เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น



ข่าว: SMF - Just Installed!

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.





เชียร์บอล

Messages - nikaii

หน้า: [1] 2 3 ... 28
1


แอตเลติโก มาดริด คู่แข่งแย่งแชมป์ ลา ลีกา สเปน มีลุ้นแซง บาร์เซโลนา คู่แข่งขึ้นเป็นจ่าฝูง หลัง "เจ้าบุญทุ่ม" ที่เหลือ 10 คนในสนาม พลาดท่าแพ้ บาเลนเซีย คาบ้าน 2-3 เมื่อคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
       
       ลา ลีกา สเปน
       บาร์เซโลนา 2-3 บาเลนเซีย
       
       ศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน เกมที่น่าสนใจ บาร์เซโลนา จ่าฝูงของตาราง มี 54 แต้ม เปิดสนาม คัมป์ นู ต้อนรับ บาเลนเซีย อันดับ 10 มี 25 แต้ม โดยก่อนเกมคู่นี้ ทั้งสองทีมได้มีการยืนไว้อาลัยให้แก่ หลุยส์ อราโกเนส อดีตกุนซือทีมชาติสเปน ชุดแชมป์โลก 2010 ที่เสียชีวิตไปเมื่อกลางดึกวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
       
       เริ่มเกมมา 6 นาที บาร์เซโลนา ขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 ลิ โอเนล เมสซี กึ่งยิงกึ่งผ่านไปที่เสาสอง ก่อนที่ อเล็กซิส ซานเชซ จะวิ่งเติมขึ้นมาแปด้วยขวาย้อยเข้าไปแบบสวยงาม จากนั้น นาที 16 บาร์ซา เกือบได้ลูกที่สอง ลิโอเนล เมสซี จ่ายให้ เซร์จี บุสเกสต์ ตวัดยิงด้วยขวาแต่บอลโด่งออกหลังไป
       
       เจ้าบ้านลุยต่อเนื่อง นาที 28 ลิโอเนล เมสซี เปิดลูกเตะมุมให้ เคราร์ด ปิเก เทกตัวโหม่งแต่บอลโด่งข้ามคานอีกแล้ว ส่วน บาเลนเซีย หาจังหวะสวนจนกระทั่ง นาที 42 ความพยายามเป็นผลสำเร็จ ปาเรโฆ เลี้ยงจี้เข้าเขตโทษ ก่อนทำชิ่งกับเพื่อนแล้วแปผ่านมือ บิคตอร์ บัลเดส จบครึ่งแรก เสมอกัน 1-1
       
       กลับมาครึ่งหลัง กลายเป็นว่า บาเลนเซีย พลิกขึ้นนำ 2-1 แบบเหลือเชื่อจากลูกสวนกลับ พาโบล ปิอัตติ โหม่งบอลข้ามมือ บิคตอร์ บัลเดส เข้าไป แต่แล้ว นาที 52 บาร์ซา มาได้จุดโทษหลัง ริคาร์โด คอสตา ไปพลาดทำแฮนด์บอลในเขตโทษแล้วเป็น ลิโอเนล เมสซี สังหารตีเสมอเป็น 2-2
       
       "เจ้าบุญทุ่ม" บุกแหลกหวังเอาประตูนำ แต่นาที 58 โซเฟียเน เฟห์อูลี หลุดเข้าไปเปิดบอลให้ ปาโค อัลคาเซอร์ ตวัดยิงพา บาเลนเซีย แซงนำอีกครั้ง 3-2 ต่อมา นาที 69 โอกาสเป็นของเจ้าบ้าน ฆอร์ดี อัลบา ได้ซัลโวเหน่งๆระยะ 6 หลา แต่บอลหลถดออกหลังไปแบบน่าเสียดาย
       
       นาที 77 บาร์ซา ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายเมื่อต้องเหลือ 10 คน หลัง ฆอร์ดี อัลบา เข้าไปขวาง โซเฟียเน เฟห์อูลี แบบน่าเกลียดจนโดนเหลืองที่สองและเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม สุดท้ายก่อนจบเกม นาที 90 เจ้าบ้านบุกถึงเฮือกสุดท้าย เมสซี ได้โอกาสยิงสองจังหวะแต่ติดเซฟ ดิเอโก อัลเวส ทั้งหมด จบเกม บาร์เซโลนา แพ้ บาเลนเซีย คาบ้าน 2-3 ทำให้ มีแค่ 54 แต้มเท่าเดิม และเป็นโอกาสทองให้ แอตเลติโก มาดริด อันดับ 2 ที่มีแต้มเท่ากัน มีลุ้นพลิกแซงขึ้นเป็นจ่าฝูง หากเอาชนะ รีล โซเซียดัด ได้ในวันถัดไป
       
       รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
       บาร์เซโลนา - บิคตอร์ บัลเดส, เคราร์ด ปิเก, ฮาเวียร์ มาสเชราโน, ฆอร์ดี อัลบา, ดานี อัลเวส, เชส ฟาเบรกาส, ชาบี เฮร์นานเดซ, เซร์จี บุสเกสต์, เปโดร โรดริเกวซ, อเล็กซิส ซานเชซ, ลิโอเนล เมสซี
       บาเลนเซีย - ดิเอโก อัลเวส, ฮวน เบอร์นาต, อันโตนิโอ บาร์ราแกน, ริคาร์โด คอสตา, เฌเรมี มาติเยอ, พาโบล ปิอัตติ, โอริโอล โรเมอู, โซเฟียเน เฟห์อูลี, ชาบี ฟูเอโก, ดาเนียล ปาเรโฆ, ปาโค อัลคาเซอร์

2


 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกยัดเยียดความปราชัยเป็นเกมที่ 8 ของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ หลังบุกไปแพ้ สโต๊ก ซิตี 1-2 ทั้งที่ส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม เมื่อคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
       
       พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
       สโต๊ก ซิตี 2-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
       
       ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมที่น่าสนใจที่ บริททาเนีย สเตเดียม สโต๊ก ซิตี อันดับ 18 โซนตกชั้นมี 22 แต้ม เปิดบ้านรับมือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 7 มี 40 แต้ม วันนี้เจ้าบ้านส่ง ปีเตอร์ เคราช์ กับ โจนาธาน วอลเตอร์ส ยืนคู่หน้า ส่วน "ผีแดง" จัดเต็มส่ง 3 ประสาน โรบิน ฟาน เพอร์ซี, เวย์น รูนีย์ และ ฆวน มาตา ลงล่าตาข่ายแบบพร้อมเพรียง
       
