก เมื่อวิคตอร์ โยเคเรสไล่บอลทางขวาและเกือบหลบยาน โอบลัคได้ ก่อนเปิดเข้ากลางให้เลอันโดร ทรอสซาร์พักอกแล้วยิงต่ำ โอบลัคปัดออกมาเข้าทางบูกาโย ซาก้า ซ้ำจ่อ ๆ เข้าไปจากระยะไม่กี่หลา

ก่อนหน้านั้น แอตเลติโกเริ่มเกมได้น่ากลัวกว่า โดยอองตวน กรีซมันน์มีจังหวะเปิดให้ซิเมโอเน่เข้าชาร์จแต่โดนเดแคลน ไรซ์ขวางจนยิงหลุดกรอบ ขณะที่ฮูเลียน อัลวาเรซก็มีโอกาสสะกิดบอลหลุดเสาออกไป อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อลค่อย ๆ ครองเกมมากขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อเนื่องในช่วงท้ายครึ่งแรก

อาร์เซน่อลยังมีจังหวะลุ้นจุดโทษสองครั้งติด จากจังหวะทรอสซาร์โดนกรีซมันน์เบียดด้านหลัง และลูกยิงของไรซ์ที่ไปติดดาบิด ฮันโก้ แต่ VAR ตรวจแล้วให้เล่นต่อ โดยมองว่าจังหวะแรกเบาเกินไป ส่วนอีกจังหวะบอลโดนหน้าอกไม่ใช่แขน

เกมนี้มิเกล อาร์เตต้าส่งไมล์ส ลูอิส-สเคลลีลงตัวจริงในแดนกลาง พร้อมเปลี่ยนทีม 5 ตำแหน่งจากนัดแรก โดยเอเบเรชี เอเซ่, ซาก้า, ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ และทรอสซาร์ได้ออกสตาร์ต ส่วนมาร์ติน โอเดการ์ด, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, โนนี่ มาดูเอเก้ และมาร์ติน ซูบิเมนดี้มีชื่อเป็นตัวสำรอง ขณะที่ไค ฮาแวร์ตซ์ฟิตพอมีชื่อบนม้านั่ง

ฝั่งแอตเลติโกได้ข่าวดีเมื่อฮูเลียน อัลวาเรซฟิตทันลงตัวจริง หลังมีปัญหาบาดเจ็บข้อเท้าจากนัดแรก โดยดีเอโก้ ซิเมโอเน่เปลี่ยนทีมเพียงตำแหน่งเดียว ส่งโรบิน เลอ นอร์กม็องด์ลงแทนจอห์นนี่ การ์โดโซ่

ก่อนเกม อาร์เตต้ากล่าวกับ TNT Sports ว่า “ผมไม่เคยเห็นบรรยากาศแบบนี้มาก่อน ตอนที่เราเข้าสนาม ยอดเยี่ยมมากที่ได้เห็นความกระตือรือร้น เราต้องปรับตัวได้มาก ๆ ต้องดุดันกับบอล ผมหวังว่าซาก้าจะรักษาฟอร์มที่เขาแสดงให้เห็นเมื่อไม่กี่วันก่อนได้ และช่วยให้เราชนะเกมนี้”

ครึ่งหลังเริ่มต้นแล้วโดยไม่มีการเปลี่ยนตัว และหากสกอร์นี้คงอยู่ อาร์เซน่อลจะเป็นฝ่ายเดินหน้าสู่บูดาเปสต์ แต่ด้วยสกอร์รวมที่ยังห่างกันเพียงลูกเดียว เกมนี้ยังไม่มีพื้นที่ให้ผิดพลาดแม้แต่น้อย.
หน้า: [1] 2 3 ... 10