เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น



ข่าว: SMF - Just Installed!

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.





Messages - Bigballs

หน้า: [1] 2 3 ... 50
1

  แกรี่ เคฮิลล์ กัปตันทีมชั่วคราวของทีมชาติอังกฤษ ออกมาบอกว่าพวกเขามีโอกาสดีที่จะบุกเอาชนะเยอรมนีได้ ในเกมเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา แต่สุดท้ายกลับแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-0

"สิงโตคำราม"ภายใต้การคุมทีมของแกเร็ธ เซาธ์เกตนั้นยังไม่แพ้ใครมา 4 นัดติด เกมนี้เขาต้องนำทีมบุกอุ่นเครื่องกับคู่ปรับอย่างเยอรมนี ที่สนามซิกนัล อิดูน่า ปาร์ค

แม้จะขาดตัวหลักไปหลายคนแต่เกมนี้อังกฤษเล่นได้น่าประทับใจ และมีโอกาสชัดเจนถึงสองครั้งในครึ่งแรก แต่อดัม ลัลลาน่ายิงชนเสา ส่วนเดเล่ อัลลี ยิงติดเซฟมาร์ค-อังเดร แตร์ สเตเก้น

ก่อนที่ครึ่งหลังลูคัส โพดอลสกี้ จะยิงประตูชัยสุดสวยให้เยอรมนีเฉือนชนะไป 1-0 พร้อมกับการปิดฉากนัดสุดท้ายในนามทีมชาติของเขาอย่างงดงาม

"เกมนี้เรามีโอกาสที่ดีกว่า" เคฮิลล์ผู้รับหน้าที่ยืนคุมเกมรับในระบบหลังสาม บอกกับนักข่าวหลังเกม "ผมคิดว่าเมื่อเรามองย้อนและวิเคราะห์ดู ถ้าเราคว้าโอกาสได้เราน่าจะชนะเกมนี้ มันเป็นช่วงสะสมประสบการณ์ของเรา"

"ผมว่าวันนี้เราเล่นดีเลยนะ โดยเฉพาะในครึ่งแรก เราคอนโทรลเกมได้เลย เราแค่มีสมาธิกับงานที่ต้องทำ ทำเต็มที่และโชว์ฟอร์มที่มีออกมา เราเพิ่งซ้อมระบบเกมรับนี้วันก่อนเอง มันยากที่จะเข้าใจได้ในทันที"

ก่อนที่จะถูกถามเรื่องเหตุก่อการร้ายที่ลอนดอน "นั่นเป็นเรื่องย่ำแย่มาก แต่เราก็โฟกัสกับงานที่เราต้องทำ"

เกมต่อไปทีมชาติอังกฤษต้องกลับไปเปิดเวมบลีย์ รับการไปเยือนของลิธัวเนีย ในวันอาทิตย์นี้ เพื่อทำศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

2

  แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ออกมาให้ความเห็นหลังเกมที่พาลูกทีมบุกไปแพ้ทีมชาติเยอรมนี 1-0 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาว่า ระบบ 3-4-3 ที่เขาใช้นั้นเหมาะกับทีมเป็นอย่างดี

เกมอุ่นเครื่องที่ซิกนัล อิดูน่า ปาร์ค "สิงโตคำราม"ยุคไร้พ่ายของเซาธ์เกตนั้นเดินทางไปเล่นด้วยการขาดตัวหลักหลายคน โดยเขาเลือกใช้แกรี่ เคฮิลล์ เป็นกัปตันทีมยืนเฝ้าแนวรับในระบบหลังสามร่วมกับไมเคิล คัน และ คริส สมอลลิ่ง

ครึ่งแรกพวกเขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมโดยไม่ปล่อยให้เจ้าถิ่นได้มีโอกาสยิงตรงกรอบเพื่อสร้างความกังวลให้โจ ฮาร์ทเลย แถมมีโอกาสเน้นๆถึงสองครั้งแต่อดัม ลัลลาน่า นัดกันพลาดกับเดเล่ อัลลี

ก่อนที่ครึ่งหลังอังกฤษจะมาพังเพราะลูกยิงสุดสวยของลูคัส โพดอลสกี้ ในนาทีที่ 69 ช่วยให้"อินทรีเหล็ก"เอาชนะไป 1-0

"นักเตะทำได้ดีมากเลยและมันก็เข้ากับพวกเขา" เซาธ์เกตพูดถึงแผนการเล่นของเขาในเกมนี้ "เราไม่ชอบความพ่ายแพ้แต่การเรียนรู้บางอย่างและลองทำสิ่งใหม่ๆนั้นเป็นเรื่องสำคัญ"

"มันเป็นออปชั่นที่ดีที่เราจะมีไว้(แผน 3-4-3) และผู้เล่นหลายคนก็เล่นมันอยู่ในสโมสร"

"เราใช้เวลาที่มีอย่างเต็มที่ และเราก็มีผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมมากๆอยู่ในทีม ก็เป็นฟอร์มการเล่นที่ดีอยู่บ้าง แต่เราแพ้ให้กับประตูแห่งเทพนิยาย" เขากล่าว

ประตูที่ว่าคือการที่โพดอลสกี้ยิงได้ในนัดที่ 130 ของตัวเขาเองพร้อมกับอำลาทีมชาตินัดสุดท้ายด้วยจำนวน 49 ประตู

ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้อังกฤษในยุคของเซาธ์เกตนั้นหยุดการไร้พ่ายไว้ที่ 4 นัดติดต่อกัน เกมต่อไปพวกเขาต้องลงเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับลิธัวเนีย วันอาทิตย์นี้ ที่สนามเวมบลีย์

3

  ลูคัส โพดอลสกี้ ออกมาพูดถึงความภูมิใจหลังจากซัดประตูสุดสวยช่วยให้ทีมชาติเยอรมนี เปิดบ้านเอาชนะทีมชาติอังกฤษ 1-0 ปิดฉากการรับใช้ชาตินัดสุดท้ายอย่างยิ่งใหญ่

อย่างที่ทราบกันดีว่านัดอุ่นเครื่องที่สนามซิกนัล อิดูน่า ปาร์ค เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา จะเป็นการอำลาทีม"อินทรีเหล็ก"ของกองหน้าวัย 31 ปี หลังรับใช้ทีมชาติมาอย่างยาวนาน 13 ปี

และไม่มีอะไรจะพิเศษมากไปกว่าการที่เขาจะเป็นฮีโร่ซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษแล้วบอลพุ่งเบียดสามเหลี่ยมุมบนเข้าไปแบบงามหยด ในนาทีที่ 69 ช่วยทีมชนะคู่ปรับอย่างอังกฤษ 1-0

เป็นการปิดฉากการรับใช้ชาติ 130 นัดอย่างสวยงามด้วยจำนวน 49 ประตู พร้อมรั้งอันดับที่ 3 ตลอดกาลของเยอรมนี ทั้งจำนวนนัดและประตู

"มันเหมือนเป็นสุดยอดหนังเลยนะ" โพดอลสกี้ให้สัมภาษณ์หลังเกม "เราชนะ 1-0 และผมเป็นคนยิง"

"ผมรู้ว่าตัวเองมีเท้าซ้ายที่น่าจะเป็นของขวัญจากพระเจ้าหรือใครสักคนบนนั้น และผมสามารถพึ่งมันได้ ผมภูมิใจกับ 13 ปีที่ผ่านมามากๆ"

"จากบรรยากาศในสนาม คุณจะเห็นความสัมพันธ์ที่ผมมีกับคนจากโคโลญจน์ได้เลย ในสนามมีอย่างน้อย 30,000 คนที่มาจากโคโลญจน์ มันทำให้ขนลุกมากๆ"

"นั่นเป็นช่วงเวลาที่คุณรู้ได้เลยว่าบ้านของคุณตือที่ไหน และการที่ทำได้ดีทั้งในสนามและนอกสนาม มันทำให้ผมภูมิใจเอามากๆ"

ด้านเพื่อนร่วมทีมอย่างโทมัส มุลเลอร์ ก็ออกมาแซวขำๆเกี่ยวกับค่ำคืออันเพอร์เฟคท์ของโพดอลสกี้ "คุณไม่สามารถเขียนบทที่ดีกว่านี้ได้แล้ว ถ้าผมเป็นผู้กำกับคงมองว่ามันน้ำเน่ามากๆ ไม่มีใครเชื่อหรอก!"

"ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่มีความสุขกับมัน ปกติ 10 นาทีหลังเกมสนามจะโล่งแล้วนะ แต่ทุกคนยังอยู่ที่นี่เพื่อฉลองให้โพลดี้ มันยอดมาก เราจะคิดถึงเขาในทัวร์นาเมนท์ที่จะมาถึง" เขากล่าวฅ

เกมต่อไปเยอรมนีต้องบุกเยือนอาเซอร์ไบจาน ในวันอาทิตย์นี้ เพื่อทำศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

4

  โยอัคคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์เพื่อเป็นการให้เกียรติรับใช้ชาติมานานมอบปลอกแขนผู้นำชาติแด่ ลูคัส โพโดลสกี้ ลงทำหน้าที่่รับใช้ประเทศครั้งสุดท้ายในเกมอุ่นเครื่องกับ อังกฤษ คืนวันพุธนี้

อดีตดาวยิงทีมอาร์เซน่อลประกาศรีไทร์จากทีมชาติอย่างแน่นอนในปีนี้ ดังนั้นแมตช์พบกับ "สิงโตคำราม" จะเป็นเกมทิ้งทวนต่อหน้าแฟนบอลที่สนามซิกนาล อิดูน่า ปาร์ค

สำหรับ โพดอลสกี้ จะลงเล่นในนาม "อินทรีเหล็ก" เป็นนัดที่ 130 พอดีในคืนวันพุธนี้โดยยิงไปแล้ว 48 ประตู ซึ่งกุนซือ เลิฟ กล่าวแสดงความชื่นชมลูกศิษย์รายนี้ว่า

"(ลูคัส) โพโดลสกี้ หนึ่งเดียวที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ไม่มีใครมาแทนที่เขาได้" บุนเดสเทรนเนอร์กล่าวชื่นชมระหว่างแถลงเตรียมความพร้อมก่อนแง

"สำหรับผมมันจะเป็นโมเมนต์ที่สวยงามและเศร้าในเวลาเดียวกันเพราะเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเยอรมัน"