       เริ่มเกมมา 5 นาที แมนยู ทักทายก่อนทันทีจากลูกยิงไกล 35 หลาของ เวย์น รูนีย์ แต่ แอสเมียร์ เบโกวิช ยังเซฟไว้ได้ ขณะที่ สโต๊ก มีตอบโต้จากลูกสวนกลับ นาที 16 มาร์โก อเนาโตวิช ดึงบอลหนึ่งจังหวะหน้าเขตโทษแล้วกดด้วยขวา แต่บอลโด่งข้ามคานแบบไม่ได้ลุ้น
       
       เกมดำเนินแบบอืดๆ นาที 28 แมนยู พลาดประตูนำ ฟิล โจนส์ โหม่งชงในเขตโทษให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี โขกต่อระยะ 3 หลาแต่บอลข้ามคาน แต่แล้ว นาที 37 กลายเป็น สโต๊ก ที่ได้ประตูนำก่อน 1-0 จังหวะฟรีคิก ชาร์ลี อดัม ซัดไปแฉลบขาของ ไมเคิล คาร์ริค ก่อนลอยเข้าประตูชนิด ดาบิด เด เคอา หลงทางไปแล้ว
       
       ท้ายเกม นาที 45 ฟิล โจนส์ กองหลัง "ผีแดง" ไปพลาดหัวโจกกับ โจนาธาน วอลเตอร์ส ถึงกับไปนอนกองกลางสนาม ทีมแพทย์เร่งเข้ามาปฐมพยาบาลและจับใส่เปลหามออกไป ร้อนถึง เดวิด มอยส์ ต้องส่ง แดนนี เวลเบ็ค ลงมาเติมเกมรุก ทว่าจากนั้นไม่มีฝั่งไหนทำประตูได้ จบครึ่งแรก สโต๊ก นำ แมนยู 1-0
       
       ครึ่งหลังเริ่มได้ไม่นาน นาที 46 แมนยู ตีเสมอได้สำเร็จ กองหลัง สโต๊ก สกัดบอลไม่ขาดเป็น ฆวน มาตา แทงต่อให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี หลุดเข้าไปซัดผ่านมือ แอสเมียร์ เบโกวิช เป็น 1-1 ทว่าเฮได้ไม่นาน นาที 51 ก็มาพลาดโดน สโต๊ก ยิงขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 จาก ชาร์ลี อดัม ที่ซัลโวเสียบสามเหลี่ยมสวยงาม
       
       แมนยู ต่อเกมกันไม่ติดโดน สโต๊ก บุกใส่ต่อเนื่อง นาที 65 ชาร์ลี อดัม เกือบยิงแฮททริกได้จากหน้าปากเขตโทษแต่บอลเบาไปเข้ามือของ ดาบิด เด เคอา ต่อมา นาที 77 แมนยู พยายามตีเสมอ ฆวน มาตา พาบอลขึ้นมาเองแล้วกดจากนอกเขตโทษ แต่บอลกลิ้งหลุดเสาสองออกไป
       
       ท้ายเกม นาที 90 "ผีแดง" พลาดตีไข่แตกแบบเหลือเชื่อ เวย์น รูนีย์ ปั่นฟรีคิกระยะหวังผลแต่ แอสเมียร์ เบโกวิช บินไปเซฟได้ทัน ทอม เคลเวอร์ลีย์ ตามมาซ้ำแต่ก็ข้ามคาน จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปแพ้ สโต๊ก ซิตี 1-2 แพ้เป็นเกมที่ 8 ของซีซันนี้ ส่วน สโต๊ก หนีโซนตกชั้นขึ้นมาอยู่ที่ 11 มี 25 แต้ม
       
       รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
       สโต๊ก ซิตี - แอสเมียร์ เบโกวิช, เอริค ปีเตอร์ส, มาร์ค วิลสัน, ไรอัน ชอว์ครอส, เจฟฟ์ คาเมรอน, กเล็น วีแลน, ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี, มาร์โก อเนาโตวิช, ชาร์ลี อดัม, โจนาธาน วอลเตอร์ส, ปีเตอร์ เคราช์
       แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - ดาบิด เด เคอา, ปาทริซ เอฟรา, ฟิล โจนส์, จอนนี อีแวนส์, คริส สมอลลิง, ทอม เคลเวอร์ลีย์, ฆวน มาตา, แอชลีย์ ยัง, ไมเคิล คาร์ริค, เวย์น รูนีย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี
       
       ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557
       
       นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 0-3 ซันเดอร์แลนด์
       เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด 2-0 สวอนซี ซิตี
       คาร์ดิฟฟ์ ซิตี 2-1 นอริช ซิตี
       เอฟเวอร์ตัน 2-1 แอสตัน วิลลา
       ฟูแลม 0-3 เซาแธมป์ตัน
       ฮัลล์ ซิตี 1-1 ท็อตแนม ฮอทสเปอร์
       สโต๊ก ซิตี 2-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

3


 เอซี มิลาน พับสนามบุกหนัก แต่ทำได้แค่เปิดบ้านไล่ตีเสมอ โตริโน 1-1 จาก "เอดิล เรมี" จบเกม แบ่งกันไปทีมละแต้ม ในศึกกัลโช เซเรีย เอ ขณะที่ อูดิเนเซ บุกเผาเครื่อง โบโลญญา 2-0 และ กายารี เล่นในถิ่น เชือด ฟิออเรนตินา 1-0...

