เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น



ข่าว: SMF - Just Installed!




กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1

  อันเดรีย ปีร์โล่ มิดฟิลด์เท้าชั่งทอง นิวยอร์ก ซิตี้ เอฟซี เชื่อว่า ยูเวนตุส ทีมเก่าดีพอซิวถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีกปีนี้รวมถึงยอมรับยังรู้สึกเจ็บใจที่ชิงจ้าวทวีปแพ้ บาร์เซโลน่า 2 ปีก่อน

แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลนี้ 'ไอ้ม้าลาย' คือหนึ่งเดียวจากลีกมักกะโรนีที่มาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายโดยคู่แข่งคือระดับเทพอย่าง บาร์ซ่า

"ยูเว่เป็นแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ พวกเขาอยู่ระดับเดียวกับทีมที่เหลือถึงจะไม่เหนือกว่า พวกเขาแท็กติกแน่นกว่าด้วยซ้ำและไปสุดทางได้แน่" ปีร์โล่ กล่าวกับ คอร์ริเอเร่ เดลโล สปอร์ต

ทั้งสองทีมจะกลับมาเจอกันอีกครั้งโดยดวลกันครั้งหลังสุดนัดชิงจ้าวยุโรปปี 2015 ที่ประเทศเยอรมนีซึ่ง 'ต่างดาว' ชนะไป 3-1

ดาวเตะวัย 37 ปีกล่าวอีกว่า "ตอนนั้นเราเชื่อว่าเราทำได้ต่อให้บาร์เซโลน่ามีสามประสานซึ่งตัดสินเกมตอนไหนก็ได้ก็เถอะ"

"เราเริ่มเกมได้ไม่ดีแต่จากนั้นกลับมาเข้าที่เข้าทาง, ตีเสมอได้ และมีโอกาสหลายครั้งที่จะชนะ"

"การแพ้นัดชิงเป็นเรื่องแย่เสมอแต่กับยูเวนตุสมันแย่ยิ่งกว่า มันนานเหลือเกินที่สโมสรนี้ไม่ได้แชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ผมเองเจ็บใจมากเพราะมันเป็นคงเป็นการปิดฉากวงจรอย่างสมบูรณ์แบบ บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้กับตัวเองตั้งแต่ตอนแรกที่ย้ายสู่เบียงโคเนรี่"

"ผมสิ้นหวังไปเลยหลังจากค่ำคืนนั้น"
2
บาร์เซโลน่าทำตามข้อเรียกร้องของ ลิโอเนล เมสซี่ อัจฉริยะลูกหนังต้องการร่วมงานเพื่อนเก่า ติอาโก้ อันคันทาร่า อนุมัติงบถึง 78 ล้านปอนด์เผด็จศึกให้ได้ในซัมเมอร์นี้

มิดฟิลด์สแปนิชย้ายออกจากถิ่นคัมป์ นูข้ามฟากสู่เมืองมิวนิคเมื่อปี 2013 ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ก่อนระเบิดฟอร์มเก่งมีส่วนร่วมในความสำเร็จแชมป์บุนเดสลีกา 3 สมัย,เดเอฟเบ โพคาล 2 ครั้่งรวมถึงยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2013 และฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2013

ด้วยเหตุนี้เองตามรายงานจาก "สปอร์ต" สำนักข่าวชื่อดังแห่งแดนกระทิงดุอ้าง เมสซี่ เชื่อว่า ติอาโก้ จะเป็นคีย์แมนสำคัญพา บาร์ซ่า ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในฤดูกาลหน้าจึงแนะนำสโมสรซื้อกลับคืน

สืบเนื่องจาก ติอาโก้ ยังเหลือพันธะผูกมัดอยู่ในรังอัลลิอันซ์ อารีน่าอีก 3 ปีแต่คาดว่า โจเซฟ บาร์โตเมว ประธานสโมสรพร้อมอนุมัติวงเงิน 78 ล้านปอนด์เป็นค่าฉีกสัญญ่า