5

  เฮคเตอร์ เบเญริน แบ็คตีนผีของอาร์เซนอล ออกมาบอกว่าการมีข่าวได้รับความสนใจจากสโมสรยักษ์ใหญ่โดยเฉพาะบาร์เซโลน่านั้นเป็นเรื่องที่พิเศษ แม้จะยืนยันว่าไม่มีความคิดที่จะกลับไปก็ตาม

อย่างที่ทราบกันดีว่าเบเญรินนั้นเป็นเด็กฝึกของทีม"ต่างดาว"ก่อนที่อาร์เซนอลจะไปฉกร่วมทีมเมื่อปี 2011 ก่อนที่จะเซ็นสัญญาอาชีพเมื่อปี 2013 และสร้างผลงานโดดเด่นในถิ่นเอมเรตส์จนเป็นตัวหลักของทีมในปัจจุบัน

แน่นอนว่าช่วงที่ผ่านมาเขาตกเป็นข่าวกับหลายทีมทั่วยุโรป โดยเฉพาะกับบาร์เซโลน่าที่ยังหาความลงตัวในตำแหน่งวิงแบ็คขวาไม่ได้ หลังจากที่เสียดานี่ อัลเวส ให้กับยูเวนตุส เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

"มันเยี่ยมเลยนะที่หลายทีมใหญ่สนใจในตัวผม แต่ถ้าหนึ่งในนั้นเป็นบาร์เซโลน่า ก็ถือว่าเป็นเรื่องพิเศษไปเลย" เบเญรินบอกกับสื่อสเปนอย่าง El Mundo Deportivo

แม้จะยอมรับว่าการมีข่าวมากมายเป็นเรื่องที่ดี แต่เบเญรินยังไม่ลืมว่าอาร์เซนอลและอาร์แซน เวนเกอร์ นั้นสำคัญกับเขาอย่างไร พร้อมทั้งบอกว่ายังไม่คิดเรื่องย้ายทีมในช่วงเวลานี้

"ความภักดีที่ผมมีต่อคนๆนี้(เวนเกอร์)มีค่ามากกว่าเรื่องของเงิน เขามีอิทธิพลสำคัญต่อผม ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผมมาก" เบเญรินเริ่ม

"ผู้เล่นทุกคนคงจะยินดีที่ได้รับความสนใจจากบาร์ซ่า พวกเขาเป็นสโมสรที่ดีที่สุดในโลก และการได้รับความสนใจมันก็เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม"

"ความจริงที่ว่าผมเติบโตมาจากอคาเดมี่ของบาร์เซโลน่านั้นยิ่งทำให้มันพิเศษมากขึ้นอีก แม้ว่าตอนนี้ผมจะโฟกัสกับซีซั่นที่ยังเหลืออยู่"

"ตอนที่ผมออกจากบาร์เซโลน่า ความคิดของผมคือจะไม่กลับไปเพราะการย้ายออกของผมมันค่อนข้างจะซับซ้อนนิดหน่อย"

"ก็เหมือนกับผู้เล่นคนอื่นที่ย้ายออกมาและบอกว่าพวกเขาจะกลับไปนั่นแหละ ผมออกมาผจญภัยในอังกฤษ พยายามที่จะเป็นนักฟุตบอลและจะไม่กลับไป"

"แต่คุณไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร และคงจะปิดประตูทุกอย่างไม่ได้"

นอกจากนี้เขายังพูดถึงการได้รับความสนใจจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ "ผมรู้ว่ามีความสนใจเข้ามา มันเป็นเรื่องน่ายินดีที่โค้ชอย่างเป๊ป กวาร์ดิโอล่าคิดถึงผม นั่นเป็นสัญญาณว่าผมทำได้ดี"

"มันเยี่ยมมากๆ ที่หลายทีมใหญ่สนใจในตัวผม แต่ถ้าหนึ่งในนั้นเป็นบาร์ซ่าก็คงเป็นเรื่องที่พิเศษมาก" เขากล่าว

6

  แกเร็ธ เซาธ์เกต นายใหญ่ทีมชาติอังกฤษ ออกมายืนยันแล้วว่าจะมอบตำแหน่งกัปตันทีมในเกมที่จะอุ่นเครื่องกับเยอรมนีให้กับปราการหลังเชลซีอย่างแกรี่ เคฮิลล์

คืนวันพุธนี้"สิงโตคำราม" มีคิวบุกไปทำศึกอุ่นเครื่องนัดบิ๊กแมตช์กับทีม "อินทรีเหล็ก" ที่สนามซิกนัล อิดูน่า ปาร์ค, ดอร์ทมุนด์

พวกเขาขาดผู้เล่นตัวหลักไปหลายคนเนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นกัปตันทีมตัวจริงอย่างเวย์น รูนีย์, จอร์แดน เฮนเดอร์ และ แฮร์รี่ ทำให้มีคำถามว่าเซาธ์เกตจะเลือกใครขึ้นสวมปลอกแขนในเกมดังกล่าว

ล่าสุดกุนซือวัย 46 ออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันเป้นที่เรียบร้อยว่าเป็นเคฮิลล์ จอมแกร่งวัย 31 ปี จากถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