         ศึกฟุตบอลกัลโช เซเรีย เอ อิตาลี ฤดูกาล 2013/14 เมื่อวันเสาร์ที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ทีมอันดับ 9 ของตาราง เปิดสนามซานซีโร พบกับ "กระทิงหิน" โตริโน ทีมอันดับ 6 ของตาราง

        เกมนี้ มิลาน ส่ง จามเปาโล ปาซซินี เป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมี ไคซูเกะ ฮอนดะ เป็นจอมทัพในแดนกลาง ร่วมกับ กาก้า ขณะที่ โตริโน ใช้แนวรุก ชิโร อิมโมบิเล ล่าตาข่ายร่วมกับ อเลสซิโอ เซอร์ชี

        ปรากฏว่า ครึ่งแรก กลายเป็น โตริโน เป็นฝ่ายออกนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 17 จากเกมสวนกลับเร็ว เอมิเลียโน โมเร็ตติ ผ่านให้ ชิโร อิมโมบิเล ซ้ดด้วยซ้ายเข้าไป จากนั้น มิลาน พยายามเปิดเกมบุกหนัก เพื่อหวังทวงประตูคืน แต่จังหวะสุดท้าย ยังไม่เด็ดขาด ทำให้สกอร์ยังเท่าเดิม

       กลับมาเล่นกันต่อครึ่งหลัง เพียงแค่ 5 นาที มิลาน ก็ตามตีเสมอสำเร็จ 1-1 ซัลลีย์ มุนตารี จ่ายให้ เอดิล เรมี ได้จังหวะยิงจากนอกกรอบเขตโทษเข้าไปตุงข่าย ก่อนที่จะกลายเป็น มิลาน พับสนามขึงเกมบุกอย่างฝ่ายเดียว แต่ก็ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้ม

สรุปคะแนนล่าสุด โตริโน แข่ง 22 นัด มี 33 คะแนน อยู่อันดับ 6 ของตารางเช่นเดิม ส่วน มิลาน แข่งเท่ากัน มี 29 คะแนน ขยับมาอยู่อันดับ 9 ของตาราง

       ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่นๆ มีดังนี้ โบโลญญา พ่ายคาบ้านต่อ อูดิเนเซ 0-2 จากผลงานของ จุดโทษ อันโตนิโอ ดิ นาตาเล และ นิโคลัส โลเปซ และกายารี เปิดบ้านเฉือนชนะ ฟิออเรนตินา หวุดหวิด 1-0 จากจุดโทษชัยของ เมาริซิโอ ริคาร์โด ปินนิลลา.

 

4


สื่อผู้ดี แฉ อาร์เซนอล ตัดสินใจเดินหน้ายืมตัว "คิม คัลล์สตรอม" จากสปาร์ตัก มอสโกต่อไป แม้ตรวจร่างกายพบมีปัญหาบาดเจ็บที่หลังติดตัว ซึ่งอาจทำให้ มิดฟิลด์จอมเก๋าชาวสวีเดน ชวดลงสนามช่วยทีมนานหลายสัปดาห์ก็ตาม...

       สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 2 ก.พ.ว่า "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล อาจหมดสิทธิ์ใช้งาน คิม คัลล์สตรอม มิดฟิลด์ตัวเก๋าชาวสวีเดน ที่เพิ่งยืมตัวมาจาก สปาร์ตัก มอสโก หลายสัปดาห์ เนื่องจากนักเตะมีปัญหาบาดเจ็บที่หลังรบกวน

        อาร์เซนอล จัดการคว้าตัว คัลล์สตรอม มาร่วมทัพจนจบฤดูกาลนี้ ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายผู้เล่น เดือนม.ค. แต่ปรากฏว่า "เดลีเมล์" สื่อดังอังกฤษ เผยว่า นักเตะเดินทางมาตรวจร่างกายเบื้องต้นที่ลอนดอน พร้อมกับอาการบาดเจ็บที่หลัง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ทีมแพทย์ "ปืนใหญ่" ก็ยังไฟเขียวให้มีการย้ายทีมได้ต่อไป

        อย่างไรก็ดี เมื่อมีการเช็กรายละเอียดเพิ่มเติม พบกับ ปัญหาบาดเจ็บของ ดาวเตะวัย 31 ปี ซึ่งได้รับระหว่างร่วมแคมป์ฝึกซ้อมกับ สปาร์ตัก ที่ อาบูดาบี เมื่อสัปดาห์ก่อน รุนแรงกว่าที่คาดคิด และอาจส่งผลให้เขาจะต้องชวดลงสนามช่วยต้นสังกัดใหม่ หลายนัด

       ก่อนหน้านี้ อาร์เซนอล ต้องเจอข่าวร้าย เมื่อ อารอน แรมซีย์ ที่บาดเจ็บ ต้องพักประมาณ 6 สัปดาห์ ขณะที่ แจ๊ค วิลเชียร์ ก็ยังไม่พร้อมในเกมเปิดบ้านพบกับ คริสตัล พาเลซ วันอาทิตย์นี้ รวมถึง มาติเยอ ฟลามินี ติดโทษแบน หลังโดนไล่ออกในเกมเสมอกับ เซาแฮมป์ตัน 2-2 เมื่อวันอังคาร แต่ทีมอาจได้ โทมัส โรซิคกี กลับมาลงเล่นได้ พร้อมกับสวมหน้ากากป้องกันจมูกซึ่งหัก มาจากเกมพบกับ แอสตัน วิลลา เมื่อ 3 สัปดาห์

5


มานูเอล เปเยกรินี กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี ออกมาโต้ข่าวหลังโดนวิจารณ์ว่าส่ง เซร์จิโอ อเกวโร แข้งตัวเก่งของทีม ลงเล่นนานเกินไปจนทำให้ เขาต้องได้รับบาดเจ็บและเข้ารับการรักษาต่ออีก 1 เดือน
       
        อเกวโร กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินา ต้องพลาดลงเล่นในเกมแชมเปียนส์ลีกที่จะพบกับ บาร์เซโลนา วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธื 2557 หลังจากได้รับบาดเจ็บบริเวณเอ็นร้อยหวายในเกมที่เอาชนะ ท๊อตแนม ฮอทสเปอร์ไป 5-1 ในวันพุธที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา
       
        ก่อนหน้านี้ เขาก็ได้รับบาดเจ็บจนต้องพักไปหลายสัปดาห์ ก่อนที่จะกลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงในศึก เอฟเอคัพ ที่เอาชนะวัตฟอร์ดไป 4-2 โดยศูนย์หน้าตัวเก่งของเรือใบสีฟ้าสามารถทำแฮททริคได้อีกด้วย โดยหลังจากนั้นสี่วันเขาก็ลงสนามในเกมพบสเปอร์และได้รับบาดเจ็บจนต้องพักยาว 1 เดือน
       