ขณะเดียวกัน อันเชล็อตติ บอสทีมบาเยิร์นหวังเสริมทัพฤดูกาลใหม่จึงอาจจำเป็นต้องปล่อยกำลังสำคัญอย่าง ติอาโก้ กลับคืน บาร์ซ่า เพื่อนำรายได้มาสมทบทุนซื้อ อเล็กซิส ซานเชซ ซูเปอร์สตาร์จากอาร์เซน่อลนั่นเอง
3

  เป็นไปตามความคาดหมาย คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์พันล้านกลายเป็นนักฟุตบอลผู้มีรายได้ประจำปีมากที่สุดในโลกตามมาด้วย ลิโอเนล เมสซี่ ส่วนกุนซือรวยสุดต้องยกให้ โจเซ่ มูรินโญ่

"ฟร้องซ์ ฟุตบอล" นิตยสารชื่อดังของฝรั่งเศสทำการสำรวจรายได้ของพ่อค้าแข้งทั้งหลายโดยคำนวณจากรายรับทั้งหมดอันได้แก่ค่าเหนื่อย,โบนัสต่างๆ,การเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าตลอด 12 เดือนที่ผ่านมาผลปรากฎว่า

โรนัลโด้ กองหน้าชื่อดังจากเรอัล มาดริดนำมาเป็นอันดับ 1 รับทรัพย์สูงสุด 87.5 ล้านยูโรเลยทีเดียวทิ้งห่าง เมสซี่ อัจฉริยะลูกหนังทีมบาร์เซโลน่า 76.5 ล้านยูโร

ขณะที่เพื่อนร่วมสังกัด เนย์มาร์ รั้งอันดับสามคิดเป็น 55.5 ล้านยูโร ตามมาด้วย แกเร็ธ เบล ปีกราชันชุดชาว 41 ล้านยูโร และ เอเซเกล ลาเวซซี่ ดาวยิงเหอเป่ย ฟอร์จูน

สำหรับผู้จัดการทีมที่มีรายได้สูงสุดแห่งปีไม่ใช่ใครที่ไหน มูรินโญ่ กุนซือสเปเชี่ยล วันแห่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดโกยไป 28 ล้านยูโรเอาชนะ มาร์เซโล่ ลิปปี้ เฮดโค้ชทีมชาติจีนคนปัจจุบัน 23.5 ล้านยูโร

แม้ถูกปลดไปแล้วแต่ โลร็องต์ บลองก์ ได้เงินค่าชดเชยกับค่าเหนื่อยสมัยยังทำงานจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง รวมกันทั้งสิ้น 20 ล้านยูโรตามด้วย คาร์โล อันเชล็อตติ บิ๊กบอสบาเยิร์น มิวนิค 15.8 ล้านยูโรและ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เทรนเนอร์แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 14.5 ล้านยูโร
4

  เป็นอีกกลุ่มนักเตะที่ได้รับผลกระทบจากเกมทีมชาติเหมือนกันสำคับธิโบต์ กูร์ตัวร์ และ มารูยาน เฟลไลนี่ ที่ได้รับบาดเจ็บและจะพลาดลงเล่นอุ่นเครื่องให้กับเบลเยี่ยมในวันอังคารนี้

ทีม"ปีศาจแดงแห่งยุโรป"เพิ่งจะเปิดบ้านไล่เสมอกรีซแบบหืดจับเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งกูร์ตัวส์และเฟลไลนี่นั้นได้ลงสนามเป็นตัวจริงทั้งคู่ แต่รายหลังถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงครึ่งหลัง

พวกเขามีคิวลงเล่นเกมอุ่นเครื่องกับรัสเซียคืนวันอังคารนี้ แต่มีข่าวให้โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ปวดหัวเพิ่มเติมคือการที่กูร์ตัวมีปัญหาบริเวณเอว ส่วนเฟลไลนี่เจ็บที่นิ้วหัวแม่เท้า