"แกรี่จะเป็นกัปตันทีม เขาอยู่ในฟอร์มที่ดี เขาเป็นหนึ่งในคนที่รู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะได้ชัยชนะ" เซาธ์เกตบอกับนักข่าว

"โดยเฉพาะในฤดูกาลนี้ เขาทำได้ดีขึ้นทั้งเรื่องความมั่นใจและความสามารถ เขาแสดงให้เห็นความนิ่งเมื่อเล่นกับบอล"

"บางครั้งประสบการณ์ของเขานั้นถูกมองข้ามเพราะเขาทำงานของเขาไปอย่างเงียบๆ เป็นเรื่องที่ดีสำหรับเขาที่จะได้เป็นกัปตันทีมในเกมวันพรุ่งนี้"

อย่างไรก็ตามแม้เขาจะได้สวมปลอกแขนในเกมที่จะถึงนี้ แต่เคฮิลล์จะไม่สามารถช่วยทีมได้ในเกมถัดไปที่จะต้องทำศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับลิธัวเนียเนื่องจากติดโทษแบน คาดว่าจะเป็นโจ ฮาร์ท ที่หน้าที่หัวหน้าทีมในเกมดังกล่าวแทน

7

  "เปแอสเช"ปารีส แซงต์-แชร์กแมงดำเนินการติดต่อทาบทามอาร์แซน เวนเกอร์นายใหญ่หน้าเหี่ยวของ"ปืนใหญ่"อาร์เซน่อลให้ไปคุมทีมในฤดูกาลหน้า

ตามการรายงานข่าวจาก เดอะ ซัน สื่อมั่วแหลก 10 ถูก 1 ของประเทศอังกฤษระบุว่าเวนเกอร์ได้รับการเสนอสัญญา 2 ปีเพื่อย้ายไปคุมทีมปารีส แซงต์-แชร์กแมง

ทีมแชมป์เก่าลีก เอิงต้องการให้นายใหญ่เฟรนช์แมนไปทำหน้าที่แทนอูไน เอเมรี่เทรนเนอร์คนปัจจุบันในช่วงซัมเมอร์นี้

เวนเกอร์ให้สัมภาษณ์หลังเกมพ่ายเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 3-1 เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วว่าตัดสินใจอนาคตไปแล้วและจะเปิดเผยออกมาในเร็วๆนี้

ขณะเดียวกันก็มีรายงานข่าวว่าเขาต้องการอยู่กุมบังเหียนในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมต่อไป

ผู้บริหารของ"เดอะ กันเนอร์ส"ยังคงยืนกรานให้เวนเกอร์ตัดสินชะตาชีวิตของตัวเองแม้มันจะมีความรู้สึกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆว่าสโมสรต้องการการเปลี่ยนแปลง

นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ประธานสโมสรปารีส แซงต์-แชร์กแมงเชื่อมั่นว่าเวนเกอร์จะสามารถพัฒนาทีมหลังผ่านฤดูกาลที่น่าผิดหวังภายใต้การทำทีมของเอเมรี่ได้

ด้านนายใหญ่วัย 67 ปีเองก็รู้สึกว่าเขายังคุมทีมได้อีก 3 ปีเป็นอย่างน้อย

8

  บาการี่ ซานญ่า ปราการหลังหล่อใหญ่ได้รับอนุญาตออกจากทีมชาติฝรั่งเศสชุดทำศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกตามรอยเพื่อน ปอล ป็อกบา อำลาไปก่อนหน้านี้

แบ็คขวาสังกัดแมนเชสเตอร์ ซิตี้โชคร้ายบาดเจ็บต้นขามาตั้งแต่เกมพ่าย โมนาโก ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลางสัปดาห์ที่แล้ว แต่ยังเปลี่ยนตัวลงมาเล่นในช่วง 25 นาทีสุดท้ายเกมเสมอ ลิเวอร์พูล นัดซูเปอร์ซันเดย์

แม้ ซานญ่า ยังไม่หายดีเจออาการแทรกซ้อนแต่ยังเดินทางเข้าแคมป์เก็บตัวที่แคลร์ฟอนเทน สุดท้ายเมื่อแพทย์ประจำชาติตรวจอาการอย่างละเอียดพบว่านักเตะจะหมดสิทธิ์ลงสนามนำไปสู่การถอนตัว

นั่นทำให้อดีตฟูลแบ็คอาร์เซน่อลผู้เล่นรายถัดมาต่อจาก ปอล ป็อกบา ถอนออกจาก "ตราไก่" ดังนั้้น ดิดิเยร์ เดช์ช็องป์ส กุนซือ "ตราไก่" จึงเรียก คริสตอฟ ยัลเล่ต์ ฟูลแบ็คโอลิมปิก ลียงเสียบแทน

สำหรับ ฝรั่งเศส จะเดินทางไปเยือน ลักเซมเบิร์ก ทำศึกเวิลด์ คัพ 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป วันเสาร์ที่ 25 มีนาคมต่อด้วยเป็นเจ้าบ้านอุ่นเครื่องกับ สเปน อีก 3 วันต่อมา

9

  คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์พันล้านยังเดินสายรับรางวัลไม่หยุดไม่หยอดล่าสุดได้รับการประกาศให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของโปรตุเกสจากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติตลอดปี 2016