        อย่างไรก็ตาม เปเยกรินี ก็ไม่ได้กังวลในการที่จะอดใช้งานหัวหอกวัย 25 ปีรายนี้ ในเกมที่แชมเปียนส์ลีกกับ บาร์เซโลนา พร้อมทั้งเผยว่า มันไม่ใช่ความผิดพลาดของเขา เพราะมองว่าทุกนัดการแข่งขันสำคัญหมด
       
        "มันไม่ใช่ความผิดพลาดของผม เพราะสำหรับเราแล้วเกมนี้สำคัญมาก เราต้องการชนะในแมตช์นี้ ตอนนี้เราก็ได้แต่เพียงหวังว่าเขาจะกลับมาเล่นให้เร็วที่สุด แม้ว่าเราจะชนะในนัดนี้ก็ตาม เขาเล่นได้ถึง 75 นาที เป็นช่วงเวลาที่สำคัญกับเรา ตอนนั้นผมยังหวังเลยว่าอยากให้เขาอยู่ในสนามต่อสัก 10 หรือ 15 นาที เพราะตนคิดว่ามันไม่ใช่การบาดเจ้บที่ร้ายแรงเท่าไหร่นัก" กุนซ์อเรือใบสีฟ้า กล่าว

6


   บรรดาแฟนคลับ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ถึงกับเซ็งและพร้อมใจกันโพสข้อความระบายผ่านสังคมออนไลน์อย่าง "ทวิตเตอร์" หลังจากทีมรักไม่มีกองหน้ารายใหม่ย้ายเข้ามาแม้แต่รายเดียวในตลาดซื้อ-ขาย ที่ผ่านมา
       
       อาร์เซนอล ชวดได้ตัว มิโรสลาฟ โคลเซ ดาวซัลโวเยอรมัน เนื่องจาก ลาซิโอ ต้นสังกัดปฏิเสธไม่ปล่อยตัวให้ ทำให้ตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสองที่ผ่านมามีเพียง คิม คัลล์สตรอม กองกลางประสบการณ์สูง ที่ยืมตัวจาก สปาร์ตัค มอสโคว มาแบบฟรีๆเพียงรายเท่านั้น
       
       ซึ่งการตัดสินใจของ อาร์แซน เวนเกอร์ ในครั้งนี้ดูเหมือนจะผิดคาดจากแฟนๆและกูรูลูกหนังจำนวนมากที่มองว่า "ปืนโต" จะมีศูนย์หน้ารายใหม่เข้ามาเพิ่ม เพราะทีมมีปัญหาในแดนหน้าอย่างเห็นได้ชัด โอลิวิเยร์ ชีรูด์ ดาวยิงเฟรนช์แมน ยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ รวมถึง ลูคัส โพดอลสกี, นิคลาส เบนท์เนอร์ และ ยาย่า ซาโนโก ด้วยเช่นกัน
       
       โดย มาร์ติน คีโอว์น อดีตปราการหลังตำนานของทีม ยอมรับว่ารู้สึกเซอร์ไพรซ์ไม่น้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้กล่าวกับ BBC ว่า "ผมรู้สึกเซอร์ไพรส์มากที่ อาร์เซนอล ไม่สามารถหากองหน้าเพิ่มได้ในตลาดที่ผ่านมา และนั่นอาจส่งผลถึงการแย่งแชมป์ก็เป็นได้"
       
       นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับของทีมจำนวนมากที่พร้อมใจกันโพสข้อความผ่าน "ทวิตเตอร์" ถึงความผิดหวังในครั้งนี้ อาทิ "ตำแหน่งผู้นำใกล้เข้ามาแล้ว แต่ไม่มีทางเลยที่เราจะก้าวไปข้างหน้าในอีก 2 เดือนต่อจากนี้ด้วยขุมกำลังที่บาดเจ็บ พวกเราเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับ ชีรูด์ หลังจากบาดเจ็บ ซึ่งมันเหมือนกับเด็กเล่นหากเทียบกับสิ่งที่อยู่ข้างหน้า"
       
       หรือ "เราไม่สามารถต่อกรกับบิ๊กทีมได้ และมีสิทธิ์ที่จะหลุดจากท็อป 3 ได้ง่ายๆเมื่อเส้นทางหฤโหดในเดือนมีนาคม "

7


"เดวิด มอยส์" กุนซือ แมนฯยู ชมฟอร์มนักเตะ "ผีแดง" เล่นได้ดี และมีโอกาสทำประตูมากมาย แต่ดันโชคร้ายไม่คม แถมยังมาเสียประตูจากลูกยิงแฉลบและผีจับยัดของ "ชาร์ลี อดัม" จนทำให้บุกพ่าย สโต๊ก 1-2…

        สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 2 ก.พ.ว่า เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โอดลูกทีมอับโชค หลังจากบุกไปพ่าย "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ก ซิตี้ 1-2 ที่สนามบริททานเนีย สเตเดียมในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

        โดยเกมนี้ สโต๊ก เจ้าถิ่น ได้สองประตูจาก ชาร์ลี อดัม ขณะที่ แมนฯยู ตีไข่แตกได้จาก โรบิน ฟานเพอร์ซี ซึ่งความปราชัยดังกล่าว ทำให้ตอนนี้ ลูกทีมของ มอยส์ ต้องปราชัยเป็นนัดที่ 8 ในฤดูกาลนี้แล้ว

        หลังเกม กุนซือชาวสกอต เชื่อนักเตะ "ผีแดง" สมควรคว้าสามแต้มมาครอง เพราะเล่นได้ดีและมีโอกาสงามๆ หลายครั้ง โดยกล่าวว่า "ผมไม่รู้จริงๆ ว่าเราต้องทำยังไงถึงจะชนะในเกมนี้ ผมคิดว่า เราโชคร้ายสุดๆ เราเล่นได้ดีในสภาพอากาศที่ยากลำบาก แต่สุดท้ายเราก็แพ้ให้กับลูกแฉลบที่โหดร้าย และลูกยิงที่สุดยอด"

        "ความจริงแล้ว เราน่าจะทำได้หลายประตู เมื่อเทียบกับโอกาสที่มีอย่างมากมายในวันนี้ และเราก็คงจะต้องโทษตัวเอง ที่ไม่สามารถฉวยโอกาสเหล่านั้นไว้ได้ แต่ถึงอย่างไร ผมก็ยังคิดว่า โดยรวมแล้วเราเล่นกันได้ดี" มอยส์ กล่าว.