ไม่เพียงแต่ทีมชาติที่เป็นกังวลเพราะเชลซีกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เป็นต้นสังกัดของทั้งคู่ก็น่าจะกังวลด้วยเช่นกัน

เชลซีนั้นจะมีคิวลงเล่นกับคริสตัล พาเลซ วันเสาร์สุดสัปดาห์นี้ ส่วนยูไนเต็ดจะเปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ในวันอาทิตย์

ก่อนหน้านี้เบลเยี่ยมก็เพิ่งเสียเควิน เดอ บรอยน์ ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณต้นขาหนีบ และไม่ได้ลงช่วยทีมในเกมล่าสุดกับกรีซ และเพิ่งส่งตัวกลับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรียบร้อยตามรายงานที่ออกมา
5

  แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมอังกฤษไม่รอช้ากล่าวสดุดี เจอร์เมน เดโฟ มิเสียแรงที่กลับมาติดรับใช้ชาติในรอบ 4 ปี หลังโชว์ฟอร์มเป็นพระเอกยิงปลดล็อคดลชัยเหนือ ลิธัวเนีย 2-0 เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ดาวยิงทีมซันเดอร์แลนด์หลุดออกจาก "สิงโตคำราม" ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2013 จนกระทั่งมาถึงยุคของ เซาธ์เกต มองเห็นความดีของ เดโฟ จึงไม่ลังเลเรียกติดธงและไม่ทำให้ผิดหวัง

"มันเป็นโมเมนต์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับ เจอร์เมน เลยนะ " อดีตบิ๊กบอสทีมมิดเดิลสโบรห์ชื่นชมเจ้าของตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ หลังยิงประตูทะลุหลัก 20 ตุงในนามทีมชาติ

"เขาตื่นเต้นที่ได้กลับเข้าร่วมทีมชาติ ผมคิดว่าเขาคงเอ็นจอยไปตลอดทั้งสัปดาห์ เขาคือมืออาชีพระดับอาวุโสที่เป็นแบบอย่างที่ดีต่อคนรุ่นหลังทั้งในแง่การฝึกซ้อมและเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชน"

"จนกระทั่งในวันนี้ เดโฟ แสดงให้เห็นความกระตือรือร้นของเขาสามารถส่งอิมแพ็คมาถึงทุกๆคนในสนาม"

ก่อนหน้านั้น เดโฟ เคยยอมรับว่าเขาจิตตกไปเลยตอนหลุดโผทีมชาติลุยฟุตบอลโลก 2014 เมื่อถาม เซาธ์เกธ ถึงความเป็นไปได้หรือไม่ที่ยอดดาวยิงวัยทองจะมีโอกาสบู๊รอบสุดท้าย ณ ประเทศรัสเซีย

"ผมคิดว่าเราจะพิจารณาทุกๆโอกาสที่เราจะได้ร่วมงานกันซึ่งขึ้นอยู่กับฟอร์มในตอนนั้นด้วย หากเขารักษาฟอร์มและเล่นดีก็สมควรได้รับโอกาส"

"หากเขายังยิงประตูต่อเนื่องในพรีเมียร์ลีกและเล่นดีอย่างที่เป็นอยู่ในฤดูกาลนี้ ผมไม่เห็นเหตุผลทำไมเขาจะไม่มีโอกาสไปเวิลด์คัพ"

6
หลังจากที่ยิงสองประตูสุสวยช่วยให้ทีมชาติชาติโปรตุเกสเปิดบ้านอัดฮังการี 3-0 ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมานั้นคริสติอาโน่ โรนัลโด้ ยิงให้ทีมชาติไปแล้ว 70 ลูก และส่งให้เขากลายเป็นดาวซัลโวอันดับที่ 4 ตลอดกาลของทีมชาติโซนยุโรปเรียบร้อย

เกมรอบคัดเลือกกลุ่มบี ที่เอสตาดิโอ สปอร์ต ลิสบัว เจ้าถิ่น"ฝอยทองเปิดบ้านยำ"แม็กยาร์" 3-0 โดยได้ประตูออกนำจากอังเดร ซิลวา ก่อนที่โรนัลโด้จะซัดนอกกรอบสุดสวย และฟรีคิกสุดงาม ช่วยทีมเก็บสามแต้ม แต่ยังไล่จ่าฝูงอย่างสวิตเซอร์แลนด์ 3 คะแนนต่อไป