ดาวดังวัย 32 กะรัตโชว์ฟอร์มสวยสดงดงามเป็นคนสังหารจุดโทษตัดสินชัย "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเป็นสมัยที่ 11 พร้อมกับสถิติดาวซัลโวสูงสุด 16 ประตู

เท่านั้นยังไม่พอ โรนัลโด้ สานต่อความสำเร็จสุดยิ่งใหญ่ด้วยการพา "ฝอยทอง" สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ผงาดแชมป์ยุโรปได้เป็นครั้งแรกหลังหักปากกาเซียนโค่นเจ้าภาพ "ตราไก่" ฝรั่งเศสในนัดชิงชนะเลิศยูโร 2016

ด้วยเหตุนี้เองอดีตสตาร์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้รับคะแนนโหวตสูงสุดนำเป็นอันดับ 1 เอาชนะเพื่อนร่วมสังกัด เปเป้ และ รุย ปาทริซิโอ นายทวารมือกาวแห่งสปอร์ติ้ง ลิสบอนในงานกาลาเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

"มันเป็นปีที่วิเศษที่สุดสำหรับผมเพราะแชมป์ยูโรเป็นเพียงโทรฟี่เดียวเท่านั้นที่ผมยังไม่เคยได้" โรนัลโด้กล่าวสุนทรพจน์

"ผมอยากถือโอกาสนี้ขอบคุณประชาชนชาวโปรตุกีสอีกครั้ง พวกเขาให้ความเชื่อมั่นมาสู่เราจนไปสู่ตำแหน่งแชมป์"

ขณะที่ เรโต้ ซานเชซ ดาวรุ่งพุ่งแรงทีมบาเยิร์น มิวนิค คว้ารางวัล "ผู้เล่นที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยมแห่งปี" และ เฟร์นานโด ซานโต๊ส กุนซือโปรตุเกสซิวรางวัลโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปี

10
  ลิโอเนล เมสซี่ อัจฉริยะลูกหนังเรียกร้อง บาร์เซโลน่า ออกตามไล่ล่าศูนย์หน้าระดับโลกไม่ว่าจะเป็น เปาโล ดีบาล่า ดาวยิงยูเวนตุส หรือ ปิแอร์ เอริค โอบาเมยอง หอกโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์เป็นต้น

เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา "ต่างดาว" กระชาก ปาโก้ อัลกาเซร์ หอกวัยหนุ่มมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเกมรุกในรังคัมป์ นู แต่ทว่าผลงานไม่น่าประทับใจเอาเสียเลยยิงแค่ 3 ประตูจาก 18 เกมหนักไปทางตัวสำรองเสียเป็นส่วนใหญ่

ปัจจุบัน บาร์ซ่า มีคะแนนตามหลังจ่าฝูง "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด อยู่ 2 คะแนนแถมแข่งมากกว่า 1 นัด ขณะที่เหลือ 10 เกมสุดท้ายโอกาสป้องกันแชมป์ลา ลีกาเลือนรางเต็มทนดังนั้นคาดว่ายอดทีมแห่งแคว้นคาตาลันจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อทวงความสำเร็จคืนมา

ตามรายงานจาก "ดอน บาลอน" หนังสือพิมพ์ชื่อดังแห่งแดนกระทิงดุอ้างว่า เมสซี่ ต้องการให้ บาร์ซ่า เซ็นดาวยิงระดับโลกถึงขนาดร่างลิสต์รายชื่อด้วยตัวเองส่งถึงบอร์ดบริหารได้รับทราบ

โดยรายแรกก็คือ ดีบาล่า หอกอาร์เจนไตน์ซึ่งเคยเล่นด้วยกันมาแล้วน่าจะส่งผลดีต่อประเทศชาติด้วยแต่หาก ยูเวนตุส ไม่ขาย คนถัดมาก็คือ โอบาเมยอง ดาวซัลโวจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ยิงทะลุหลัก 30 ประตูรวมทุกรายการ

ส่วนตัวเลือกรองๆได้แก่ ไคเลี่ยน เอ็มบาปเป้ กองหน้าอนาคตไกลซึ่งสร้างชื่อช่วย โมนาโก ทะลุสู่รอบก่อนรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกพร้อมนำเป็นจ่าฝูงลีกเอิง และ มุสซา เดมเบเล่ จอมสังหารจากกลาวโกว เซลติก

11

  เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล ออกมาให้ความเห็นหลังเกมที่นำลูกทีมบุกเสมอแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 ว่าพวกเขาน่าจะเป็นฝ่ายชนะ แม้สุดท้ายจะยอมรับว่าผลการแข่งนั้นยุติธรรมดีแล้ว

เกมพรีเมียร์ลีกที่สนามเอติฮัด เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา "หงส์แดง"บุกไปเยือนและได้ประตูออกนำก่อนจากจุดโทษของเจมส์ มิลเนอร์ ต้นครึ่งหลังนาทีที่ 51

หลังจากนั้นเกมดูเหมือนจะเข้าทางพวกเขา แต่เป็น"เรือใบสีฟ้า"ที่มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่แซร์กิโอ อเกวโร่ เข้าชาร์จแปจ่อๆเข้าไปในนาทีที่ 69