8


 “แกรี เคฮิลล์” กองหลังทีมชาติอังกฤษ ลั่นขอต้านทานเกมรุก แมนเชสเตอร์ ซิตี ศึก พรีเมียร์ ลีก ที่ เชลซี จะต้องเยือนถิ่น เอติฮัด สเตเดียม วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ขณะเดียวกัน อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซืออาร์เซนอล จี้ลูกทีมคืนฟอร์มด่วนที่จะเปิดบ้านรับ คริสตัล พาเลซ ก่อนหน้านั้น 1 วัน
       
       แมนฯ ซิตี แซงรั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ ลีก หลังรีดฟอร์มดุบุกถล่ม ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 5-1 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงถือเป็นงานช้างของเชลซี ที่จะต้องไปเยือนเกม “บิ๊กแมตช์” วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ โดยลูกทีมของ โฆเซ มูรินโญ เพิ่งบู่ด้วยทำได้แค่เสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 ทั้งที่เล่นในบ้าน จนรั้งอันดับ 3 ตามอยู่ 3 แต้ม
       
       ก่อนเกมจึงถือเป็นงานท้าทายของ เคฮิลล์ กองหลัง เชลซี ที่จะต้องหยุดแนวรุก แมนฯซิตี ที่ 23 นัดยิงไปแล้ว 68 ประตู โดยกล่าวว่า “ซิตี ทำประตูได้จากทุกทิศทุกทาง จึงถือเป็นงานยากสำหรับ เชลซี แต่เราก็มักทำได้ดีเสมอยามเจอกันที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทว่าเกมนี้คือ เอติฮัด สเตเดียม ซึ่งแน่นอนว่าผมจะคิดว่าเป็นบททดสอบที่ดีที่สุด แม้ว่าจหนักหนาสาหัสก็ตาม”
       
       แมนฯ ซิตี ยืดสถิติไม่แพ้รวมทุกรายการเป็น 20 นัด แถมยิงไปแล้ว 115 ประตู มิหนำซ้ำฟอร์มเล่นภายในถิ่น เอติฮัด สเตเดียม ปีนี้ชนะรวด 11 นัดในลีก ส่วนเจอกันนัดแรกที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ กองหลัง “เรือใบสีฟ้า” กับ โจ ฮาร์ต ผู้รักษาประตู สื่อสารผิดพลาด ทำให้ เฟร์นานโด ตอร์เรส กองหน้าทีมชาติสเปน หลุดไปซัดชัยให้ เชลซี 2-1
       
       ด้าน อาร์เซนอล ตกจากบัลลังก์ หลังกลางสัปดาห์บุกเสมอเซาแธมป์ตัน 2-2 โดยวันอาทิตย์นี้จะได้แก้ตัวเปิด เอมิเรตส์ สเตเดียม รับ คริสตัล พาเลซ ก่อนเกม เวนเกอร์ เจ้านายใหญ่ “ปืนโต” จึงต้องออกมาปลุกเร้าลูกทีม เพราะกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของฤดูกาล
       
       “เราจะมุ่งสมาธิมาที่ตนเองและคิดเพียงแค่ว่าผลักดันทีมไปข้างหน้า แต่เกมกับ เซาแธมป์ตัน ไม่เป็นเช่นนั้น จึงต้องมองไปที่การคืนฟอร์มเกมวันอาทิตย์นี้ด้วยการรีดผลงานที่ดีที่สุดออก มาอีกครั้ง” กุนซือชาวฝรั่งเศสของอาร์เซนอล ที่ตอนนี้ตามจ่าฝูง แมนฯ ซิตี แต้มเดียว กล่าวในท้ายที่สุด

9


“ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นข่าวยื่นข้อเสนอคว้า นิโคลัส โอตาเมนดี กองหลังของ เอฟซี ปอร์โต มาเสริมทัพก่อนตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสองปิดทำการวันที่ 31 มกราคมนี้ ด้วยค่าตัว 12.3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 676 ล้านบาท)
       
        โอตาเมนดี จัดเป็นกองหลังเนื้อหอม เนื่องจากจับคู่กับ เอเลียกิม มองกาลา ได้อย่างลงตัว ทำให้หลายสโมสรอยากได้ตัวทั้งคู่ ล่าสุด แมนฯยู สนใจดึงแข้งทีมชาติอาร์เจนตินา ที่ย้ายจาก เวเลซ ซาร์สฟิลด์ ร่วมทัพ ปอร์โต เมื่อปี 2010
       
        เดวิด มอยส์ นายใหญ่ แมนฯยู ต้องการเซนเตอร์ฮาล์ฟคนใหม่มาแทน ริโอ เฟอร์ดินานด์ กับ เนมานยา วิดิช ที่ร่วงโรยไปตามวัย ส่วน จอนนี อีแวนส์ กับ คริส สมอลลิง ฟอร์มขึ้นๆ ลงๆ โดยหวังว่า โอตาเมนดี จะมาช่วยให้ทีมไต่อันดับ พรีเมียร์ ลีก คว้าเป้าหมายแรกก่อนคืออันดับ 4 โควตา ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก
       
        สไตล์ของ โอตาเมนดี เล่นหนักเข้าบอลแน่นอน แต่ความเร็วอาจจะไม่คล่องตัวมากนัก โดยเป็นหนึ่งในขุนพล ปอร์โต ชุดทริปเปิลแชมป์ภายใต้การคุมทัพของ อังเดร บียาส-โบอาส ปัจจุบันวัย 25 ปีติดทีมชาติอาร์เจนตินาชุดใหญ่ 16 นัด
       
        มอยส์ ต้องการเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ 5 คนเอาไว้ใช้งาน ดังนั้นต้องรีบสอย โอตาเมนดี เนื่องจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี อริร่วมเมืองก็เล็งอยู่เช่นเดียวกันถ้ารอให้ถึงซัมเมอร์นี้ อย่างไรก็ตาม “เรือใบ” อาจจะไปสอย มองกาลา แทน ทว่าค่าตัวแพงกว่า