อย่างไรก็ตามจากผลงานสองประตูในเกมนี้ทำให้สตาร์เรอัล มาดริด ยิงรวมในทีมชาติไปแล้ว 70 นัดซึ่งทำให้เขาแซงแกร์ด มุลเลอร์(เยอรมนี) และ ร็อบบี้ คีน ขึ้นไปรั้งอันดับที่ 4 ตลอดกาลของดาวซัลโวทีมชาติยุโรปเรียบร้อย

สถิติต่างๆจาก 70 ประตูของโรนัลโด้
> เป็นการยิงในบ้าน 35 ลูก, นอกบ้าน 25 ลูก และในทัวร์นาเมนท์รอบสุดท้าย 10 ลูก
> 70 ประตูนั้นเกิดขึ้นใน 49 เกม ซึ่งทีมของเขาชนะ 41 นัด เสมอ 4 และ แพ้ 4
> เขายิงแฮทริคได้ 3 นัด, ยิงคนเดียว 4 ประตูได้ 1 นัด ยิงเบิ้ล 12 นัด
> เขายิงได้กับคู่แข่งทั้งหมด 33 ทีม แต่ไม่เคยยิงได้ในการเจอกับฝรั่งเศส, สเปน, เยอรมนี, อิตาลี และอังกฤษ

อันดับดาวซัลโวตลอดกาลของทีมชาติโซนยุโรป
1. เฟเรนซ์ ปุสกัส (ฮังการี,สเปน 89 นัด 84 ประตู)
2. ซานดอร์ คอซซิช (ฮังการี 68 นัด 75 ประตู)
3. มิโรสลาฟ โคลเซ่ (เยอรมนี 137 นัด 71 ประตู)
4. คริสติอาโน่ โรนัลโด้ (โปรตุเกส 137 นัด 70 ประตู)
5. แกร์ด มุลเลอร์ (เยอรมนี 62 นัด 68 ประตู)
5. ร็อบบี้ คีน (ไอร์แลนด์ 146 นัด 68 ประตู)
7. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (สวีเดน 116 นัด 62 ประตู)
8. อิมเร่ ชลอสเซอร์ (ฮังการี 68 นัด 59 ประตู)
8. ดาบิด บีญ่า (สเปน 97 นัด 59 ประตู)
10. ยาน โคลเลอร์ (สาธารณรัฐเช็ก 91 นัด 55 ประตู)
10. โยอาคิม สไตรช์ (เยอรมันตะวันออก 102 นัด 55 ประตู)
11. เวย์น รูนีย์ (อังกฤษ 117 นัด 53 ประตู)
7

  เกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรปที่ อันดอร์ร่า เปิดบ้านเสมอกับ หมู่เกาะแฟโรแบบไร้สกอร์ 0-0 แม้เป็นเพียงแต้มเล็กๆ แต่นั้นเป็นแต้มแรกที่ทีมเจ้าถิ่นเก็บได้จากทัวร์นาเมนท์ทางการครั้งแรกในรอบ 11 ปี!

ศึกทีมท้ายตารางกลุ่มบีที่สนามแห่งชาติอันดอร์ร่า ลา เวลล่า เจ้าถิ่นที่เป็นทีมบ๊วยของกลุ่มหลังจากแพ้มารวด 4 นัดก่อนหน้านี้ เปิดบ้านรับหมู่เกาะแฟโร ทีมอันดับ 4 ของตาราง

เกมครึ่งแรกทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ แต่สถานการณ์ในครึ่งหลังดูจะเป็นของอันดอร์ร่า หลังทีมเยือนเหลือผู้เล่น 10 คนจากการที่โยน เอ็ดมุนด์สสัน โดนใบแดงในนาทีที่ 74