ถัดจากนั้นทั้งสองทีมมีโอกาสทำประตูขึ้นนำอีกหลายครั้ง ทั้งจังหวะยิงจ่อๆแต่วืดของอดัม ลัลลาน่า หรือจะเป็น การหลุดโล่งในกรอบแต่ล้มไปเองของอเกมโร่ ก่อนที่เควิน เดอ บรอยน์ จะได้ซ้ำชนเสา สุดท้ายเสมอและแบ่งแต้มกันไป

"การได้แต้มที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมไหนในโลกก็รู้สึกโอเคแน่นอนอยู่แล้ว" คล็อปป์ให้สัมภาษณ์หลังเกม "แต่ก็มีบางสถานการณ์เหมือนกันที่เราไม่สามารถป้องกันคุณภาพของพวกเขาได้"

"เราน่าจะชนะเกมนี้ได้นะ เพราะเราทำให้ผู้รักษาประตูต้องเซฟสวยๆหลายครั้ง เรามีช่วงที่จัดการพวกเขาได้ในช่วงนาที 50-70 แต่ปิดเกมไม่ลง"

"เราปล่อยให้พวกเขาฟื้น พวกเขาเลยกลับมาได้ พวกเขาสมควรได้ประตู แต่เราก็น่าจะยิงได้มากกว่านี้ ทั้งสองทีมเล่นกันแรงจูงใจที่สูง ต้องการที่จะชนะจนวินาทีสุดท้าย"

"เรามีโอกาสดีดี 3-4 ครั้งในกรอบ 6 หลา พวกเขาก็มีช่วงเวลาที่ดีเหมือนกัน บางทีมันอาจจะโอเคนะ แต่ตอนนี้ผมไม่แฮปปี้ ให้เวลาผมสักชั่วโมงแล้วผมจะแฮปปี้" เขากล่าว

จบเกมนี้ลิเวอร์พูลหมดคิวลงเล่นกับทีมท็อป 6 ของตารางแล้วในฤดูกาลนี้ ทำสถิติเมื่อเจอทีมเหล่านั้น 10 นัด ด้วยการชนะ 5 เสมอ 5 ไม่แพ้เลย เก็บรวม 20 คะแนน

อย่างไรก็ตามแม้จะมีสถิติสวยหรูกับการเจอทีมหัวตาราง กลับกันเมื่อพวกเขาเจอกับทีมอยู่ 6 อันดับท้ายตารางกลับเก็บได้เพียง 19 คะแนนเท่านั้น

12

  เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาบอกว่าผลงานของลูกทีมในเกมที่ไล่เจ๊าลิเวอร์พูล 1-1 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น เป็นหนึ่งในวันที่เขามีความสุขที่สุดในชีวิตการทำงาน

เกมที่สนามเอติฮัด "เรือใบสีฟ้า"ที่เพิ่งอกหักตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาหมาดๆด้วยน้ำมือของโมนาโก ต้องเปิดบ้านทำศึกหนักกับทีม"หงส์แดง"เพื่อแย่งอันดับหัวตารางกัน

ครึ่งแรกทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันไปไร้สกอร์ แต่เริ่มครึ่งหลังได้ไม่ทันไรทีมเยือนก็มาได้จุดโทษและเป็นเจมส์ มิลเนอร์ ที่รับหน้าที่สังการเข้าไป พาทีมออกนำ 1-0

หลังจากเสียประตู เจ้าถิ่นพยายามทำเกมรุกเข้าใส่ก่อนจะประสบผลสำเร็จจากจังหวะเข้าชาร์จหน้าปากประตูของแซร์กิโอ อเกวโร่ นาทีที่ 69 ทำให้สกอร์เป็น 1-1

หลังจากนั้นทั้งสองทีมมีโอกาสมากมายแต่ผลัดกันทำหมูหกก่อนจะจบเกมไปด้วยสกอร์ดังกล่าว และแบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนน

"คูณจินตนาการไม่ออกหรอก มันเป็นหนึ่งในวันที่ผมมีความสุขที่สุดในอาชีพผู้จัดการทีม ผมภูมิใจมาก" กวาร์ดิโอล่าให้สัมภาาณ์หลังเกม

"หลังจากเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก หลายวันที่ผ่านมาในช่วงซ้อมทุกคนยังเสียใจมากๆ และไม่ค่อยพูดเท่าไหร่"

"เรามาเล่นเกมนี้กับลิเวอร์พูลที่ตลอดฤดูกาลไม่มีเกมยุโรปและมีเวลาเตรียมตัวเป็นสัปดาห์ ทั้งสปิริตและแนวทางการเล่นของเรา มันเป็นหนึ่งในวันที่มีความสุขที่สุดในฐานะผู้จัดการทีม"

"เราสร้างสรรค์ได้มากกว่าพวกเขา ปัญหาของเราคือทำประตูไม่ได้ในขณะที่พวกเขาได้มาง่ายๆ อย่างน้อยเราก็แสดงให้เห็นถึงสปิริตที่เราไม่เอามันออกมาในครึ่งแรกกับโมนาโก"

"คุณต้องพิจารณาสถานการณ์ที่เราลงเล่นเกมนี้ เราเล่นอย่างไรกับพวกเขาที่เป็นท็อปทีม พวกเขามีผู้เล่นที่พิเศษ ซึ่งนั่นมีความหมายกับผมมาก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงแฮปปี้" เขากล่าว