10


ปิแอร์ โอบาเมย็อง กองกลางของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ โชว์ซัดคนเดียว 2 ประตูก่อนพา "เสือเหลือง" บุกไปเชือด ไอน์ทรัค บราวน์ชไวก์ 2-1 ในศึก บุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อคืนวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา
       
       บุนเดสลีกา เยอรมนี
       ไอน์ทรัค บราวน์ชไวก์ 1-2 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
       
       ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมนี นัดแรกของช่วงสุดสัปดาห์ เกมที่สนาม ไอน์ทรัค สตาดิโอน ไอน์ทรัค บราวน์ชไวก์ บ๊วยของตาราง มี 12 แต้ม เปิดบ้านเจอศึกหนักพบ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อันดับ 3 มี 33 แต้ม เกมนี้ฝั่งทีมเยือนส่งตัวหลักลงครบครันโดยมี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นำทีมล่าตาข่าย
       
       เริ่มเกม เจ้าบ้านทำได้ดีกว่าและเกือบมีลุ้นนำก่อน นาที 7 แยน โฮเชียต ลากบอลเข้ากลางประตูแล้วซัดทันที บอลแฉลบขาของ มัตส์ ฮุมเมลล์ ไปหน้าประตูแต่ โรมัน เวย์เดนเฟลเลอร์ รับได้ทัน ต่อมา นาที 18 บราวน์ชไวก์ บุกต่อ เบนจามิน เคสเซล ได้โหม่งที่เสาแรกแต่บอลไม่ตรงกรอบหลุดออกหลัง
       
       ดอร์ทมุนด์ ได้ลุ้นบ้าง นาที 28 นูริ ซาฮิน ปั่นฟรีคิกระยะ 35 หลาข้ามกำแพงไปแล้วแต่ แดเนียล ดาวารี บินไปเซฟได้ที่เสาแรก แต่แล้ว นาที 30 เสือเหลือง กลับขึ้นนำก่อน 1-0 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ทำชิ่งกับเพื่อนก่อนเปิดให้ ปิแอร์ โอบาเมย็อง โหม่งเช็ดเข้าประตูไปง่ายๆ จากนั้นเจ้าบ้านพยายามบุกตีเสมอแต่ยังทำไม่ได้ จบครึ่งแรก ดอร์ทมุนด์ บุกนำ 1-0
       
       กลับมาครึ่งหลัง ดอร์ทมุนด์ เดินเกมหวังเอาลูกที่สอง ทว่า นาที 53 กลับโดนตีเสมอ เดนิซ ดูแกน เปิดบอลเรียดจากมุมธงเข้ามา ก่อนเป็น เบนจามิน เคสเซล แปเหน่งๆหน้าประตูให้ บราวน์ชไวก์ เสมอ 1-1 แต่แล้วไม่นาน นาที 64 ดอร์ทมุนด์ มาร์โก รอยส์ ลากมาครึ่งสนามก่อนป้ายให้ ปิแอร์ โอบาเมย็อง แปยัดเสาไกลขึ้นนำเป็น 2-1
       
       มาร์โก รอยส์ เกือบซัดให้ ดอร์ทมุนด์ บวกเพิ่มตอน นาที 77 หลังได้โอกาสแปด้วยซ้ายที่เสาแรกแต่ แดเนียล ดาวารี ปิดมุมเซฟได้ก่อน จากนั้นช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ บุกเฉือน ไอน์ทรัค บราวน์ชไวก์ 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 36 แต้ม จี้ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน อันดับ 2 เหลือแค่แต้มเดียว
       
       รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
       ไอน์ทรัค บราวน์ชไวก์ - แดเนียล ดาวารี, เออร์มิน บิคาซิช, เบนจามิน เคสเซล, เดนิซ ดูแกน, เคน รีเชล, มาร์โก โบลันด์, แยน โฮเชียต, โอมาร์ อับเดลาอุย, นอร์มัน เธอคอว์ฟ, ฮาวาร์ด นีลเซน, ออร์ฮาน อเดมี
       โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ - โรมัน เวย์เดนเฟลเลอร์, มัตส์ ฮุมเมลส์, เควิน โกรสครอยต์, โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส, มาร์เซล ชเมลเซอร์, สเวน เบนเดอร์, เฮนริก เอ็มคิทาร์ยาน, มาร์โก รอยส์, ปิแอร์ โอบาเมย็อง, นูริ ซาฮิน, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

11


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจปล่อยตัว วิลฟรีด ซาฮา แข้งดาวรุ่งวัย 21 ปี ให้กับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี เป็นที่เรียบร้อย ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล ด้าน โอเล กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ของเดอะ บลูเบิร์ดส์ เป็นปลื้มเชื่อจะช่วยทีมให้รอดพ้นการตกชั้น
       
       ปีกดาวรุ่งดีกรีทีมชาติอังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ย้ายจาก คริสตัล พาเลซ มาร่วมทัพ "ปิศาจแดง" ด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 750 ล้านบาท) ทว่ากลับถูก เดวิด มอยส์ ดองยาว โดยมีโอกาสสัมผัสเกมในสนามเพียง 2 นัดเท่านั้น
       
       ล่าสุดวันสุดท้ายของตลาดซื้อ-ขาย ยุโรป แชมป์ลีกสูงสุด 20 สมัย ได้ตัดสินใจปล่อย ซาฮา ไปหาประสบการณ์กับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี ทีมบ๊วยของตาราง ด้วยสัญญายืมตัวจนจบซีซัน โดยมี โอเล กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ของเดอะ บลูเบิร์ดส์ เป็นคนดูแล
       
       โดยกุนซือชายนอร์วีเจียน ดีใจอน่างมากที่ได้แข้งรายใหม่มาร่วมทีม "เขามีทั้งความแข็งแกร่ง พละกำลัง เทคนิค ความสามาถ และสามารถผ่านคู่แข่งได้ดี เขาจะช่วยให้เพิ่มความพิเศษให้กับเราในพื้นที่สุดท้าย"
       