สุดท้ายก็เท่านั้นเพราะทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ก่อนเสมอกันไป 0-0 แบ่งกันทีมละ 1 คะแนน อันดอร์ร่ามี 1 แต้มรั้งบ๊วยต่อไป ส่วนหมู่เกาะแฟโรก็รั้งอันดับเดิมด้วยการมี 54 แต้ม

อย่างไรก็ตาม 1 แต้มนี้นับว่าเป็นคะแนนที่ยิ่งใหญ่อย่างมากของอันดอร์ร่า เพราะนับเป็นการหยุดความพ่ายแพ้ 58 นัดรวดในเกมทางการของพวกเขาลงได้สำเร็จ

ครั้งสุดท้ายที่พวกเขามีแต้มในการคัดเลือกฟุตบอลโลกและยูโร คือนัดที่เปิดบ้านเสมอกับฟินแลนด์ 0-0 เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2005 หรือเมื่อ 11 กว่าปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตามยังเหลืออีก 1 สถิติที่พวกเขายังต้องทำให้ได้ นั่นคือการกลับมาเก็บชัยชนะนัดแข่งจริงให้ได้ โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาเข้าวินคือเกม 66 นัดที่แล้วที่เชือดมาเซโดเนีย 1-0 วันที่ 12 ตุลาคม 2004

สถิตินัดแข่งอย่างเป็นทางการของอันดอร์ร่า
แข่ง 100 นัด ชนะ 1 เสมอ 3 แพ้ 96 ยิงได้ 25 เสีย 310 ประตู
8

  มุสซ่า เดมเบเล่หัวหอกอนาคตไกลของ"ม้าลายเขียวขาว"กลาสโกว์ เซลติกเมินย้ายไปรับค่าเหนื่อยก้อนโตกับ"สิงห์ไฮโซ"เชลซี

ตามการรายงานข่าวจาก กลาสโกว์ ไลฟ์ สื่อแดนขี้เมาระบุว่าเชลซีได้เข้าพบกับตัวแทนของเดมเบเล่เพื่อหารือเรื่องดีลการคว้าตัวนักเตะมาร่วมถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

ยอดทีมแห่งกรุงลอนดอนได้ยื่นข้อเสนอค่าเหนื่อย 65,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ให้แก่ดาวเตะวัย 20 ปีและอาจเพิ่มขึ้นแตะหลัก 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ได้ในภายหลัง

อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดเดมเบเล่ได้ตอบปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวข้างต้นจากเชลซีไปเพราะเขาไม่คิดว่าจะได้รับการการันตีตำแหน่งตัวจริงหากย้ายไปร่วมทีม"สิงห์บูลส์"

ด้านเบรนแดน รอดเจอร์สกุนซือตาหวานของเซลติกจะมีความสุขอย่างมากหากหัวหอกคนสำคัญของเขาตัดสินเช่นเดิมเมื่อทีมจ่าฝูงของพรีเมียร์ ลีกติดต่อทาบทามเข้ามาอีกครั้ง
9
  มิโรสลาฟ บิคานิคเอเยนต์ส่วนตัวของมาร์เซโล่ โบรโซวิชมิดฟิลด์ทีมชาติโครเอเชียของ"งูใหญ่"อินเตอร์ มิลานเปิดเผยว่านักเตะได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในอังกฤษ

อาร์เซน่อลและท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 2 ทีมชื่อดังแห่งกรุงลอนดอนต่างตกเป็นข่าวให้ความสนใจในตัวโบรโซวิช

ล่าสุดบิคานิคก็เปิดเผยว่าได้รับการติดต่อจากหลายสโมสรของประเทศอังกฤษเกี่ยวกับการดำเนินการคว้าตัวดาวเตะวัย 24 ปี

"เราบอกชื่อไม่ได้แต่มีหลายสโมสรของอังกฤษติดตามมาร์เซโล่"บิคานิคกล่าว

"เราติดต่อกับพวกเขา"