หลังจากผลเสมอในเกมนี้แม้ซิตี้จะรั้งอันดับที่ 3 ตามเดิม แต่ทำให้จบสุดสัปดาห์นี้พวกเขาตามหลังจ่าฝูงอย่างเชลซีเป็น 12 คะแนน

เกมต่อไปพวกเขาต้องบุกเยือนอาร์เซนอล ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม หลังพักเบรคทีมชาติ

13

  ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือเรอัล มาดริด ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมที่บุกเฉือนชนะแอธเลติก บิลเบา 2-1 ว่าแม้จะนำเป็นจ่าฝูงลาลีก้าอยู่ในตอนนี้ แต่พวกเขายังวางใจอะไรไม่ได้ทั้งนั้น

เกมที่สนามซาน มาเมส เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา "ราชันชุดขาว"บุกเยือนเข้าถิ่นอย่างบิลเบาที่ไม่แพ้เกมลีกที่สนามแห่งนี้มาแล้ว 13 นัดติด

อย่างไรก็ตามมาดริดก็ได้ประตูออกนำไปก่อนในครึ่งแรก 1-0 จากการที่ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ไหลบอลถวายพานให้ คาริม เบนเซม่า แปเข้าไปง่ายๆ

ครึ่งหลังเจ้าถิ่นโหมบุกและประตูตีเสมอจาก อาริตซ์ อาดูริซ แต่สุดท้ายเป็น คาเซมิโร่ ที่ซัดชัย 2-1 ให้ทีมเยือนบุกเก็บสามแต้มสำคัญขึ้นนำเป็นจ่าฝูงเหนือบาร์เซโลน่า 5 คะแนน โดยลงแข่งเท่ากันที่ 27 นัด

"เราชนะในสนามที่ยาก" ซีดานบอกกับนักข่าวหลังเกม "เราโดนกดดันหนักแต่ในขณะเดียวกันก็แสดงคาแร็กเตอร์ของตัวเองออกมา"

"เรารู้ว่าแอธเลติกจะไม่ยอมแพ้จนนาทีสุดท้าย และพวกเขาสร้างปัญหาให้เรา พวกเขาได้ประตูในครึ่งหลัง ในช่วงที่พวกเขาเล่นได้ดี"

"มันเป็นชัยชนะที่สำคัญ เรายังอยู่ในฟอร์มที่ดีต่อเนื่อง ยังเหลืออีก 11 เกมให้ลงเล่น เรานำเป็นจ่าฝูงก็จริงแต่นั่นไม่มีความหมายอะไรเลย เรารู้ว่ายังเหลือเกมที่ยากรออยู่"

ซีดานเริ่มเกมด้วยระบบ 4-3-3 แต่เขาปรับเป็น 4-4-2 ในช่วงครึ่งหลัง "คาริมมีเกมที่ดี ช่วงท้ายเราเจอสมดุลกับแผน 4-4-2 การเปลี่ยนตัวโรนัลโด้นั้นไม่มีอะไรต้องไปกังวลหรอก บางครั้งเขาก็ต้องถูกเปลี่ยนอยู่แล้ว"

"เขาแฮปปี้ดีเพราะเราชนะ ก็เท่านั้นแหละ ด้วยการที่เปลี่ยนลูคัสลงไปแทน เราเปลี่ยนเป็น 4-4-2 และเล่นเกมรับช่วยกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าถอยลงมาเพราะคู่ต่อสู้กำลังเล่นเหนือกว่า ตอนนั้นเรามองเรื่องของบาลานซ์"

"คริสติอาโน่, เบล และ คาริม นั้นทำให้ทีมเต็มที่แล้ว ด้วยเหตุผลนี้เราเลยเปลี่ยรอิสโก้ กับ โมราต้า ลงไป" เขากล่าว

เกมต่อไปหลังพักเบรคทีมชาติ มาดริดต้องกลับไปเปิดบ้านรับอลาเบส แต่เกมนั้นพวกเขาจะไม่มีคาเซมิโร่ที่โดนแบน เนื่องจากสะสมใบเหลืองครบ 5 ใบ

14

  มีการเปิดเผยสถิติ เคร็ก เชคสเปียร์ กุนซือขวัญใจ เลสเตอร์ ซิตี้ คือผู้จัดการทีมคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คุมทีมเล่นในพรีเมียร์ลีก 3 นัดแรกทำได้นัดละ 3 ประตู

เทรนเนอร์วัย 53 ปีคุมทัพ "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" แทน เคลาดิโอ รานิเอรี่ ทำทีมเล่น 3 เกมแรกในลีกชนะรวดเหนือ ลิเวอร์พูล 3-1, เหนือ ฮัลล์ ซิตี้ 3-1 และ 3-2 กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด วันนี้

นอกจากนั้น "เชคกี้" นำทีมสู้ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีกอีกรายการโดยประเดิมคุมทัพในรอบ 16 ทีมเลกสองเปิดบ้านอัด เซบีญ่า 2-0 ทำให้สรุปแล้วเขาทำ เลสเตอร์ 4 นัดรวมทุกถ้วยชนะหมด