       พร้อมกันนี้ โซลชา ยังเชื่อว่า ซาฮา นั้นกระหายที่จะลงเล่น เนื่องจากไม่ได้รับโอกาสมากนักในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด "เขาเล่นกับยูไนเต็ดแค่ไม่กี่เกม แต่จะไม่เกิดขึ้นที่นี่ เขาอยากจะเล่น เล่นด้วยความมั่นใจ และจะช่วยคาร์ดิฟฟ์ให้อยู่ในลีกสูงสุดต่อไป"

12


 อาร์เซนอล จัดการดึง คิม คัลล์สตรอม กองกลางทีมชาติสวีเดน มาร่วมทัพในช่วงก่อนปิดตลาดซื้อขายรอบสอง ด้วยสัญญายืมตัวจาก สปาร์ตัค มอสโคว ขณะที่รายของ มิโรสลาฟ โคลเซ อดย้ายมาด้วยหลัง ลาซิโอ ต้นสังกัดปฏิเสธไม่ปล่อยตัวให้
       


       บอร์ดบริหาร "ปืนโต" คอนเฟิร์มคว้ากองกลางจากลีกรัสเซีย มาร่วมล่าความสำเร็จในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม ในช่วงเวลาสั้นๆ 6 เดือน ซึ่งนอกจากนี้ เจ้าตัวยังสามารถลงช่วยต้นสังกัดใหม่ในศึก ยูฟา แชมเปียนส์ลีก ได้ด้วยหลังทีมเก่าได้เล่นเเพียงแค่ ยูโรปา ลีก เท่านั้น
       
       โดย อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่ อาร์เซนอล กล่าวถึงนักเตะใหม่ที่ได้มาโดยไม่ต้องจ่ายเงินตามสูตรว่า "คิม คือผู้เล่นมากประสบการณ์ และมีความสามารถที่ยอดเยี่ยม พิสูจน์ได้จากผลงานที่เล่นให้สโมสรและระดับทีมชาติ ซึ่งพวกเราทุกคนขอต้อนรับ คิม สู่ อาร์เซนอล"
       
       ด้านแข้งชาวสวีดิช เผยหลังสวมเสื้อ "ปืนโต" เช่นกันว่า " อาร์เซนอล คือสโมสรที่ยอดเยี่ยมและเต็มไปด้วยนักเตะชั้นนำมากมาย รวมถึงโค้ชที่ทำทีมประสบความสำเร็จมายาวนาน ผมพอใจมากที่ได้มาเล่นที่นี่ และหวังจะปรับตัวให้ได้อย่างรวดเร็วเพื่อมอบผลงานที่ดีที่สุดของผมให้กับ ทีม"
       
       สำหรับ คัลล์สตรอม จะเข้ามาคุมเกมกลางสนามแทน อารอน แรมซีย์ ที่บาดเจ็บต้นขาพัก 6 สัปดาห์ ขณะที่ก่อนหน้านี้ อาร์เซนอล หวังเซ็นสัญญากับ มิโรสลาฟ โคลเซ ดาวยิงสูงสุดของทีมชาติเยอรมนี มาช่วยเติมเต็มแดนหน้า ทว่าต้องผิดหวังเมื่อ ลาซิโอ ต้นสังกัดไม่ต้องการปล่อยแข้งตัวเก๋าออกไป

13


   "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสคว้าตัว เยเวน โคโนปลิอันกา กองกลางเลือดยูเครนของ ดนิโปร ที่หมายปองมานานในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะรอบสอง เดือนมกราคม หลังไม่สามารถเจรจาเรื่องค่าตัวของนักเตะกับต้นสังกัดได้
       
       แข้งวัย 24 ปี เดินทางมาตรวจร่างกายกับ ลิเวอร์พูล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำเอาเหล่า "เดอะ ค็อป" ตั้งตารอเห็นสมาชิกใหม่ในสีเสื้อ "หงส์แดง" ทว่ากลับต้องผิดหวังด้วยเหตุผลตกลงค่าตัวกันไม่ได้ ทั้งที่ตามจีบมานานตั้งแต่ต้นสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม
       
       เอียน อายร์ ผู้อำนวยการของ ลิเวอร์พูล ลงทุนบินเจรจาด้วยตัวเองที่ ยูเครน แต่สุดท้ายกลับเจรจากันไม่ลงตัวก่อนคืนวันศุกร์ที่ 31 มกราคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการซื้อขาย โดยมีการเปิดเผยว่า โคโลมอยสกี ประธานของ ดนิโปร เกิดเปลี่ยนใจไม่อยากขายให้ เล่นเอาทีมงานและนักเตะเจ้าถิ่นหลายคนถึงกับผิดหวัง
       
       "พวกเรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับ โคโลมอยสกี และไม่ต้องการจะขายนักเตะออกไป ซึ่ง เยเวน กับพ่อของเขาก็เคารพการตัดสินใจของบอส เลยทำให้การโยกย้ายไม่เกิดขึ้น" โอลิเวอร์ คาเบรรา เอเยนต์ส่วนตัวของ โคโนปลิอันกา กล่าวผ่านสื่อ
       
       ทำให้ ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมเดียวในกลุ่มท็อปโฟร์ของ พรีเมียร์ลีก ที่ไม่มีการเสริมทัพแข้งใหม่แม้แต่รายเดียว อย่างไรก็ตาม เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นายใหญ่ของ "หงส์แดง" เคยให้สัมภาษณ์แล้วว่าหากไม่ได้ตัวผู้เล่นคนใหม่ก็ไม่รู้สึกผิดหวัง และจะพยายามเข็นนักเตะที่มีอยู่คว้าชัยชนะในเกมที่เหลือของซีซัน

 

14


 แมนเชสเตอร์ ซิตี ทีมมหาเศรษฐีแห่ง พรีเมียร์ลีก เจอข่าวร้ายเมื่อ เซร์คิโอ อกูเอโร กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ หมดสิทธิ์ลงสนาม 1 เดือน แถมจะพลาดเกมสำคัญเปิดบ้านพบ เชลซี ในลีกและศึก ยูฟา แชมเปียนส์ลีก นัดแรกกับ บาร์เซโลนา หลังบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง
       