"โบรโซวิชจะฮ็อตอย่างมากในตลาดซื้อขายนักเตะสำหรับหลายสโมสรในซัมเมอร์หน้า"

"เขาฟื้นตัวกลับมาจากอาการบาดเจ็บเท้าอย่างเต็มที่แล้วและมีความพร้อมแม้ว่าจะยังมีปัญหาบ้างกับแผลก็ตาม"
10
เควิน คูรานี่ กองหน้าชื่อดังชาวเยอรมันประกาศเลิกเล่นฟุตบอลในวัย 35 ปีหลังจากปฏิเสธโอกาสย้ายมาค้าแข้งพร้อมโกยทรัพย์ในเอเชีย

หัวหอกดีกรีทีมชาติเยอรมนีไม่มีสังกัดนับตั้งแต่หมดสัญญากับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ หลังจบฤดูกาลที่แล้วโดยได้รับข้อเสนอจากทีมในลีกกาตาร์กับจีนแต่ปฏิเสธไปและล่าสุดตัดสินใจรีไทร์

"คร่าวๆคือผมอยากเล่นต่อนะแต่ไม่ถึงขนาดต้องเล่นให้ได้แถมการต้องแยกจากครอบครัวมันหนักหนาเกินไปสำหรับผม" คูรานี่ กล่าว

"หลังจากหลายปีที่ผ่านมานี้อย่างน้อยมันก็ดีที่ไม่ต้องใช้ชีวิตเคร่งครัดแบบมืออาชีพอีกต่อไป ชีวิตที่วนเวียนอยู่ระหว่างสนามซ้อม เครื่องบิน และห้องพักโรงแรม"

คูรานี่ เป็นดาวเตะหลากสัญชาติโดยมีเชื้อสายเยอรมัน, ฮังกาเรียน และปานามาเนียนแต่เกิดและโตที่บราซิล

นั่นทำให้ในระดับชาติ คูรานี่ เล่นให้ได้ทั้ง เยอรมนี, ฮังการี, ปานามา และ บราซิล ซึ่งสุดท้ายเจ้าตัวเลือกรับใช้ 'อินทรีเหล็ก'

คูรานี่ เริ่มติดธงตั้งแต่ปี 2003 ลงสนาม 52 นัดทำไป 19 ประตูแต่หลุดจากสารบบทีมชาติอย่างถาวรในปี 2008

สาเหตุมาจากการถูกตัดชื่อในทีมชุดเจอ รัสเซีย และระหว่างการแข่งขัน คูรานี่ ซึ่งนั่งดูเกมบนอัฒจันทร์กับเพื่อนๆกลุ่มที่หลุดโผก็ออกจากสนามไปตอนพักครึ่งและไม่กลับมารายงานตัว ณ โรงแรมที่พักซึ่งแม้ภายหลังเจ้าตัวออกมาขอโทษแต่บุนเดสเทรนเนอร์ โยอัคคิม เลิฟ ก็ไม่เรียกตัวอีกเลย

ในระดับสโมสร คูรานี่ แจ้งเกิดกับ เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท โดยมาอยู่ทีมเยาวชนตั้งแต่ปี 1997 ขึ้นชุดใหญ่ปี 2001 สร้างชื่อแล้วย้ายไป ชาลเก้ 04 ตามด้วย ดินาโม มอสโก้ ก่อนจะมาจบเส้นทางที่ ฮอฟเฟ่นไฮม์ โดยความสำเร็จครั้งเดียวคือแชมป์เดเอฟแอล ลีกา โพคาลกับ 'ราชันสีน้ำเงิน' ในปี 2005

คูรานี่ ทำไป 56 ประตูจากการลงสนาม 151 นัดให้ 'ม้าขาว', 90 ประตูจาก 217 นัดกับ ชาลเก้ และ 56 ประตูจาก 151 นัดกับ ดินาโม แต่ที่ ฮอฟเฟ่นไฮม์ เจ้าตัวได้เล่น 15 นัดรวมทุกถ้วยคลำเป้าไม่เจอเลย
หน้า: [1] 2 3 ... 10