และที่สำคัญเกมกับ "ขุนค้อน" คือชัยชนะนอกบ้านในลีกครั้งแรกของ เลสเตอร์ ในฤดูกาลนี้โดยก่อนหน้านั้นเสมอ 3 นัดและแพ้ 10 นัด

สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ
- ริยาด มาห์เรซ ทำได้ 2 ประตูจากการลงเล่นในลีก 3 นัดหลังสุด เท่ากับ 22 นัดสุดท้ายของเขาในยุค เคลาดิโอ รานิเอรี่

- โรเบิร์ต ฮูธ โหม่งประตู 2-0 ในเกม นั่นคือลูกที่ 500 ของ เลสเตอร์ ในพรีเมียร์ลีก

- มานูเอล ลานซินี่ ทำไปแล้วถึง 7 ประตูให้ เวสต์แฮม ในลีกฤดูกาลนี้เป็นรองแค่ มิคาอิล อันโตนิโอ ที่ยิงไป 9

15

  อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือเฟรนช์แมนยอมรับ อาร์เซน่อล กำลังมีช่วงเวลาย่ำแย่ที่สุดในรอบ 20 ปีรวมถึงเปิดเผยอาการข้อเท้า อเล็กซิส ซานเชซ ดาวยิงทีมชาติชิลีนั้นไม่สู้ดีเท่าไหร่

'ไอ้ปืนใหญ่' บุกพ่าย เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 1-3 ทำให้เดือนมีนาคมนี้ลูกทีมของเทรนเนอร์วัย 67 ปีเอาชนะได้แค่ทีมนอกลีกอย่าง ซัตตัน ยูไนเต็ด กับ ลินคอล์น ซิตี้ ในศึกเอฟเอ คัพ

"เราอยู่ในช่วงที่ย่ำแย่กว่าปกติอย่างที่ไม่เคยเจอมาใน 20 ปี ตอนนี้เรากำลังแพ้เกมแล้วเกมเล่า" เวนเกอร์ ให้สัมภาษณ์หลังเกม

"เราต้องต่อสู้ครั้งสำคัญและจากนี้มันจะเป็นงานยาก ไม่มีหนทางอื่นนอกจากต้องสู้ สู้ยันเกมสุดท้ายของซีซั่น ถ้าขนาดนั้นยังไม่ดีพอเราก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมา"

"วันหนึ่งวันใดเราหลุดจากท็อปโฟร์คนก็จะล้อเรากันได้"

"มันเป็นเกมแบบฉบับพรีเมียร์ลีกเลยล่ะ ทีมหนึ่งครองบอลเยอะ อีกทีมอุดรอโต้ เราครองบอล 77 เปอร์เซนต์แต่สร้างสรรค์โอกาสได้ไม่มากพอ"

"ตั้งแต่เริ่มซีซั่นสถิติป้องกันลูกนิ่งของเราถือว่าดีแท้ๆ การโยนบอลและการเคลื่อนที่ของพวกเขานั้นยอดเยี่ยม พวกเขาขวางโกลในประตูแรกและประตูที่ 3 มันไม่ง่ายที่โกลจะออกไปตัดบอลในจังหวะแบบนั้น"

"แต่ผมไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเราขาดทัศนคตินะ เวลาแพ้คนก็ติเรื่องนั้นกัน เราเล่นไปเข้าทางพวกเขา วันนี้มันไม่เวิร์ค เราขาดความมั่นใจแต่ผมไม่คิดว่าเป็นปัญหาด้านทัศนคติ"

ท้ายครึ่งแรก อเล็กซิส ปะทะกับ เจมส์ แม็คเคลน แล้วได้รับบาดเจ็บข้อเท้าแต่ครึ่งหลังลงมาเล่นต่อจนกระทั่งถูกเปลี่ยนตัวออกนาที 78

เวนเกอร์ กล่าวอีกว่า "ครึ่งแรกเราเสียปีเตอร์ เช็กที่เจ็บน่องและจากนั้นอย่างที่รู้กันว่าเราเสียซานเชซอีกคน เขาเล่นต่อแต่ครึ่งหลังเขาเล่นไม่ออกผมเลยตัดสินใจถอดออกมา ข้อเท้าเขาดูท่าจะไม่ดี"

"มันเป็นการเข้าสกัดที่แย่ เห็นเลยว่าข้อเท้าเขาอยู่ในสภาพแย่สุดๆ เขาไม่ควรลงในครึ่งหลังแต่เจ้าตัวยืนยันว่าอยากเล่นต่อ ครึ่งแรกเขาคือคนที่สร้างโอกาสและจังหวะอันตรายหลายครั้ง ครึ่งหลังเห็นเลยว่าเขาทำไม่ได้แล้ว สุดท้ายเขาเดินกะเผลกออกมา เราต้องเอาเขาออก"

"เขาไม่ควรลงเล่นในครึ่งหลังเลยด้วยซ้ำ"

"ชิลีไปเยือนอาร์เจนติน่าคือเกมชี้เป็นชี้ตายแต่เตะแค่สัปดาห์หน้านี่นะ ถ้าเขาแค่เจ็บนิดหน่อยก็ลงได้แหละ ข้อเท้าเขาบวม ถ้าเส้นเอ็นเสียหายเขาจะอดเล่นนะ"

หน้า: [1] 2 3 ... 50