       "กุน" วัย 25 ปี บาดเจ็บในเกมที่ ซิตี บุกไปถล่ม ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ 5-1 ก่อนเข้ารับการตรวจกับแพทย์ ทว่าอาการหนักพอควร หมายความว่าเกมบิ๊กแมตช์เปิดบ้านพบ "สิงห์บลู" วันที่ 3 กุมภาพันธ์, เจอกันอีกครั้งใน เอฟเอ คัพ รอบ 5 วันที่ 15 กุมภาพันธ์ และเกมสำคัญ ยูฟา แชมเปียนส์ลีก 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกเยือน "บาร์ซา" วันที่ 12 มีนาคม จะไม่มีชื่อเจ้าตัวในสนามแน่นอน
       
       โดย มานูเอล เปเยกรินี ผู้จัดการทีม "เรือใบสีฟ้า" กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "แพทย์ลงความเห็นหลังเช็กอาการของ อกูเอโร เรียบร้อยแล้ว และเขาจะต้องหยุดพัก 1 เดือน ถือเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจเพราะเขาคือผู้เล่นชั้นดี แต่ทั้งนี้ก็ยังมีนักเตะคนอื่นที่สามารถลงเล่นแทนเขาได้"
       
       สำหรับ อกูเอโร ก่อนหน้านี้เพิ่งสลัดอาการบาดเจ็บน่องตั้งแต่เดือนธันวาคม กลับมาลงสนามได้อีกครั้งเมื่อช่วงปีใหม่ ก่อนโชว์ฟอร์มยิงกระจุย 7 ลูกจาก 5 นัดหลังสุดพา ซิตี ถลุงไปทั้งหมด 115 ประตูรวมทุกรายการ แต่ไม่น่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับกุนซือชาวชิเลียนเพราะยังมีตัวเลือกให้ใช้งาน เพียบทั้ง อัลบาโร เนเกรโด, สเตฟาน โยเวติช และ เอดิน เซโก

15


   ปิแอร์ โอบาเมย็อง กองกลางของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ โชว์ซัดคนเดียว 2 ประตูก่อนพา "เสือเหลือง" บุกไปเชือด ไอน์ทรัค บราวน์ชไวก์ 2-1 ในศึก บุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อคืนวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา
       
       บุนเดสลีกา เยอรมนี
       ไอน์ทรัค บราวน์ชไวก์ 1-2 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
       
       ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมนี นัดแรกของช่วงสุดสัปดาห์ เกมที่สนาม ไอน์ทรัค สตาดิโอน ไอน์ทรัค บราวน์ชไวก์ บ๊วยของตาราง มี 12 แต้ม เปิดบ้านเจอศึกหนักพบ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อันดับ 3 มี 33 แต้ม เกมนี้ฝั่งทีมเยือนส่งตัวหลักลงครบครันโดยมี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นำทีมล่าตาข่าย
       
       เริ่มเกม เจ้าบ้านทำได้ดีกว่าและเกือบมีลุ้นนำก่อน นาที 7 แยน โฮเชียต ลากบอลเข้ากลางประตูแล้วซัดทันที บอลแฉลบขาของ มัตส์ ฮุมเมลล์ ไปหน้าประตูแต่ โรมัน เวย์เดนเฟลเลอร์ รับได้ทัน ต่อมา นาที 18 บราวน์ชไวก์ บุกต่อ เบนจามิน เคสเซล ได้โหม่งที่เสาแรกแต่บอลไม่ตรงกรอบหลุดออกหลัง
       
       ดอร์ทมุนด์ ได้ลุ้นบ้าง นาที 28 นูริ ซาฮิน ปั่นฟรีคิกระยะ 35 หลาข้ามกำแพงไปแล้วแต่ แดเนียล ดาวารี บินไปเซฟได้ที่เสาแรก แต่แล้ว นาที 30 เสือเหลือง กลับขึ้นนำก่อน 1-0 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ทำชิ่งกับเพื่อนก่อนเปิดให้ ปิแอร์ โอบาเมย็อง โหม่งเช็ดเข้าประตูไปง่ายๆ จากนั้นเจ้าบ้านพยายามบุกตีเสมอแต่ยังทำไม่ได้ จบครึ่งแรก ดอร์ทมุนด์ บุกนำ 1-0
       
       กลับมาครึ่งหลัง ดอร์ทมุนด์ เดินเกมหวังเอาลูกที่สอง ทว่า นาที 53 กลับโดนตีเสมอ เดนิซ ดูแกน เปิดบอลเรียดจากมุมธงเข้ามา ก่อนเป็น เบนจามิน เคสเซล แปเหน่งๆหน้าประตูให้ บราวน์ชไวก์ เสมอ 1-1 แต่แล้วไม่นาน นาที 64 ดอร์ทมุนด์ มาร์โก รอยส์ ลากมาครึ่งสนามก่อนป้ายให้ ปิแอร์ โอบาเมย็อง แปยัดเสาไกลขึ้นนำเป็น 2-1
       
       มาร์โก รอยส์ เกือบซัดให้ ดอร์ทมุนด์ บวกเพิ่มตอน นาที 77 หลังได้โอกาสแปด้วยซ้ายที่เสาแรกแต่ แดเนียล ดาวารี ปิดมุมเซฟได้ก่อน จากนั้นช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ บุกเฉือน ไอน์ทรัค บราวน์ชไวก์ 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 36 แต้ม จี้ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน อันดับ 2 เหลือแค่แต้มเดียว
       
       รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
       ไอน์ทรัค บราวน์ชไวก์ - แดเนียล ดาวารี, เออร์มิน บิคาซิช, เบนจามิน เคสเซล, เดนิซ ดูแกน, เคน รีเชล, มาร์โก โบลันด์, แยน โฮเชียต, โอมาร์ อับเดลาอุย, นอร์มัน เธอคอว์ฟ, ฮาวาร์ด นีลเซน, ออร์ฮาน อเดมี
       โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ - โรมัน เวย์เดนเฟลเลอร์, มัตส์ ฮุมเมลส์, เควิน โกรสครอยต์, โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส, มาร์เซล ชเมลเซอร์, สเวน เบนเดอร์, เฮนริก เอ็มคิทาร์ยาน, มาร์โก รอยส์, ปิแอร์ โอบาเมย็อง, นูริ ซาฮิน, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

หน้า: [1] 2 3 ... 28